รัฐบาลอังกฤษรายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันพุธที่ผ่านมาอยู่ที่ 9,055 คน สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. และเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าถึงเกือบ 1 ใน 5 ส่วนยอดผู้เสียชีวิตรายวัน เพิ่มขึ้นอีก 9 คน
ขณะที่ผลการศึกษาโดยอิมพิเรียลคอลเลจลอนดอน พบว่า การระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา ทำให้ตัวเลขการติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 50% นับตั้งแต่เข้าเดือน พ.ค.เป็นต้นมา แม้ว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิดครบโดสแล้วจะมีสัดส่วนมากกว่าสูงถึง 45% ของจำนวนประชากรก็ตาม
ส่วนผลการวัดค่าความชุกของโรค (Prevalence) หรือจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดในประชากร ระหว่างวันที่ 20 พ.ค. - 7 มิ.ย. อยู่ที่ 0.15% เทียบกับ 0.10 ในช่วงปลายเดือน เม.ย. ถึงต้นเดือน พ.ค. และตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในทุกๆ 11 วัน สาเหตุจากการติดเชื้อในกลุ่มคนหนุ่มสาว
ผลการศึกษาดังกล่าวสะท้อนถึงภัยคุกคามจากเชื้อสายพันธุ์เดลตา และความจำเป็นในการฉีดวัคซีนให้มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องไปกับการตัดสินใจของรัฐบาลอังกฤษที่ประกาศเลื่อนปลดมาตรการล็อกดาวน์ที่ยังเหลืออยู่ทั่วประเทศ ออกไปอีก 1 เดือน คือ 19 ก.ค. จากเดิม 21 มิ.ย.