ขบวนที่บริเวณเจดีย์สุเลใจกลางนครย่างกุ้งวันนี้ โดยถือธงชาติเมียนมาและธงกองทัพ รวมถึงป้ายข้อความเพื่อแสดงการสนับสนุนกองทัพและสภาบริหารแห่งรัฐ ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารที่อยู่ใกล้เคียงพากันตีหม้อและกระทะเพื่อรบกวนอีกฝ่าย
นอกจากนี้ มีรายงานจากสื่อท้องถิ่นว่า ตำรวจและทหารที่ตั้งรั้วสกัดผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร ได้เปิดทางให้กลุ่มสนับสนุนกองทัพใช้พื้นที่ในการชุมนุม ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนกองทัพมีการติดอาวุธ และทำร้ายผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารด้วย
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ “เฟซบุ๊ก” ได้ประกาศแบนกองทัพเมียนมาจากเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม รวมถึงห้ามไม่ให้บริษัทที่เชื่อมโยงกับกองทัพ โฆษณาบนทั้งสองแพลตฟอร์ม
โดยเฟซบุ๊กระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งรวมถึงการใช้ความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต ทำให้บริษัทต้องตัดสินใจเช่นนี้ โดยบริษัทเชื่อว่าความเสี่ยงในการปล่อยให้กองทัพเมียนมาใช้งานเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมมีมากเกินไป
เฟซบุ๊กเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการใช้งานแพร่หลายในเมียนมา และเป็นหนึ่งในหลายๆ ช่องทางที่รัฐบาลทหารใช้สื่อสารกับประชาชน แม้ว่าในช่วงแรกหลังการทำรัฐประหาร จะมีการปิดกั้นแพลตฟอร์มนี้ก็ตาม
ส่วนความเคลื่อนไหวที่นายวันนา หม่อง ลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเมียนมา ได้เดินทางเยือนกรุงเทพเมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) และเข้าพบกับนายดอน ปรมัตวินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และนางเรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเหตุรัฐประหารในเมียนมา
กระทรวงต่างประเทศของอินโดนีเซียได้เผยแพร่ภาพนิ่งระหว่างการหารือ ขณะที่นางเรตโน มาร์ซูดี ระบุว่า อินโดนีเซียกำลังหารืออย่างจริงจังกับทั้งกองทัพเมียนมาและคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนของ ส.ส.ฝ่ายตรงข้าม เพื่อหาออกให้กับวิกฤตครั้งนี้
อินโดนีเซียจะหารือกับทุกฝ่ายต่อไปเพื่อช่วยแก้ปัญหาในเมียนมา การหารือควรอยู่ในกรอบที่จะหาหาทางแก้ปัญหาโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนชาวเมียนมา และพึงเคารพความปลอดภัยและสวัสดิภาพของชาวเมียนมา เสียงของชาวเมียนมาต้องได้รับการรับฟัง
ส่วนของไทย นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวระหว่างแถลงข่าวเมื่อช่วงสายวันนี้ว่า ไทยได้ใช้โอกาสนี้ยืนยันการสนับสนุนสันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมา และความหวังที่จะเห็นสถานการณ์ในเมียนมาได้รับการคลี่คลายโดยสันติ เพื่อประโยชน์ของประชาชนเมียนมา ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของอาเซียน
ส่วนการพบหารือครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาเดินทางมาพูดคุยกับฝ่ายไทย ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอินโดนีเซียนัดหมายไว้ก่อนหน้านี้ที่จะมาหารือกับไทยด้วย และแผนการเยือนเมียนมาที่เดิมทางฝ่ายอินโดนีเซียได้กำหนดไว้ไม่ได้เกิดขึ้น จึงได้ประสานให้มีการพูดคุยกัน เป็นการพูดคุยในฐานะมิตร และประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกัน ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยในสถานการณ์จึงได้ให้รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาเยี่ยมคารวะด้วยที่สนามบินสุวรรณภูมิ
นอกจากนี้ นายดอน ปรมัตวินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย และนางเรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย ยังได้หารือระหว่างกัน โดยทั้งสองฝ่าย มีความเห็นสอดคล้องกันว่าเมียนมาเป็นประเทศสมาชิกที่สำคัญของครอบครัวอาเซียนและอาเซียนสามารถเป็นเวทีการหารืออย่างสร้างสรรค์ระหว่างเมียนมากับประเทศสมาชิกอื่นๆ ได้ โดยคำนึงถึงหลักการของกฎบัตรอาเซียนและประโยชน์ของประชาชนเมียนมา