"คิวบา"ประท้วงไล่ผู้นำ หลังเศรษฐกิจฝืด ขาดแคลนอาหาร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่อยมาจนถึงวันนี้ เกิดการประท้วงใหญ่ขึ้นในคิวบา ประชาชนจำนวนหลายพันคนลงถนนเรียกร้องเสรีภาพ พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำคิวบาลาออก สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาการขาดแคลนอาหาร ที่เป็นผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำเพราะโควิด-19 อีกทอด ด้านสหรัฐฯ ออกมาขอให้รัฐบาลคิวบาฟังเสียงประชาชน พร้อมแสดงความกังวลต่อการใช้ความรุนแรงและจับกุมผู้ประท้วง

บรรยากาศเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในกรุงฮาวานา เมืองหลวงของคิวบา ตามถนนหนทางเต็มไปด้วยผู้ประท้วง

การประท้วงแบบนี้เกิดขึ้นในหลายเมือง โดยชาวคิวบาจำนวนหลายพันคนออกมาชูธงชาติ เรียกร้องให้มิเกล ดิอัซ- กาเนล ประธานาธิบดีคิวบาที่เพิ่งจะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดประเทศเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ลาออกจากตำแหน่ง

พวกเขาระบุว่า ทุกวันนี้คนคิวบาอดอยากจนไม่มีอาหารจะกิน เข้าไม่ถึงยารักษาโรค อีกทั้งยังขาดอิสรภาพในชีวิต

การเดินขบวนประท้วงแปรเปลี่ยนเป็นความวุ่นวาย เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใช้กำลังจับกุมผู้ประท้วง หลายคนถูกฟาดด้วยกระบองจนเลือดอาบหน้า ในขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าผู้ประท้วงบางคนถูกจับกุมขึ้นรถยนต์ของทางการไป

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการใช้ความรุนแรงกับประชาชน แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาชาวคิวบายังคงเดินหน้าออกมาประท้วง

ภาพนี้หาได้ยาก เนื่องจากคิวบาเป็น 1 ใน 5 ประเทศคอมมิวนิสต์สุดท้ายของโลก ที่ปกติแล้ว รัฐบาลมักควบคุมข่าวสารและการแสดงออกอย่างเข้มงวด การประท้วงที่เกิดขึ้นจึงนับว่าเป็นการประท้วงใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปี

สำนักข่าว BBC เผยภาพแผนที่แสดงตำแหน่งการประท้วงที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ มากกว่านั้นยังมีรายงานการทำลายทรัพย์สิน และปล้นสะดมร้านค้าเกิดขึ้นในหลายจุดด้วย

ความน่าสนใจของการประท้วงครั้งนี้ก็คือ โซเชียลมีเดียมีส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยเผยแพร่สิ่งที่เกิดขึ้นในคิวบาให้โลกได้รับรู้

บนโลกออนไลน์ชาวคิวบาทั้งในและต่างประเทศช่วยกันติดแฮชแทก “SOS Cuba” หรือ โปรดช่วยคิวบาด้วย

พวกเขาเผยแพร่ภาพการประท้วง ภาพตำรวจใช้ความรุนแรงกับประชาชน ตลอดจนเป็นช่องทางการบริจาคอาหารและยาต่างๆ

มีรายงานว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ช่วงบ่ายรัฐบาลพยายามปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ต แต่เมื่อสัญญาณกลับมา ผู้ประท้วงก็ช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลใหม่อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้มีกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนรัฐบาลคิวบาออกมาเคลื่อนไหวด้วย

พวกเขาระบุว่า การออกมาประท้วงล่าสุดนั้นสร้างความวุ่นวาย และไม่เป็นผลดีต่อใครในสังคม รวมถึงแสดงความเข้าอกเข้าใจดีว่า ทุกรัฐบาลย่อมมีทั้งคนที่พอใจและไม่พอใจ

"คิวบา" จ่อคุมจำหน่ายอาหาร หลังขาดแคลนหนัก

เกิดอะไรขึ้นในคิวบา?

แม้อัตราผู้ติดเชื้อจะน้อยกว่าประเทศอื่นๆ แต่ภาพของการประท้วงล่าสุดนี้คือผลพวงจากโควิด-19 ด้วย คิวบาไม่ได้รับผลกระทบทางสาธารณสุขจากโควิดมากนัก ทั้งยังช่วยเหลือประเทศต่างๆ ด้วยการส่งหมอออกไปเป็นแนวหน้ารักษาโควิด

แต่ในทางเศรษฐกิจที่นี่กระทบหนัก เพราะรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว โดยมีลูกค้าสำคัญคือนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน

เดิมเศรษฐกิจของคิวบาได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรในสมัยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อถูกซ้ำเติมด้วยรายได้จากการท่องเที่ยวที่หดหายจึงส่งผลให้เศรษฐกิจของปี 2020 หดตัวลงถึงร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

เมื่อเศรษฐกิจฝืดเคือง รัฐบาลคิวบาที่ปกติปันส่วนอาหารก็มีอาหารแจกจ่ายผู้คนน้อยลง รวมถึงมีสินค้านำเข้าน้อยลงไปด้วยนำมาสู่ภาวะขาดแคลนอาหาร ขาดแคลนยารักษาโรค และส่งผลให้เกิดการประท้วงล่าสุด

การขาดแคลนล่าสุดถูกระบุว่า เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลายเมื่อปี 1991 ซึ่งก่อนหน้านั้นโซเวียตคือผู้สนับสนุนหลักด้านการเงินของคิวบา

ซ้ำร้ายโควิดที่เคยคุมได้กลับมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา คิวบามียอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันมากถึง 6,923 ราย สูงที่สุดเท่าที่มีการระบาดมา

นายพลคาสโตรคู่หูนายเชกูว่าราตายแล้ว

ด้านรัฐบาลคิวบาว่าอย่างไร?

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีถ้อยแถลงจาก มิเกล ดิอัซ- กาเนล ประธานาธิบดีคิวบา ออกมาระบุว่า สาเหตุของภาวะเศรษฐกิจถดถอยและการขาดแคลนอาหารที่เกิดขึ้นมาจากการที่สหรัฐฯ ยังคงคว่ำบาตรคิวบา

ด้านท่าทีของสหรัฐฯ หลังผู้นำคิวบาออกมาระบุว่าสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังการประท้วง

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ออกมากล่าวในวันจันทร์ทันทีว่า ตัวเขาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของคนคิวบา และขอเรียกร้องให้รัฐบาลฟังเสียงประชาชน

ต้องติดตามกันต่อว่าการประท้วงล่าสุดนี้จะลงเอยอย่างไร

อีกจุดที่มีการประท้วงใหญ่ของคนคิวบา คือในรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นรัฐมีชาวคิวบาอาศัยอยู่มากที่สุด

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ชาวคิวบาออกมารวมตัวประท้วง โดยระบุว่า พวกเขาเข้าใจดีว่าคนคิวบานั้นต้องทนทุกข์มากแค่ไหน กับการปิดกั้นเสรีภาพและการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทั้งนี้ในประวัติศาสตร์ หลังฟิเดล คาสโตร ขึ้นสู่อำนาจในปี 1959 ก็เกิดกระแสหนีออกนอกประเทศ ชาวคิวบาจำนวนมากที่ไม่อยากอยู่ในสังคมนิยมพากันลี้ภัยไปยังสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลคิวบาในตอนนั้นเองก็อนุญาต เพราะในแง่หนึ่งเป็นการลดประชากรประเทศลงด้วย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ