Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

อเมริกากลับมาแล้ว “ไบเดน” เตรียมประกาศศักดาบนเวทีโลก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดการเดินทางเยือนต่างประเทศในทริปแรกนานถึง 8 วัน โดยจะเดินทางไปยังสหราชอาณาจักร เบลเยียม และสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงยังจะเข้าร่วมการประชุม G7 และนาโต้ด้วย ซึ่งมีหลายประเด็นที่คาดกันว่าจะถูกหยิบยกมาหารือ ไม่ว่าจะเป็นแผนกระจายวัคซีน ไปจนถึงต้นกำเนิดของโควิดที่ยังคงเป็นปริศนา

แผนสหรัฐฯ แบ่งปันวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกไทยหนึ่งในนั้น

โดยก่อนเริ่มทริปเดินทางเยือนยุโรป เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางไปเยือนฐานทัพทหารสหรัฐฯ ในมณฑลซัฟฟอล์ก ทางตอนใต้ของสหราชอาณาจักร

ไบเดน กล่าวถึงเป้าหมายในการทริปเดินทางต่างประเทศครั้งนี้ว่า ตัวเขาจะเข้าร่วมประชุมกับผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือที่เรียกว่า G7 และเข้าร่วมกับการประชุมนาโต้ด้วย  พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ กลับมาแล้ว สะท้อนถึงความพยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของอเมริกาต่อนานาชาติ

ในการเดินทางครั้งนี้ไบเดนจะได้พูดคุยกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียด้วย ซึ่งหลายฝ่ายก็จับตาดูท่าทีของทั้งสองคน ซึ่งก่อนเดินทาง ไบเด นระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ได้มีความขัดแย้งกับรัสเซีย และระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการมิตรภาพที่คาดเดาได้และมั่นคง

ไบเดนเคยพบปูติน ในสมัยที่เขาเป็นรองประธานาธิบดีให้กับบารัก โอบามา แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะเป็นช่วงเวลาที่ไบเดนดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ และเป็นเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียกำลังตกต่ำจากหลายเหตุการณ์

 

ตั้งแต่ที่สหรัฐฯ กล่าวหาว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016 ที่ทำให้ทรัมป์เป็นผู้ชนะ ตามมาด้วยข้อกล่าวหาที่ว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์หลายครั้ง

และล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไบเดนเองก็เคยเรียกปูตินว่า “ฆาตกร” ในประเด็นวางยาอเล็กซี นาวัลนี ฝ่ายค้านรัสเซีย ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC News จนทางรัสเซียต้องออกมาเรียกร้องให้สหรัฐฯ กล่าวขอโทษ

ความขัดแย้งที่คุกรุ่นนี้จึงนำมาสู่การจับตาท่าทีการพบกันอีกครั้งของสองผู้นำ

ด้านฝั่งปูตินที่ต้องเข้าร่วมการประชุมนั้น เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาสื่อรัสเซียก็ได้ถามความคิดเห็นเช่นกัน

ปูตินระบุว่า ตัวเขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากจากการประชุม พร้อมระบุว่า ที่จริงแล้วรัสเซียไม่ได้มีปัญหากับสหรัฐฯ แต่เป็นสหรัฐฯ ต่างหากที่มีปัญหากับรัสเซีย

หลังกล่าวสุนทรพจน์ที่ฐานทัพทหารสหรัฐฯ ในวันเดียวกันไบเดนก็เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวมายังสนามบินนิวคีย์ เพื่อเตรียมเข้าประชุม G7 ที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้ ที่มณฑลคอนเวย์

นอกจากนั้นในวันนี้ ซึ่งเป็นวันพฤหัสบดี ไบเดนยังมีแผนที่จะเข้าหารือกับบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษด้วย

นอกจากประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างต่างชาติแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่จะเป็นที่สนใจบนเวที G7 ก็คือโควิด-19 ทั้งเรื่องการกระจายวัคซีนอย่างเท่าเทียม ไปจนถึงต้นกำเนิดของโควิด-19

 

ชาติสมาชิก G7 เตรียมยกประเด็นต้นตอโควิดมาพูดคุย

การประชุม G7  จะเกิดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 - 13 มิถุนายนนี้  สำนักข่าว The Guardian เผยเอกสารร่างการประชุมที่ถูกปล่อยออกมาก่อนวันประชุมจริง ระบุว่า บรรดาสมาชิก G7 มีแผนที่จะยกประเด็นต้นตอโควิดขึ้นมาพูดคุยด้วย

โดยบรรดาชาติสมาชิกจะเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลกเปิดเผยรายงานอย่างโปร่งใส  ที่ประเด็นนี้ถูกพูดถึงอีกครั้ง ก็เพราะล่าสุดผู้นำสหรัฐฯ สั่งให้หน่วยข่าวกรองตรวจสอบหาความจริง ว่าในที่สุดแล้วโควิด-19 มาจากธรรมชาติ หรือมาจากห้องปฏิบัติการกันแน่

รายงานที่อ้างอิงถึงอนามัยโลก หมายถึงผลการศึกษา ที่เมื่อเดือนมกราคม ทีมผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติได้เดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่นของประเทศจีน เพื่อสืบสวนหาจุดกำเนิดของไวรัสโควิด-19 และได้ข้อสรุปว่า โควิดน่าจะแพร่ระบาดมาจากธรรมชาติ และยังระบุว่า ข้อสันนิษฐานที่ว่า ไวรัสหลุดมาจากห้องปฏิบัติการนั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก

อย่างไรก็ตาม หมายความว่า ทฤษฎีโควิดหลุดจากห้องแล็บยังมีความเป็นไปได้ และนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ประเด็นดังกล่าวจะถูกถกเถียงบนเวทีการประชุมระดับโลก

ล่าสุดสำนักข่าว South China Morning Post เปิดเผยข้อมูลน่าสนใจจากรายงานล่าสุดที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย China West Normal ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ระบุว่า ในช่วงก่อนที่โควิดจะระบาด ที่ตลาดของอู่ฮั่นมีการรับสินค้าจำพวกสัตว์ป่ามาเป็นจำนวนมาก

งานวิจัยระบุว่า ช่วง 2 ปีครึ่งก่อนที่จะพบผู้ป่วยโควิดรายแรก มีสัตว์ป่ามากถึง 47,000 ตัวถูกขายในตลาดของอู่ฮั่น โดยเป็นสัตว์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ชะมด มิงค์ แรกคูน รวมถึงนกและสัตว์เลื้อยคลาน และทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่เป็นสัตว์เป็นๆ ที่ถูกขังในกรง และมีสุขอนามัยย่ำแย่

อย่างไรก็ตามกลับไม่พบหลักฐานที่ว่ามีค้างคาวหรือตัวลิ่นถูกขายด้วย ซึ่งสัตว์ทั้งสองชนิดนี้ถูกพิจารณาว่าอาจเป็นพาหะของโควิด-19

ต้องติดตามกันต่อว่าจะมีรายละเอียดและประเด็นอะไรบ้างในการประชุม G7 เพราะยิ่งมีการสืบสวนเพิ่ม ทฤษฎีทั้งสองทฤษฎีก็ยิ่งมีน้ำหนักและมีข้อมูลใหม่ๆ ออกมาเพิ่ม

ส่วนในประเด็นการแจกจ่ายวัคซีน แม้การประชุมจะยังไม่เกิดขึ้น แต่ล่าสุดสหรัฐฯ ระบุว่า เตรียมมอบวัคซีนให้กับนานาชาติเพิ่มอีก

 

สหรัฐฯเตรียมซื้อไฟเซอร์ 500 ล้านโดสแจกให้ COVAX

ข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ผู้นำสหรัฐฯ จะบินไปสหราชอาณาจักร โดยรายงานจากทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนซื้อวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 500 ล้านโดส เพื่อแจกจ่ายให้กับประเทศต่างๆ ผ่านโครงการ Covax ยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ แต่มีรายละเอียดคร่าวๆ ต่อแผนนี้ว่า ในจำนวน 500 ล้านโดส ราว 200 ล้านโดสจะแจกภายในปีนี้

ส่วนอีก 300 ล้านโดสจะแจกให้ทันใน 6 เดือนแรกของปีหน้า โดยมีเป้าหมายคือกลุ่มประเทศรายได้น้อยจำนวน 92 ประเทศ และกลุ่มประเทศในแอฟริกา

คำประกาศใหม่เกิดขึ้นต่อยอดจากแผนงานเดิน ที่ก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สหรัฐฯ เพิ่งจะประกาศว่าจะแจกจ่ายวัคซีนที่ไม่ได้ใช้ทั้งหมดราว 80 ล้านโดสให้แก่ประเทศต่างๆ รวมถึงไทย หลังที่ผ่านมาสหรัฐฯ ถูกกดดันอย่างหนักให้ช่วยเหลือชาติอื่นๆ ที่กำลังขาดแคลนวัคซีน

สำหรับสถานะของวัคซีนในประเทศ ปัจจุบันสหรัฐฯ ฉีดโดสแรกไปแล้วร้อยละ 51 ของประชากรที่มีราว 300 ล้านคน ส่วนจำนวนคนได้รับครบสองโดสมีราวร้อยละ 42

ส่วนอีก 300 ล้านโดสจะแจกให้ทันใน 6 เดือนแรกของปีหน้า โดยมีเป้าหมายคือกลุ่มประเทศรายได้น้อยจำนวน 92 ประเทศ และกลุ่มประเทศในแอฟริกา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ