กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียประกาศระงับการใช้งานวัคซีนของแอสตราเซเนกา ล็อตที่ได้รับมอบผ่านโครงการโคแวกซ์ขององค์การอนามัยโลก เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีวัคซีนทั้งหมด 448,480 โดส
วัคซีนล็อตนี้ถูกแจกจ่ายไปยังกรุงจาการ์ตา จังหวัดสุลาเวสีเหนือ รวมถึงนำไปใช้งานในกองทัพ แต่เมื่่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย ได้รับรายงานว่ามีชายวัย 22 ปีในกรุงจาการ์ตา เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนล็อตนี้ได้ 1 วัน จึงสั่งระงับการใช้งานวัคซีนล็อตนี้ไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบว่ามีการปนเปื้อนที่ขวดวัคซีนหรือไม่
เบื้องต้น คาดว่าต้องใช้เวลาตรวจสอบวัคซีนล็อตนี้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หากได้ผลยืนยันว่า ปลอดเชื้อและไม่พบสิ่งเจือปนที่เป็นพิษ ก็จะกลับมาใช้วัคซีนชุดนี้ต่อไป ส่วนวัคซีนล็อตอื่นๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบ สามารถเดินหน้าฉีดต่อไปได้ตามปกติ ข้อมูลนับจนถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา มีชาวอินโดนีเซียฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเกือบ 9 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศกว่า 276 ล้านคน
ที่สิงคโปร์ เมื่อวานนี้ (16 พ.ค.)ยืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศ 38 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 8 เดือน ในจำนวนผู้ป่วยใหม่ มี 18 คน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อเดิม และยังพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์อินเดียถึง 7 คน
ก่อนหน้านี้ สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อต่ำในระดับเลขหลักเดียวหรือแทบไม่มีเลยมานานหลายเดือน แต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อในประเทศมากขึ้น ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับคลัสเตอร์โรงพยาบาล สนามบิน และล่าสุด ตรวจพบพ่อครัวเรือนจำชางงีติดเชื้อ ทำให้ต้องเร่งตรวจเชิงรุก เพื่อไม่ให้ลุกลามกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่
ขณะที่ทางการยกระดับมาตรการคุมโควิด-19 ขึ้นสู่ระดับเกือบสูงสุด และจะประเมินสถานการณ์ทุก 2 สัปดาห์ หากยังไม่ดีขึ้น อาจจำเป็นต้องยกระดับมาตรการสู่ขั้นสูงสุด หรือที่เรียกว่า "เซอร์กิต เบรกเกอร์" ซึ่งเทียบเท่ากับการล็อกดาวน์
เช่นเดียวกับไต้หวัน เมื่อวานนี้ พบผู้ป่วยโควิด-19 พุ่งทุบสถิติใหม่ 207 คน ซึ่งในจำนวนนี้ มีเพียง 1 คน ที่เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ
ขณะที่รัฐบาลยกระดับมาตรการคุมโควิดขึ้นสู่ระดับสูงสุด จำกัดการเดินทาง และห้ามรวมตัวเกิน 10 คนในที่สาธารณะ พร้อมกันนี้ ยังวิงวอนประชาชนอย่าตื่นตระหนกและแห่กักตุนสินค้า เพราะภาครัฐควบคุมสถานการณ์ได้
ส่วนที่อังกฤษ วันนี้ (17 พ.ค.) จะเป็นวันแรกที่เริ่มคลายล็อกดาวน์เฟส 3 โรงแรม โรงละคร โรงภาพยนตร์ พิพิธภัณฑ์ เปิดทำการได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับการแสดงและอีเวนต์ใหญ่ๆ แต่ยังต้องจำกัดผู้เข้าชม
ส่วนประชาชนสามารถรวมกลุ่มในที่ปิดได้สูงสุด 30 คน 2 ครอบครัวสามารถพบปะและพักค้างคืนในบ้านเดียวกันได้ เดินทางไปพักผ่อนในต่างประเทศได้ เฉพาะประเทศที่อยู่ใน "กรีนลิสต์" คือพบการระบาดต่ำ และฉีดวัคซีนได้เยอะ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อิสราเอล สิงคโปร์
ส่วนการมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเพื่อนและครอบครัวอย่างการ "กอด" ก็สามารถทำได้แล้วเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของอังกฤษ และหมั่นเข้ารับการตรวจเชื้อเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง