วิจัยสหรัฐฯ พบหลักฐาน โควิด-19 อาจแพร่กระจายแบบ Airborne เป็นหลัก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

งานวิจัยใหม่โดย NIH สหรัฐฯ พบหลักฐาน เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายทางอากาศ (Airborne) ผ่านละอองลอยขนาดเล็ก (Aerosol) เป็นช่องทางหลัก

จอห์น เดรก ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับการแพร่กระจายทางอากาศ (Airborne Transmission) ของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยเขาระบุว่า เป็นที่แน่ชัดมานานแล้วว่า ไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 สามารถติดต่อทางอากาศผ่านฝอยละอองขนาดใหญ่ (Droplet) และละอองลอยขนาดเล็ก (Aerosol) ได้ แต่การแพร่กระจายทางอากาศในทางสากล จะหมายถึงเฉพาะละอองลอยขนาดเล็ก ซึ่งมีขนาดน้อยกว่า 5 ไมโครเมตร เล็กพอที่จะเดินทางผ่านอากาศในระยะทางไกลและลอยอยู่ในอากาศได้นาน

เชื้อโควิด-19 สามารถแพร่กระจายผ่านทางอากาศได้ไหม

เดรกบอกว่า ปัจจุบัน มีหลักฐานโดยอ้อมจำนวนมากที่บ่งชี้ว่า โควิด-19 แพร่กระจายทางอากาศได้ แต่ยังไม่ค่อยมีหลักฐานโดยตรงที่ยืนยันสมมติฐานดังกล่าว

ล่าสุด ในงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ล่วงหน้าของ ดร.วินเซนต์ มุนสเตอร์ นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) และทีมวิจัย ได้รายงานเกี่ยวกับการทดลองครั้งใหม่ที่มีหลักฐานโดยตรงว่า “โควิด-19 แพร่กระจายทางอากาศอย่างชัดเจน”

โดยทีมวิจัยได้ทำการทดลองกับหนูแฮมสเตอร์ซีเรีย (Mesocicetus auratus) เป็นสัตว์ทดลองแทนมนุษย์ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคนติดเชื้อโควิด-19

จากนั้น นักวิจัยได้ทำการทดลองเพื่อดูว่าแฮมสเตอร์สามารถแพร่เชื้อให้กันและกันผ่านอากาศได้หรือไม่ โดยใช้กล่องปิด 2 กล่อง ที่มีท่อเชื่อมระหว่างกล่องของหนูแฮมสเตอร์ที่ติดเชื้อ (ผู้ให้) และกล่องของหนูแฮมสเตอร์ที่อ่อนแอ (ผู้รับ)

ทั้งสองกล่องจะไม่มีทางสัมผัสกันโดยตรงได้เว้นแต่ทางอากาศ หนูแฮมสเตอร์ไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านท่อได้ แต่จะมีกระแสลมช่วยให้อนุภาคในอากาศเคลื่อนตัวจากกล่องผู้ให้ไปยังกล่องผู้รับ การทดลองใช้ท่อ PVC เชื่อมระหว่างกล่อง โดยมีความยาวต่างกัน 3 ขนาด คือ 16.5 เซนติเมตร 1.06 เมตร และยาวที่สุดคือ 2 เมตร

ในระยะที่ยาวที่สุดคือ 2 เมตรนี้ นักวิทยาศาสตร์พบว่า แทบไม่มีอนุภาคใดที่มีขนาดใหญ่กว่า 5 ไมโครเมตรเคลื่อนย้ายจากกล่องผู้ให้ไปยังกล่องผู้รับ อย่างไรก็ตาม พบว่าหนูแฮมสเตอร์ในกล่องผู้รับทุกตัวติดเชื้อโควิด-19 เนื่องจากไม่มีละอองขนาดใหญ่สามารถเคลื่อนที่ผ่านท่อเชื่อม 2 เมตรไปได้ การแพร่กระจายจึงต้องผ่านละอองลอยขนาดเล็กเท่านั้น

นักวิจัยยังได้ทำการทดลองเปรียบเทียบไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ดั้งเดิม และสายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) ด้วย

การทดลองแรก เพื่อตรวจสอบว่ามีความแตกต่างในด้านศักยภาพการแพร่เชื้อระหว่างสองสายพันธุ์หรือไม่ นักวิทยาศาสตร์ได้กำหนดให้มีการทดลองในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน 2 ช่วง คือ 1 ชั่วโมงและ 4 ชั่วโมง โดยใช้กล่องที่เชื่อมท่อขนาดความยาว 2 เมตร

สิ่งที่พวกเขาพบคือโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟาแพร่กระจายไปยังกล่องผู้รับทั้งหมดได้โดยใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ในขณะที่สายพันธุ์ดั้งเดิมกระจายไปยังผู้รับได้เพียงครึ่งเดียว

การทดลองที่สอง ดูว่าเมื่อนำสายพันธุ์อัลฟากับสายพันธุ์ดั้งเดิมมาแข่งขันกัน สายพันธุ์ใดจะครองสัดส่วนการระบาดส่วนใหญ่ไว้ได้มากกว่ากัน

นักวิจัยได้ทดลองให้เกิดการติดเชื้อระหว่างหนูแฮมสเตอร์กับหนูแฮมสเตอร์ไปเรื่อย ๆ โดยในรุ่น 1 หนูแฮมสเตอร์ 8 ตัว ได้รับเชื้อสายพันธุ์ดั้งเดิมและอัลฟาในอัตราส่วนที่เท่ากัน

หลังจากผ่านไป 12 ชั่วโมง พวกมันถูกนำไปใส่ไว้ในกล่องที่มีหนูแฮมสเตอร์ที่ยังไม่ติดเชื้อ 8 ตัว เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับเป็นรุ่นที่ 2

จากนั้นนำหนูแฮมสเตอร์รุ่นที่ 2 ไปไว้กับหนูแฮมสเตอร์ชุดใหม่อีก 8 ตัวคน เป็นรุ่นที่ 3 ต่อไปอีก 24 ชั่วโมง

นักวิทยาศาสตร์ใช้เทคนิคระดับโมเลกุลเพื่อพิจารณาว่า หนูแฮมสเตอร์ตัวใดติดไวรัสบ้าง โดยรวมแล้วมีการแพร่กระจาย 13 ครั้ง โดย 10 ครั้งในนี้พบว่า สายพันธุ์อัลฟาสามารถเอาชนะสายพันธุ์เดิมได้ โดยเมื่อสำรวจหนูแฮมสเตอร์ในรุ่นที่ 3 พบว่า โควิด-19 สายพันธุ์เดิมแทบจะหายไปจากการทดลองเลย

เมื่อนำข้อสรุปการทดลองทั้งหมดมารวมกัน การทดลองของ ดร.มุนสเตอร์ได้ทำให้เรารู้ข้อเท็จจริงที่สำคัญบางอย่างเกี่ยวกับการแพร่กระจายของโควิด-19 มากขึ้น คือ

  • การแพร่กระจายเกิดขึ้นผ่านละอองลอยขนาดเล็กได้จริง ไม่ใช่แค่ฝอยละอองขนาดใหญ่เท่านั้น
  • การแพร่กระจายของละอองลอยขนาดเล็กสามารถเกิดขึ้นได้ในระยะทางไกล (อย่างน้อย 2 เมตรตามระยะทางที่ทดลองกับหนูแฮมสเตอร์) และใช้เวลาเพียงสั้น ๆ เท่านั้น (1 ชั่วโมงจากการทดลอง)
  • สายพันธุ์อัลฟามีศักยภาพในการแพร่กระจายเชื้อผ่านละอองลอยขนาดเล็กมากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม
  • สายพันธุ์อัลฟามีความสามารถในการแข่งขันมากกว่าสายพันธุ์เดิม (ซึ่งอาจอธิบายได้ว่า ทำไมมันจึงกลายเป็นสายพันธุ์หลักในหลายประเทศได้อย่างรวดเร็ว)

ดร.มุนสเตอร์เผยว่า สิ่งที่เขาเชื่อว่าเป็นการค้นพบที่สำคัญที่สุดจากการทดลองนี้ คือ “การมีหลักฐานโดยตรงที่สรุปได้ว่า ละอองลอยขนาดเล็กน่าจะเป็น ‘ช่องทางหลัก’ ในการแพร่เชื้อของโควิด-19”

ดร.มุนสเตอร์กล่าวว่า เนื่องจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังคงมีจำกัดในหลายพื้นที่ทั่วโลก กลยุทธ์การควบคุมและบรรเทาโรคโควิด-19 จึงควรมีกลยุทธ์เชิงรับที่เน้นไปที่การลดการสัมผัสและการปิดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงระบบระบายอากาศ การฆ่าเชื้อในอากาศ การเว้นระยะห่างทางสังคม และการสวมหน้ากากอนามัย

เรียบเรียงจาก Forbes

ภาพจาก AFP

สารประกอบจาก “เห็ดหนิวจังจือ” อาจเป็นอาวุธต้านโควิด-19 ในอนาคต

LONG COVID อาการต่อเนื่องของคนเคยป่วยโควิด ที่ไม่ควรมองข้าม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ