เปิดใจบุคลากรด่านหน้าโควิด พ้อ นโยบาย-ปฎิบัติไปคนละทาง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พีพีทีวี เปิดใจบุคลากรด่านหน้าดูแลโควิด ตัดพ้อว่าพวกเขาทำงานหนักมาตลอดตั้งแต่เริ่มการระบาดโควิด ปีที่ผ่านมา จนล่าสุด ผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น ความรุนแรงของโควิดก็มากขึ้น ทำให้บุคลากรด่านหน้า เสี่ยงมากขึ้น มีการร้องขอว่า การฉีดวัคซีนให้บุคลากรด่านหน้าควรฉีดวัคซีนชนิด mRNA ไม่ควรฉีดวัคซีนเชื้อตายเพราะไม่สามารถ สู้กับโควิดสายพันธุ์เดลต้าได้ แต่จากภาพรวมก็ยังเห็นว่า การสั่งซื้อวัคซีน ยังมีแค่ ซิโนแวค และแอสตร้าเซเนกา

การสัมภาษณ์บุคลากรด่านหน้าที่ดูแลโควิด  เขาไม่สะดวกเปิดเผยตัวตน เพราะ การออกมาแสดงความเห็นนี้มีความเสี่ยงต่อการอาชีพการงาน  แต่จากข้อมูล บุคลากรด่านหน้าดูแลโควิด คนนี้ เล่าว่า เขาพูดคุยกับ แพทย์ พยาบาล และบุคลากรด่านหน้าด้วยกัน ทั้งที่อยู่ในเขต กทม. ปริมณฑล รวมถึงในต่างจังหวัด เกือบทั้งหมดอยากให้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้กับบุคลากรด่านหน้า เพราะ โควิดที่ระบาดอยู่ตอนนี้ รุนแรงมากขึ้น หลายคนพูดว่า อยากฉีดวัคซีนยี่ห้อโมเดอร์นาเพราะเป็นวัคซีนฉีด  mRNA ไม่ใช่เชื้อตายแบบซิโนแวก ที่ฉีดไป 2 เข็ม แล้ว

แม้ตอนนี้จะยังอยู่ระหว่างการศึกษา ว่าวัคซีนเข็มที่ 3 ควรฉีดหลังเข็มที่ 2 ผ่านไป 3 เดือน หรือ 6 เดือน แต่กลุ่มบุคลากรด่านหน้า อยากให้มีความชัดเจนว่า เมื่อศึกษาเสร็จแล้ว วัคซีนเข็มต่อไปรัฐบาลจะเลือกจัดสรรวัคซีนที่มีคุณภาพให้พวกเขา

สาเหตุที่ไม่อยากฉีดซิโนแวกแล้ว เพราะ เมื่อตรวจภูมิคุ้มกันโรค พบว่า ภูมิตกลง ขณะที่โควิดตอนนี้มีความรุนแรงมากขึ้น มีหลายสายพันธุ์ จึงทำให้ บุคลากรด่านหน้ากังวลว่า จะติดโควิด  แหล่งข่าวคนนี้ย้ำว่า หากบุคลากรด่านหน้าติดโควิด จะกระทบกับระบบสาธารณสุขทั้งหมด ทั้ง เพื่อนบุคลากรที่เหลือตั้งทำงานหนักขึ้น  และ ผู้ป่วยได้รับการรักษาล่าช้าลง

แหล่งข่าวคนนี้ เล่าเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้ บุคลากรด่านหน้าทำงานหนักทุกตำแหน่ง เช่น แพทย์ นอกจากตรวจคนไข้ตามปกติ หรือรักษาผู้ป่วยโควิดแล้ว ต้องทำหน้าที่ประสานเตียง สื่อสารกับญาติผู้ป่วย ติดต่อกับหน่วยงานส่วนอื่น บางคนเข้าเวรหนักเกือบ 24 ชั่วโมง ต่อเนื่องมามากกว่า 2 เดือน

เมื่อถามว่า สิ่งที่ทำให้บุคลากรด่านหน้าอึดอัดใจที่สุดคืออะไร  แหล่งข่าวคนนี้บอกว่า พวกเขาเป็นคนกลาง อยูระหว่าง ผู้บริหาร กับ ประชาชน  เช่น ปัญหาการจัดการเตียงไม่เพียงพอ ผู้บริหารสื่อสารว่า เตียงเพียงพอ แต่ในกลุ่มผู้ปฎิบัติงาน ทุกคนทราบดีว่า .เตียงไม่เคยเพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย” ซึ่งการสื่อสารของผู้บริหาร ทำให้บุคลากรด่านหน้าต้องแบกรับคำตำหนิจากประชาชน หรือ หากมีบุคลากรคนใดไปพูดข้อมูลที่ไม่ตรงกับผู้บริหาร ก็จะถูกตำหนิจากผู้บริหารด้วย

แหล่งข่าวคนนี้ย้ำว่า บุคลากรด่านหน้าทุกคน ก็เหมือนประชาชนทั่วไป มีความกลัวติดเชื้อ ความเครียดและความเหนื่อยล้าสะสม แต่ไม่มีใครอยากพูด เพราะ กังวลเรื่องความน่าเชื่อถือ รวมถึงในวงการการแพทย์ นับถือระดับอาวุโส การวิจารณ์ระบบการทำงานจึงเปรียบเสมือนเรื่องต้องห้าม แหล่งข่าวยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมา มีบุคลากรหลายคน ถูกจับตามองเมื่อออกมาวิจารณ์สถานการณ์จึงไม่มีค่อยมีใครอยากออกมาวิจารณ์ในที่สาธารณะ

สำหรับการเรียบกร้องของกลุ่มบุคลากรด่านหน้าที่อยากฉีดวัคซีน ชนิด mRNA เช่น ไฟเซอร์ หรือโมเดอร์นา  ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า หากวัคซีนมาถึงเมื่อไหร่ก็จะได้ฉีด

ส่วนใครจะเข้าข่ายได้ฉีดวัคซีนยี่ห้อใด หรือไม่ เป็นอำนาจการพิจารณาของ ะกรรมการวิชาการ นายอนุทิน ย้ำว่า เขาไม่มีอำนาจการตัดสินใจ

สำหรับวัคซีน โมเดอร์นา คาดว่าจะมาถึงในเดือนตุลาคม ส่วน วัคซีนไฟเซอร์จะเข้ามาช่วงไตรมาสที่ 4 หรือปลายปีนี้ จำนวน 20 ล้านโดส โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของสัญญาซื้อขาย หลังสัญญาผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานอัยการสูงสุด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ