ดนตรีสมัยใหม่ เนื้อเพลงติดหู ไม่เพียงสนุก แต่ยังบอกเล่าที่มาของไวรัสโควิด-19 รวมถึงวิธีป้องกัน
“เก่น โก วี” คือชื่อเพลงที่ในภาษาเวียดนามแปลว่า “เกลียดโควิด”
ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 เพียงหนึ่งเดือนหลังเวียดนามเริ่มมาตรการคุมเข้ม บทเพลงดังกล่าวก็ถูกเผยแพร่ออกมา มันกลายเป็นไวรัลโด่งดังถึงต่างประเทศ
ตั้งแต่มกราคม ปี 2002 จนถึงเดือนเมษายนปีนี้ เวียดนามพบผู้ติดเชื้อใหม่เพียงวันละหลักสิบ ในขณะที่บางวันไม่พบเลย
นี่คือประเทศที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในโมเดลของการรับมือโควิดที่ดีที่สุด เคล็ดลับคือ ก้าวให้เร็ว ย้อนไปช่วงปลายเดือนมกราคมปี 2020 หลายชาติยังไม่ตื่นตระหนกกับโรคอุบัติใหม่จากอู่ฮั่นมากนัก แต่เวียดนามเริ่มแบนเที่ยวบินจากจีน และคุมเข้มพรมแดนแล้ว
บทเรียนจากโรคซาร์สในปี 2003 ส่งผลให้ที่นี่เร่งตรวจหาเชื้อทันที ข้อมูลและคำเตือนถูกส่งไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ ก่อนที่เวียดนามจะพบผู้ติดเชื้อรายแรกเสียอีก
จากนั้นเมื่อพบผู้ติดเชื้อ เขตหรือชุมชนดังกล่าวจะถูกปิด ผู้ติดเชื้อจะถูกแกะรอยไทม์ไลน์และผู้สัมผัสทั้งทางตรงทางอ้อม
ในทางการเมือง รัฐบาลเวียดนามขับเคลื่อนด้วยพรรคคอมมิวนิสต์เดียวหรือ CPV ซึ่งเต็มไปด้วยการควบคุมข่าวสาร จับกุมผู้เห็นต่าง เช่นเดียวกับประเทศคอมมิวนิสต์อื่น
แต่กับสถานการณ์โรคระบาด CPV กลับโปร่งใสเป็นพิเศษ ตัวเลขผู้ติดเชื้อถูกอัพเดทรายวัน เขตกักกันได้รับรายงานอย่างต่อเนื่อง ส่วนข้อมูลโรคและการป้องกันก็ถูกแพร่สะพัดกรอกหูประชาชนตลอดเวลา
ผลที่ได้คือเวียดนามคุมเชื้ออยู่หมัด ปลายเดือนเมษายน ศูนย์ควบคุมโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC ถอดเวียดนามออกจากบัญชีประเทศเสี่ยงโควิด แม้จะมีพรมแดนติดกับจีนยาวถึง 1,200 กิโลเมตรก็ตาม
ตามมาด้วยการเปิดเมืองในเดือนพฤษภาคม อนุญาตให้ท่องเที่ยวทั่วประเทศได้อีกครั้ง มีเสียงวิจารณ์ว่าที่เวียดนามทำได้เด็ดขาด เพราะระบบทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยพรรคการเมืองเดียว จริงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด กลยุทธ์ไม่อาจสำฤทธิ์ผล หากประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ อีกองค์ประกอบที่เวียดนามมีเหนือประเทศอื่น คือความรักชาติอันเข้มข้นและเป็นพรรคคอมมิวนิสต์เองที่จุดสิ่งนี้เป็นพลัง
โปสเตอร์ต้านโควิดถูกวาดโดย แทน ดวย ถุก ศิลปินอาวุโส เขายังคงใช้มือลงลายเส้นแบบเดียวกับโปสเตอร์สมัยต่อต้านสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนาม
โควิดวิกฤต บีบ หมอ"เลือก"ช่วยชีวิตคนไข้
ทหารแบกปืนถูกแทนที่ด้วยแพทย์ในชุด PPE และศัตรูผมทองก็แปรเปลี่ยนเป็นไวรัสที่มีหนามรายล้อม โปสเตอร์เหล่านี้คือส่วนหนึ่งแคมเปญที่พรรคคอมมิวนิสต์คัดเลือกศิลปินทั่วประเทศให้มาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน
จุดประสงค์เพื่อกระตุ้นความรู้สึกร่วมของประชาชนให้มองโรคระบาดเป็นศัตรู
ภาพการต่อสู้กระจัดกระจายไปตามที่สาธารณะ มันอยู่ในสายตาของคนเวียดนาม รัฐบาลเน้นย้ำผ่านสื่อทุกวันว่า “โควิดคือศัตรูที่ต้องเอาชนะ” และ “คนที่รักชาติต้องทำตามมาตรการ” บทเพลงพรรณาอนาคตว่า เวียดนามจะชนะและสดใส ทยอยปล่อยออกมาเรื่อยๆ
วาทกรรมปลุกใจว่า “การต่อสู้กับโรคระบาดเสมือนสู้กับศัตรูของชาตินั้น” ทำได้ไม่ยาก เพราะเวียดนามคือประเทศที่ในสำนึกของผู้คน พวกเขาเผชิญภัยคุกคามกันตลอดเวลา
เปิดใจป้าวัย 60 ติดโควิด กางมุ้งนอนหน้าสน.
สองพันปีที่ดินแดนนี้ถูกจีนยึดครอง ก่อนจะมีอิสรภาพสั้นๆ เมื่อจีนพ่ายแพ้แก่จักรวรรดิอังกฤษ แต่แล้วไม่นานฝรั่งเศสก็บุกยึดเวียดนาม ในฐานะส่วนหนึ่งของอินโดจีนที่ครอบคลุมตั้งแต่เวียดนามตอนบน ลาว กัมพูชา ไปจนถึงปากแม่น้ำโขงที่ออกสู่ทะเลจีนใต้
เกือบ 60 ปีภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส สงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น ญี่ปุ่นเข้ามาแทนที่ ขับไล่ทหารฝรั่งเศสออกไป ยึดครองทั้งอุษาคเนย์ ด้วยเป้าหมายขยายจักรวรรดิ
สงครามจบลงพร้อมกับความพ่ายแพ้ของญี่ปุ่น เวียดนามตกเป็นเครื่องมือของต่างชาติต่อในฐานะสงครามตัวแทนระหว่างโลกเสรีและโลกคอมมิวนิสต์
จีนและรัสเซียสนับสนุนเวียดนามเหนือ ส่วนเวียดนามใต้ก็ได้รับการสนับสนุนโดยสหรัฐฯ การต่อสู้ดำเนินไปถึง 2 ทศวรรษกว่าจะสิ้นสุด และรวมชาติเป็นเวียดนามในปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์ของการต่อสู้กับผู้รุกราน คือสำนึกร่วมที่พรรคคอมมิวนิสต์นำมาใช้ขจัดโรคระบาด ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นยังรวมถึงการเป็นหูเป็นตาให้กันในระดับประชาชน ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่รักชาติ และกำลังพาให้ทั้งประเทศถดถอยไปด้วยในสงครามนี้
เมื่อรวมเข้ากับมาตรการป้องกันอันรัดกุม เศรษฐกิจเวียดนามจึงไม่ได้รับผลระทบมากนักจากการระบาดในปี 2020
แต่ล่าสุดยอดผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน สองเดือนแล้วที่จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่มากถึงหลักร้อยทุกวัน มากที่สุดคือเกือบ 600 ราย ในเดือนพฤษภาคม กระทรวงสาธารณสุขคาดว่า สาเหตุอาจมาจากเชื้อกลายพันธุ์ลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อังกฤษและอินเดีย
ภาพของการเร่งตรวจหาเชื้อหวนกลับมาอีกครั้ง และเคียงคู่กันคือการปลุกใจผู้คนผ่านสื่อต่างๆ ไม่มีใครคาดคิดว่าโควิดจะกลายพันธุ์ เวียดนามก็เช่นกัน และการคุมโรคระบาดอยู่หมัดส่งผลให้ประเทศนี้ล่าช้าในการฉีดวัคซีน ช้าทั้งการอนุมัติใช้ นำเข้า และฉีดให้ประชาชน ปัจจุบันอัตราผู้ที่ได้รับวัคซีนครบสองโดสมีเพียง 150,000 คนเท่านั้น คิดเป็นร้อยละ 0.2 ของประชากร ช้าที่สุดในกลุ่มอาเซียน
เวียดนามมีคุณสมบัติที่ประเทศอื่นไม่มีในการป้องกันโรคระบาด นั่นคือความสามัคคีของชาติ แต่การจะขจัดโควิดอย่างยั่งยืนเวียดนามก็กำลังขาดแคลนสิ่งที่ชาติอื่นมีนั่นคือ วัคซีน
ท่ามกลางความท้าทายใหม่ ลำพังพลังรักชาติอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ