ฆาตกรรมลูกเลี้ยง เงามรณะ อุตสาหกรรมรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมในเกาหลีใต้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังการเผยแพร่เหตุการณ์สุดสลดในเกาหลีใต้เมื่อ ด.ญ.จองอิน บุตรบุญธรรมของครอบครัวหนึ่ง เสียชีวิตลง โดยสันนิษฐานว่า เธอเสียชีวิตจากการทารุณกรรมของพ่อแม่บุญธรรมที่รับเธอมาเลี้ยง ส่งผลให้สังคมเกาหลีใต้ออกมาออกมาประท้วงเรียกร้องให้ศาลลงโทษ พ่อแม่บุญธรรมของจองอินให้สาสม ขณะเดียวกัน ก็ออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบ อุตสาหกรรมการจัดหาบุตรบุญธรรมที่กำลังเติบโตแต่ก็แฝงไปด้วยภัยอันตราย ไปจนถึงกฎหมายปกป้องสิทธิเด็กทารกที่ถูกรับไปเลี้ยง

การรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมในเกาหลีใต้ เกิดขึ้นช่วงหลังสงครามเกาหลีปีพ.ศ. 2493 มีการจัดหาให้มีการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมจากหลายประเทศมากกว่า 200,000 คน แต่เด็กส่วนใหญ่ถูกส่งไปยังสหรัฐอเมริกา ภายใต้ข้อกำหนดแนวปฏิบัติการรับเลี้ยงบุตรระหว่างประเทศหลังสงครามในฐานะการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และความพยายามหาบ้านให้กับเด็กลูกครึ่งที่มีพ่อเป็นชาวอเมริกันและแม่เป็นชาวเกาหลีใต้

งานวิจัยของ Tobias Hubinette หนึ่งในผู้ที่รับบุตรบุญธรรมมาเลี้ยงและนักวิชาการด้านการศึกษาของเกาหลีใต้ ที่ทำขึ้นในปี 2548 เรื่อง Comforting an Orphaned Nation ระบุว่า ราว 60 ปีก่อน การรับชาวเกาหลีใต้เข้ามาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมได้รับความนิยมมากในประเทศตะวันตก เมื่อจำนวนประชากรเด็กผิวขาวเริ่มลดลง จากการคุมกำเนิดและการทำแท้ง

เวลานั้นผู้คนในชนบทของเกาหลีใต้ ประสบความยากจนอย่างมาก ภายใต้การปกคองของ ปาร์ค ชุง ฮี เด็กหลายคนถูกบังคับให้เป็นแรงงานในโรงงาน  ถูกทอดทิ้ง และถูกลักพาตัวเพื่อไปขายให้ชาวต่างชาติ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นอุตสาหกรรมการรับเลี้ยงเด็กบุญธรรมถูกกฎหมาย ภายใต้ชื่อว่า Holt International Children's Services  ส่งผลให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมดังกล่าวระหว่างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สูงขึ้น

แต่ในที่สุดอุตสาหกรรมดังกล่าวก็เกิด “ช่องโหว่”

เมื่อพบว่าระบบการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม แฝงไปด้วยอันตราย ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเด็ก พบว่าในปี 2562 มีจำนวนเด็กทารก 302,676 คนที่เกิดในเกาหลีใต้ ในจำนวนนั้น 704 คนได้ถูกนำไปอุปการะเลี้ยงดูโดยพ่อแม่บุญธรรม

และเด็กที่ถูกรับไปเลี้ยง 42 รายเสียชีวิตจากการทารุณกรรม ขณะที่ข้อมูลจากหน่วยงานบริการและคุ้มครองเด็ก พบว่า ภาพรวม เด็กที่ถูกรับไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม 30,045 คน ถูกล่วงละเมิด

จองอิน ผู้จุดประกายสังคมเพื่อปกป้องสิทธิของเด็กกำพร้า

ในกรณีของ จองอิน เธอถูกนำไปอุปการะโดยครอบครัวหนึ่ง เมื่อเดือน มี.ค.2563  ซึ่งมีลูกสาวเป็นของตัวเอง และรับเลี้ยงจองอินด้วยอีกคน แต่ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนต่อมา ปรากฏภาพถ่ายที่เห็นถึงความแตกต่างของ จองอิน จากหนูน้อยที่สดใส เปลี่ยนเป็นเด็กไร้ความสุข

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2563 สำนักงานตำรวจยังชอน ในกรุงโซล เข้าจับกุมพ่อแม่บุญธรรมคือ จางและอัน ในข้อหาทำให้ จองอิน ลูกสาวบุญธรรมเสียชีวิต ทั้งที่ก่อนหน้านี้จองอินถูกทารุณกรรมมาแล้วถึง 3 ครั้ง ด้วยกัน แต่เจ้าหน้ากลับเพิกเฉย จนกระทั่งได้รับการตีแผ่ทางสื่อมวลชน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยชีวิตหนูน้อยจองอินได้ เพราะเธอเสียชีวิตในเวลาต่อมา ด้วยอายุเพียง 16 เดือน

ผลการชันสูตรพบว่า จองอินเสียชีวิต จากการได้รับความเสียหายที่ช่องท้อง ที่เกิดจากแรงกระแทกภายนอก ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบคลิปวิดีโออีก 800 คลิป ที่จางถ่ายไว้ขณะทารุณกรรมทั้งทางร่างกายและจิตใจจองอิน

การกระทำดังกล่าวส่งผลให้ ชาวเกาหลีใต้ออกมารวมตัวเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับจองอิน และต้องการให้ยกระดับดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมกับจางผู้เป็นแม่บุญธรรม ขณะที่บางคนต้องการให้ได้รับโทษสูงสุดคือ "ประหารชีวิต"

เนื่องจากก่อนหน้านี้อัยการตั้งข้อหา ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา หลัง จาง ปฏิเสธว่า เธอไม่ได้ตั้งใจทำให้จองอิน เสียชีวิต แต่ยอมรับว่ามีการทำร้ายร่างกายจองอิน จนกระดูกไหปลาร้าหักและซี่โครงขวาหัก ซึ่งสังคมมองว่าการตั้งข้อหาของอัยการ ผ่อนปรนเกินไป ขณะที่ในโลกออนไลน์ต่างติด แฮชแท็ก #จองอินอาขอโทษนะ พร้อมกับการเรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายที่แสดงถึงการปกป้องชีวิตของเด็กทารกคนอื่นๆ ในเกาหลีใต้ 

ศาสตราจารย์ โดมี ฮยาง แห่งมาหวิทยาลัยนัมโซล กล่าวว่า เด็กเล็กๆ ไม่สามารถออกมาพูดหรือแสดงออกเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง ได้ จึงเป็นสัญญาณที่ดีที่สังคมจะออกมาเรียกร้องด้านสิทธิมนุษยชนให้กับพวกเขา ที่ผ่านมาเด็กเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นสมบัติของพ่อแม่บุญธรรมที่ไร้การควบคุมดูแล นอกจากนั้นแล้ว กรณีของจองอิน อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าไปบังคับใช้กฎหมายกับหน่วยงานสถานรับเลี้ยงเด็กกพร้า และ อุตสาหกรรมรับเลี้ยงเด็กบุญธรรมมากขึ้น

 

เรียบเรียงจาก : asia.nikkei

ภาพ : อินเทอร์เน็ต

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ