บรรยากาศเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในกรุงฮาวานา เมืองหลวงของคิวบา ตามถนนหนทางเต็มไปด้วยผู้ประท้วง
การประท้วงแบบนี้เกิดขึ้นในหลายเมือง โดยชาวคิวบาจำนวนหลายพันคนออกมาชูธงชาติ เรียกร้องให้มิเกล ดิอัซ- กาเนล ประธานาธิบดีคิวบาที่เพิ่งจะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดประเทศเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ลาออกจากตำแหน่ง
พวกเขาระบุว่า ทุกวันนี้คนคิวบาอดอยากจนไม่มีอาหารจะกิน เข้าไม่ถึงยารักษาโรค อีกทั้งยังขาดอิสรภาพในชีวิต
การเดินขบวนประท้วงแปรเปลี่ยนเป็นความวุ่นวาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใช้กำลังจับกุมผู้ประท้วง หลายคนถูกฟาดด้วยกระบองจนเลือดอาบหน้า ในขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าผู้ประท้วงบางคนถูกจับกุมขึ้นรถยนต์ของทางการไป
อย่างไรก็ตามแม้จะมีการใช้ความรุนแรงกับประชาชน แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาชาวคิวบายังคงเดินหน้าออกมาประท้วง
ภาพนี้หาได้ยาก เนื่องจากคิวบาเป็น 1 ใน 5 ประเทศคอมมิวนิสต์สุดท้ายของโลก ที่ปกติแล้ว รัฐบาลมักควบคุมข่าวสารและการแสดงออกอย่างเข้มงวด การประท้วงที่เกิดขึ้นจึงนับว่าเป็นการประท้วงใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี
สำนักข่าว BBC เผยภาพแผนที่แสดงตำแหน่งการประท้วงที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ มากกว่านั้นยังมีรายงานการทำลายทรัพย์สิน และปล้นสะดมร้านค้าเกิดขึ้นในหลายจุดด้วย
ความน่าสนใจของการประท้วงครั้งนี้ก็คือ โซเชียลมีเดียมีส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยเผยแพร่สิ่งที่เกิดขึ้นในคิวบาให้โลกได้รับรู้
บนโลกออนไลน์ชาวคิวบาทั้งในและต่างประเทศช่วยกันติดแฮชแทก “SOS Cuba” หรือ โปรดช่วยคิวบาด้วย
พวกเขาเผยแพร่ภาพการประท้วง ภาพตำรวจใช้ความรุนแรงกับประชาชน ตลอดจนเป็นช่องทางการบริจาคอาหารและยาต่างๆ
มีรายงานว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ช่วงบ่ายรัฐบาลพยายามปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ต แต่เมื่อสัญญาณกลับมา ผู้ประท้วงก็ช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้มีกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนรัฐบาลคิวบาออกมาเคลื่อนไหวด้วย
พวกเขาระบุว่า การออกมาประท้วงล่าสุดนั้นสร้างความวุ่นวาย และไม่เป็นผลดีต่อใครในสังคม รวมถึงแสดงความเข้าอกเข้าใจดีว่า ทุกรัฐบาลย่อมมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจ
"คิวบา" จ่อคุมจำหน่ายอาหาร หลังขาดแคลนหนัก
เกิดอะไรขึ้นในคิวบา?
แม้อัตราผู้ติดเชื้อจะน้อยกว่าประเทศอื่นๆ แต่ภาพของการประท้วงล่าสุดนี้คือผลพวงจากโควิด-19 ด้วย คิวบาไม่ได้รับผลกระทบทางสาธารณสุขจากโควิดมากนัก ทั้งยังช่วยเหลือประเทศต่างๆ ด้วยการส่งหมอออกไปเป็นแนวหน้ารักษาโควิด
แต่ในทางเศรษฐกิจที่นี่กระทบหนัก เพราะรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว โดยมีลูกค้าสำคัญคือนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน
เดิมเศรษฐกิจของคิวบาได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรในสมัยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อถูกซ้ำเติมด้วยรายได้จากการท่องเที่ยวที่หดหายจึงส่งผลให้เศรษฐกิจของปี 2020 หดตัวลงถึงร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
เมื่อเศรษฐกิจฝืดเคือง รัฐบาลคิวบาที่ปกติปันส่วนอาหารก็มีอาหารแจกจ่ายผู้คนน้อยลง รวมถึงมีสินค้านำเข้าน้อยลงไปด้วยนำมาสู่ภาวะขาดแคลนอาหาร ขาดแคลนยารักษาโรค และส่งผลให้เกิดการประท้วงล่าสุด
การขาดแคลนล่าสุดถูกระบุว่า เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลายเมื่อปี 1991 ซึ่งก่อนหน้านั้นโซเวียตคือผู้สนับสนุนหลักด้านการเงินของคิวบา
ซ้ำร้ายโควิดที่เคยคุมได้กลับมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา คิวบามียอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันมากถึง 6,923 ราย สูงที่สุดเท่าที่มีการระบาดมา
นายพลคาสโตรคู่หูนายเชกูว่าราตายแล้ว
ด้านรัฐบาลคิวบาว่าอย่างไร?
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีถ้อยแถลงจาก มิเกล ดิอัซ- กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา ออกมาระบุว่า สาเหตุของภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการขาดแคลนอาหารที่เกิดขึ้นมาจากการที่สหรัฐฯ ยังคงคว่ำบาตรคิวบา
ด้านท่าทีของสหรัฐฯ หลังผู้นำคิวบาออกมาระบุว่าสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังการประท้วง
โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ออกมากล่าวในวันจันทร์ทันทีว่า ตัวเขาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคนคิวบา และขอเรียกร้องให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชน
ต้องติดตามกันต่อว่าการประท้วงล่าสุดนี้จะลงเอยอย่างไร
อีกจุดที่มีการประท้วงใหญ่ของคนคิวบา คือในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นรัฐมีชาวคิวบาอาศัยอยู่มากที่สุด
ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ชาวคิวบาออกมารวมตัวประท้วง โดยระบุว่า พวกเขาเข้าใจดีว่าคนคิวบานั้นต้องทนทุกข์มากแค่ไหน กับการปิดกั้นเสรีภาพและการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ในประวัติศาสตร์ หลังฟิเดล คาสโตร ขึ้นสู่อำนาจในปี 1959 ก็เกิดกระแสหนีออกนอกประเทศ ชาวคิวบาจำนวนมากที่ไม่อยากอยู่ในสังคมนิยมพากันลี้ภัยไปยังสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลคิวบาในตอนนั้นเองก็อนุญาต เพราะในแง่หนึ่งเป็นการลดประชากรประเทศลงด้วย