“การตรวจหาเชื้อโควิด-19” เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ในการควบคุมสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เพราะหากเราไม่รู้ว่าใครติดเชื้อบ้าง ย่อมไม่อาจควบคุมการแพร่กระจายได้
นอกจากนี้ อัตราการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของดัชนีชี้วัดการฟื้นตัวของประเทศหรือดัชนีทางเศรษฐกิจหลายตัว ทำให้หลายประเทศมุ่งเพิ่มอัตราการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ประชากรในประเทศของตน
ประเทศใดบ้าง อนุมัติใช้ชุดตรวจ “Rapid Antigen Test” แล้ว
เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี 2020 ที่เพิ่งมีการระบาดของโควิด-19 ในไม่กี่ประเทศ ข้อมูลจาก Our World in Data ระบุว่า อัตราการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้ประชาชนของหลายประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก
โดยเมื่อเทียบอัตราการตรวจโควิด-19 ต่อประชากร 1,000 คนของแต่ละประเทศในวันที่ 20 ก.พ. 2020 และ 9 ก.ค. 2021 พบว่ามีความเปลี่ยนแปลงในหลายประเทศ
ที่ออสเตรเลีย ในช่วงเริ่มการระบาดมีการตรวจหาเชื้อเพียง 5.61 ครั้งต่อประชากร 1,000 คนเท่านั้น แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าตรวจหาเชื้อไปแล้ว 848.36 ครั้งต่อประชากร 1,000 คน
ส่วนอังกฤษ ในช่วงเริ่มการระบาดมีการตรวจหาเชื้อเพียง 2.29 ครั้งต่อประชากร 1,000 คนเท่านั้น แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าตรวจหาเชื้อไปแล้ว 3,198.82 ครั้งต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งหมายความว่ามีการตรวจหลายครั้งจนเกินจำนวนประชากรไปแล้ว
อินเดีย ในช่วงเริ่มการระบาดมีการตรวจหาเชื้อเพียง น้อยกว่า 0.01 ครั้งต่อประชากร 1,000 คนเท่านั้น แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าตรวจหาเชื้อไปแล้ว 306.76 ครั้งต่อประชากร 1,000 คน
สหรัฐฯ ในช่วงเริ่มการระบาดมีการตรวจหาเชื้อเพียง น้อยกว่า 0.01 ครั้งต่อประชากร 1,000 คนเท่านั้น แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าตรวจหาเชื้อไปแล้ว 1,426.53 ครั้งต่อประชากร 1,000 คน เป็นการตรวจหลายครั้งจนเกินจำนวนประชากรไปแล้วเช่นเดียวกับสหราชอาณาจักร
เกาหลีใต้ ในช่วงเริ่มการระบาดมีการตรวจหาเชื้อเพียง 0.24 ครั้งต่อประชากร 1,000 คนเท่านั้น แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าตรวจหาเชื้อไปแล้ว 208.38 ครั้งต่อประชากร 1,000 คน
มาเลเซีย ในช่วงเริ่มการระบาดมีการตรวจหาเชื้อเพียง 0.03 ครั้งต่อประชากร 1,000 คนเท่านั้น แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าตรวจหาเชื้อไปแล้ว 470.50 ครั้งต่อประชากร 1,000 คน
และประเทศไทย ในช่วงเริ่มการระบาดมีการตรวจหาเชื้อเพียง 0.05 ครั้งต่อประชากร 1,000 คนเท่านั้น แต่ข้อมูลล่าสุดพบว่าตรวจหาเชื้อไปแล้ว 112.23 ครั้งต่อประชากร 1,000 คน
จากอัตราการตรวจหาเชื้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้ในปัจจุบันยอดการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกอยู่ในหลักหลายพันล้าน
โดยประเทศที่มีตัวเลขการตรวจหาเชื้อโควิด-19 สูงที่สุดคือประเทศที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุดอย่าง สหรัฐฯ ตรวจหาเชื้อไปแล้ว 511.8 ล้านครั้ง คิดเป็น 153.7% จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ ส่วนยอดตรวจรายวันเฉลี่ยขณะนี้อยู่ที่ราว 385,000 ครั้งต่อวัน พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ราว 30,000 รายต่อวัน หรือไม่ถึง 1 ใน 10 ของการตรวจ
อันดับ 2 เป็นของอินเดีย ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ไปแล้วประมาณ 430.9 ล้านครั้ง แต่ด้วยจำนวนประชากรหลักพันล้านคนทำให้อัตราการตรวจในขณะนี้ก็ยังคงไม่เพียงพอ ปัจจุบันตรวจไปเพียง 30.9% ของประชากรทั้งประเทศเท่านั้น แม้อัตราการตรวจช่วงนี้จะสูงถึง 1.89 ล้านครั้งต่อวันก็ตาม ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันอยู่ที่ราว 40,000 ราย
อันดับ 3 เป็นของสหราชอาณาจักรที่กำลังเผชิญการระบาดของสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จนต้องเร่งการตรวจหาเชื้อเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการอนุญาตให้ประชาชนหาชุดตรวจโควิด-19 อย่างง่ายหรือ Rapid Antigen Test มาใช้เองได้ด้วย ทำให้ยอดการตรวจหาเชื้อสหราชอาณาจักรพุ่งขึ้นเป็น 222.6 ล้านครั้ง คิดเป็น326% ของประชากรทั้งประเทศ ปัจจุบันมีศักยภาพในการตรวจหาเชื้อต่อวัน 1.12 ล้านครั้ง พบผู้ติดเชื้อแต่ละวันราว 30,000 ราย
อันกับ 4 เป็นของจีน หนึ่งในประเทศที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปได้มหาศาล แต่ข้อมูลการตรวจหาเชื้อพบว่าตรวจไปได้ 160 ล้านครั้ง หรือ 11.1% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร และยังไม่พบข้อมูลอัตราการตรวจหาเชื้อรายวันด้วย ทำให้ส่วนหนึ่งเราไม่อาจมั่นใจได้เลยว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันของจีนที่อยู่เพียงหลักสิบนั้น เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือขนาดไหน
และอันดับที่ 5 นั้นคือรัสเซีย ตรวจหาเชื้อไปแล้ว 155.5 ล้านครั้ง อัตราการตรวจหาเชื้อรายวันช่วงนี้อยู่ที่ 495,000 ครั้ง
ที่น่าสนใจคืออันดับ 8 อย่าง “เดนมาร์ก” ที่มียอดตรวจหาเชื้อโควิด-19 สะสม 71.9 ล้านครั้ง อาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ หรืออินเดีย แต่เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่มีเพียง 5.8 ล้านคน เท่ากับว่า เดนมาร์กมีการตรวจหาโควิด-19 มากถึง 1,240% เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร
ส่วนประเทศไทยนั้น ถ้านับเฉพาะยอดการตรวจหาเชื้อ พบว่าอยู่ในอันดับ 47 ของโลก ตรวจไปแล้ว 8.13 ล้านครั้ง หรือ 11.6% ของประชากรทั้งประเทศ ส่วนอัตราการตรวจหาเชื้อรายวันช่วงนี้อยู่ที่ราว 60,000 ครั้ง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,000-9,000 รายต่อวัน ประมาณ 10% ของการตรวจหาเชื้อ
อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบอัตราการตรวจต่อจำนวนประชากรแล้ว ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 78 ของโลกเลยทีเดียว
หนึ่งในปัญหาสำคัญของประเทศไทยในตอนนี้ คือศักยภาพการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ดูจะล่าช้า จนเกิดความกังวลว่า จริง ๆ แล้วยอดู้ติดเชื้อรายวันของไทยสูงกว่านี้ แต่เพราะตรวจได้ไม่พอตัวเลขจึงออกมาเป็นอย่างที่เห็น
หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ทำให้เรารวมถึงผู้บริหารจัดการเองไม่อาจรู้ได้เลยว่า คนในสังคมตอนนี้ใครบ้างที่ติดเชื้อหรือยังไม่ติด ซึ่งทำให้ยากต่อการควบคุมการระบาด
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้นำชุดตรวจ Rapid Test มาใช้ในวงกว้างกว่านี้เพื่อเพิ่มยอดการตรวจหาเชื้อ เพราะหากขีดความสามารถในการตรวจหาเชื้อของไทยสูงกว่านี้ เราก็จะได้รู้ว่า สถานการณ์โควิด-19 “ที่แท้จริง” ของไทยเป็นอย่างไร เพื่อหาทางควบคุมรับมือต่อไป
ข้อมูลจาก Our World in Data / Worldometers
ภาพจาก AFP