นายพลฟิเดล คาสโตร นักปฎิวัติคอมมิวนิวต์ที่มีอายุยืนมากที่สุดในโลก ได้เสียชีวิตไปแล้วในวันที่ 25 พฤศจิกายน อายุได้ 90 ปี เพื่อนๆ ร่วมรุ่นพี่นักปฎิวัติคอมมิวนิสต์เช่น ประธานเหมาเจ๋อตุง ประธานาธิบดีโฮจีมินต์ ต่างก็เสียชีวิตไปนานแล้ว
ความยั่งยืนของคาสโตรเป็นที่กล่าวขานกันในโลกมานานกว่าห้าทศวรรษ เขาเป็นผู้นำคนเดียวในโลกก็ว่าได้ที่กล้ายืนหยัดและท้าทายสหรัฐอเมริกาทุกวี่ทุกวัน และยังสามารถปกครองคิวบาได้มาตั้งแต่ปี 1962 หลังจากที่เขาปฎิวัติล้มรัฐบาลของประธานาธิบดีฟูเยนซิโอ ปาลิสต้าสนับสนุนโดยสหรัฐอเมริกา แถมคิวบายังอยู่ไม่ไกลจากมลรัฐฟลอริด้า ห่างกันแค่ประมาณ 180 กิโลเมตรเท่านั้นเอง
หลังจากนั้น คาสโตรได้เข้าเป็นพันธมิตรอดีตสหภาพโซเวียตทันทีจนเกิดวิกฤตการเมืองที่เรียกว่าเหตุการณ์ “Bay of Pig” ที่เกือบทำให้สหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตรบกัน ช่วงสหรัฐอเมริกาได้ประธานาธิบดีคนใหม่หนุ่มแน่นพอดีที่มีชื่อว่า จอหน์ เอฟ เคเนดี้
ตั้งแต่นั้นมาสัมพันธ์สหรัฐอเมริกากับคิวบาถูกตัดสะบัด กรุงวอชิงตันใช้มาตรการโดดเดี่ยวคิวบาถูกชนิดทั้งการค้าและการเมือง ถือเป็นการทำโทษที่ยอมให้สหภาพโซเวียตใช้คิวบาเป็นที่ทดสอบความเป็นผู้นำของเคเนดี้
นายพลคาสโตรเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าเขาสามารถรอดจากถูกปองร้ายมากกว่า 600 ครั้ง “ถ้าการปองร้ายเป็นกีฬาโอลิมปิค ผมคงได้รับรางวัลเหรียญทองเรียบร้อยแล้ว” องค์การซีไอเอของสหรัฐอเมริกาได้พยายามหลายครั้งที่จะสังหารคาสโตรแต่ไม่สำเร็จ
ในยุคปี1970 นายพลคาสโตรพยายามปฎิบัติตัวเป็นผู้นำโลกที่สาม เพื่อต่อสู้กับจักรวรรดินิยมอเมริกา คิวบาพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้ความสำเร็จทางด้านการศึกษา การแพทย์ และการกีฬาเป็นเครื่องมือทางการทูตในเสริมสร้างแรงสนับสนุนระบอบคอมนิวนิสต์ในสไตลส์ของลัทธิเลนินและมารก์ซิสต์ ในตอนนั้น ทวีปเอเชียยังมีจีนและประเทศในอินโดจีนที่เป็นประเทศคอมมิวนิสต์ การปฎิรูปในแนวทางปัจจุบันที่เห็นอยู่ ในคิวบายังไม่มีใครคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นได้
ต่อมาปี 2008 คาสโตรตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเนื่องจากมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เปิดทางให้น้องชายนาย ราอูล คาสโตรเข้ารับหน้าที่แทน ซึ่งเท่ากับเปิดทางให้คิวบาเปิดแขนอ้ารับการปฎิรูปและฟื้นฟูสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา ที่สำคัญคือยอมรับทุนนิยมเข้ามา ที่ผ่านมาคิวบายังเป็นประเทศที่ใช้ระบอบสังคมนิยม รัฐยังเป็นเจ้าของกิจกรรมพานิชย์ ไม้มีภาคเอกชน สามปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีคนใหม่ได้ปฎิรูปเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน พร้อมเปิดโอกาสให้เอกชนด้ทำธุรกิจส่วนตัว
ปีที่แล้วทั้งสองประเทศได้ตัดสินใจฟื้นฟูสัมพันธ์กัน โดยมีประธานาธิบดีบารัก โอบามาเดินทางไปเยือนกรุงฮาวาน่าเป็นทางการ
สัมพันธ์ไทย-คิวบา
สัมพันธ์ไทยกับคิวบาดีมาก ทั้งสองประเทศได้สถาปนาสัมพันธ์การทูตในปีปี 1958 หรือ 58 ปีก่อน แต่นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า การติดต่อกันระหว่างสองประเทศมีมาก่อนหน้านี้ ท่านทูตคิวบาประจำไทยนายวิคเตอร์ เรมิเรศ เพเรียเล่าให้ฟังว่า หนึ่งปีหลังจากการก่อตั้งประเทศคิวบา รัชกาลที่ 5 ได้ส่งจดหมายแสดงความยินดีกับผู้นำคิวบาในตอนนั้น ท่านทูตแปลกใจมากที่ได้ค้นเจอจดหมายฉบับนี้ด้วยตัวเอง
คิวบาช่วยไทยในเรื่องการกีฬาเป็นอย่างมาก ส่งโค้ชชกมวยมาไทย ฝึกจนนักกีฬาใทยได้เหรียญทองเป็นครั้งแรกในปี 1996
ช่วงหลังมีการค้ามากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเกี่ยวกับเภสัชกรรม ฝ่ายไทยได้เสนอการร่วมลงทุนทางด้านนี้กับทางคิวบา
RONALDO SCHEMIDT / AFP