นครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา กลายมีสภาพเหมือนสนามรบ หลังจากถูกปราปรามอย่างหนักเมื่อวันอาทิตย์ที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจมากถึง 60 คนในวันเดียว แต่ผู้คนก็ยังออกมา ผู้ประท้วงพยายามหาวิธีรับมือ เช่น จุดไฟเผารถยนต์เพื่อก่อให้เกิดควันหนาทึบ บดบังทัศนวิสัย จากคลิปจะได้ยินเสียงปืนดังก้องขึ้นหลายสิบนัดติดต่อกัน
มีผู้เสียชีวิตทุกวัน ตัวเลขของวันอาทิตย์คือไม่ต่ำกว่า 60 คน ส่วนเมื่อวานวันจันทร์ จำนวนผู้เสียชีวิตยังไม่ชัดเจน แต่คาดกันว่ามีราว 5 - 12 คน นอกเหนือจากประท้วงแล้ว อีกภาพที่เกิดขึ้นทุกวันคือ พิธีศพของผู้ประท้วง เด็กหนุ่มวัย 22 ปี คนนี้คือหนึ่งในเหยื่อรายล่าสุด โดยในงานศพมีผู้มาร่วมงานมากมาย ชูสามนิ้ว สัญลักษณ์ของการชุมนุม คาดกันว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากความรุนแรงของกองทัพ นับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีอย่างน้อย 130 ราย แต่สำนักข่าวอิรวดี ซึ่งเป็นสำนักข่าวท้องถิ่นรายงานว่าอาจสูงถึง 183 ราย
แต่ดูเหมือนว่าผู้เสียชีวิตจะไม่ได้มีแค่ผู้ประท้วง บนโลกออนไลน์ของเมียนมาเช้าวันนี้เต็มไปด้วยภาพร่างไร้วิญญานของชายคนหนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่บนฟุตบาทในเขตเซาต์ดากอน หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกประกาศใช้กฎอัยการศึก ระบุกันว่า ชายคนดังกล่าวไม่ได้ออกมาประท้วง ไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาตามท้องถนน เขาเป็นเพียงคนคนหนึ่งที่เดินออกจากบ้านที่อยู่แถวนั้นเพื่อมาทำธุระ สิ่งที่คนเมียนมาบนโลกออนไลน์ระบายออกมาคือ ความโกรธแค้น ที่ชีวิตของพวกเขาหาความปลอดภัยใด ๆไม่ได้อีกต่อไป
สถานการณ์ที่รุนแรงจนเป็นสภาพรัฐไร้ขื่อแปในเมียนมา ทำให้เมื่อวานนี้ แอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ออกมาโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมียนมาช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก และขอเรียกร้องให้นานาชาติร่วมมือกัน เพื่อช่วยให้เมียนมากลัวสู่วิถีประชาธิปไตย
อีกเสียงประณามที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้มาจาก โทมัส แอนดรูวส์ ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน เขาระบุว่า การได้รับทราบจำนวนผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของกองทัพเพียงวันเดียวทำเขาหัวใจสลาย พร้อมเรียกร้องสิ่งที่เขาเสนอมาโดยตลอดคือ การคว่ำบาตรและยุติการขายอาวุธให้กับกองทัพเมียนมาโดยทันที แต่ข้อเรียกร้องของเขาที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่สุด ไม่ใช่แค่การออกมาเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรงลอยๆยังคงไม่ได้รับการตอบสนองจากสหประชาชาติหรือประเทศที่ค้าอาวูธให้กองทัพเมียนมา
นอกเหนือจากความคาดหวังให้ต่างชาติตลอดจนองค์กรต่างๆ ช่วยเหลือเมียนมา อีกหนึ่งหนทางที่อาจจะช่วยให้การปราบปรามผู้ประท้วงสิ้นสุดลง คือบรรดาทหารต้องปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งของกองทัพ ก่อนหน้านี้มีเรื่องราวของทหารบางนายที่ปฏิเสธที่จะฆ่าประชาชน และลี้ภัยไปยังอินเดียมาแล้ว ล่าสุดมีเสียงจากอดีตทหารคนหนึ่งในนครย่างกุ้ง ที่ออกมาระบุว่าเขาตาสว่างแล้ว
ชิน ลิง เป็นอดีตทหารอายุ 30 ปี เล่าว่า วันที่ตาสว่างคือวันที่ได้รับคำสั่งให้สลายการชุมนุมด้วยกระสุนยาง แต่เขากลับเห็นเพื่อนทหารบางคนใช้กระสุนจริงยิงออกไป ปัจจุบันเขาระบุว่า ตนเองยืนอยู่ฝั่งเดียวกับผู้ประท้วง
เมื่อถามว่าตัวเขาอยากจะบอกอะไรกับเพื่อนทหารที่ขณะนี้ยังอยู่ในกองทัพ ชิน ลิง ระบุว่า ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาสำคัญที่ทหารควรถามตัวเองว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นทำเพื่อกองทัพ หรือเพื่อประเทศกันแน่
ส่วนบรรยากาศของการประท้วงในวันนี้ ชาวเมียนมายังคงพากันออกมาทำอารยะขัดขืนต่อต้านรัฐประหาร แม้ว่าช่วงหลาวันที่ผ่านมาจะได้ชื่อว่าเป็นวันที่นองเลือดที่สุดจากการปราบปรามอย่างหนักหน่วง ที่นครย่างกุ้ง ในเขตไลง์ ตายา พื้นที่ที่ทางกองทัพประกาศใช้กฎอัยการศึก วันนี้ผู้ประท้วงรวมตัวกันนั่งลงกลางถนน ส่งเสียงตะโกนไม่เอากองทัพ พร้อมชูป้ายที่เขียนข้อความว่า เราไม่ยอมรับการทำรัฐประหาร ถัดไปไม่ไกลมีการนำภาพของผู้เสียชีวิตจากเหตุประท้วงมาติดไว้ตามจุดต่างๆ ของท้องถนน เพื่อย้ำเตือนถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น
นอกเหนือจากความรุนแรงจากกองทัพแล้ว ขณะนี้ชาวบ้านในหลายเขตของนครย่างกุ้งกำลังไม่พอใจกับการประกาศกฎอัยการศึก เพราะส่งผลให้ถนนหลายเส้นถูกปิด สัญจรลำบาก รวมไปถึงร้านค้าและตลาดก็ต้องปิดเร็วขึ้น
คำประกาศมีขึ้นผ่านช่องโทรทัศน์ MRTV ที่กองทัพใช้กระจายข่าว เกิดขึ้นหลังเหตุปราบปรามผู้ประท้วงอย่างนองเลือดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งในวันเดียวกันยังเกิดเหตุเผาโรงงานจีนด้วย
ขณะนี้มีทั้งหมด 6 เขตด้วยกันในนครย่างกุ้งที่ทางกองทัพประกาศใช้ รวมถึงเขตไลง์ ตายา พื้นที่ที่ถูกปราบปรามรุนแรงที่สุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
มีรายงานว่ารวมประชากรใน 6 เขตนั้นมากถึง 2 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรนครย่างกุ้ง ที่ขณะนี้กำลังเดือดร้อน ส่งผลให้มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยพากันขนข้าวของอพยพออกจากเขตของตนเป็นการชั่วคราว
สำนักข่าว Frontier Myanmar เผยภาพชาวบ้านพยายามออกจากพื้นที่ด้วยยานพาหนะต่าง ๆ เท่าที่หาได้ ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ รถตุ๊กๆ ยังไม่ชัดเจนว่ามีจำนวนผู้อพยพเท่าไหร่ แต่คาดกันว่าน่าจะหลายพันคน
ส่วนอีกมุมของนครย่างกุ้ง ที่บรรยากาศเริ่มจะเหมือนเขตสงครามเข้าไปทุกที จากภาพจะเห็นข้าวของกระจัดกระจาย ร้านค้าและสาธารณูปโภคได้รับความเสียหาย ถนนและสะพานบางจุดถูกปิดกั้น รวมถึงยังมีควันไฟจากการเผายางรถยนต์ ซึ่งผู้ประท้วงใช้ในการสร้างควันบดบังทัศนวิสัย เพื่อให้กองทัพยิงกระสุนมาได้ยากขึ้น ซึ่งบนโลกออนไลน์ ชาวเมียนมาจำนวนหนึ่งก็นำภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแชร์ พร้อมระบุว่า นี่คือย่างกุ้งของจริงที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่ฉากวันโลกแตกจากในภาพยนตร์