ก่อนการระบาดของโควิด-19 ชาวตูนิเซียไม่พอใจระบบการเมืองของตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเนื่องจากปัญหาเศรฐกิจชะงักงัน การทุจริตคอร์รัปชัน บริการภาครัฐที่เสื่อมถอย และอัตราว่างงานที่สูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
การระบาดของโควิด-19 ที่ซ้ำเติมเศรษฐกิจเมื่อปีที่แล้ว และตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงช่วงเดือนที่ผ่านมา กลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ชาวตูนิเซียออกมาประท้วงครั้งใหญ่และปะทะกับตำรวจในหลายเมืองเมื่อวานนี้
ประธานาธิบดีก็อยซ์ ซะอีด (Kais Saied) ตัดสินใจปลดนายกรัฐมนตรีฮิเชม เมชิชี (Hicem Mechichi) และระงับประชุมสภาชั่วคราว โดยระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประเทศ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้ามมองว่าความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีซะอีดเป็นการทำรัฐประหาร และเกรงว่าจะทำให้ตูนิเซียออกห่างจากประชาธิปไตยและกลับไปสู่การปกครองเผด็จการเช่นในอดีต
ทั้งนี้ ภายหลังการประกาศปลดนายกรัฐมนตรี ชาวตูนิเซียจำนวนมากก็ได้ออกมาเฉลิมฉลองและแสดงการสนับสนุนประธานาธิบดีซะอีดในหลายเมือง โดยที่กรุงตูนิส เมืองหลวง ประธานาธิบดีซะอีดก็ออกมาร่วมเดินกับกลุ่มผู้สนับสนุนบนถนนฮาบิบบอร์กิบา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการปฏิวัติเมื่อปี 2011 ด้วย
ตูนิเซียเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่สามตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพ.ค. และเป็นระลอกที่รุนแรงที่สุด โดยทำสถิติผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุด 9,286 คน เมื่อวันที่ 10 ก.ค. และเพิ่งรายงานผู้เสียชีวิตรายวันมากที่สุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่ 317 คน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 569,289 คน และผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 18,600 คน ส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วคิดเป็น 7 เปอร์เซ็นต์ของประชากร
ภาพ AFP
มันคือสงครามโรค “ได๋ ไดอาน่า” โพสต์เล่าความจริง แม้จะดูใจร้าย