ซากมนุษย์โบราณอินโดนีเซีย ให้เบาะแสใหม่ในการย้ายถิ่น

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ร่องรอยทางพันธุกรรมในร่างของหญิงวัยรุ่นที่เสียชีวิตเมื่อ 7,000 ปีก่อน ให้เบาะแสแรกว่า การหลอมรวมกันระหว่างมนุษย์ยุคแรกในอินโดนีเซียและมนุษย์จากแถบไซบีเรียที่ห่างไกลนั้น เกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยคิดกันไว้มาก

งานวิจัยที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์เนเจอร์ (Nature) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อาจเปลี่ยนแปลงทฤษฎีเกี่ยวกับการอพยพของมนุษย์ยุคแรกในเอเชีย หลังมีการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ หรือร่องรอยพันธุกรรม ของร่างมนุษย์ผู้หญิงที่ถูกฝังตามพิธีกรรมในถ้ำแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย

นายบัสรัน บูร์ฮาน (Basran Burhan) นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิธในออสเตรเลีย ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่บริเวณวอลเลเซีย (Wallacea) จะเป็นจุดที่มนุษย์สองสายพันธุ์มาพบกัน คือ เดนิโซแวน และโฮโมเซเปียนยุคแรก

 

วอลเลเซีย คือ กลุ่มของเกาะของอินโดนีเซีย ทางตะวันออกของเกาะบอร์เนียว ซึ่งมีเกาะสุลาเวสีเป็นเกาะใหญ่ที่สุด 

ส่วนเดนิโซแวน คือ กลุ่มของมนุษย์โบราณที่ตั้งชื่อตามถ้ำในแถบไซบีเรีย ที่มีการค้นพบร่างของมนุษย์สายพันธุ์นี้ครั้งแรกเมื่อปี 2010  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังมีความเข้าใจน้อยมาก

สำหรับร่างของหญิงโบราณนี้ถูกพบในกลุ่มถ้ำแห่งหนึ่ง ในสภาพถูกฟังโดยมีก้อนหินอยู่ในมือและบนเชิงกราน โดยนักวิจัยตั้งชื่อให้ว่า “แบสเซ”

ดีเอ็นเอของ “แบสเซ” เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่พบในแถบเขตร้อนจำนวนไม่มากที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ โดยมันแสดงให้เห็นว่า “แบสเซ” สืบเชื้อสายมาจากชนเผ่าออสโตรนีเซียน ที่อาศัยอยู่ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย แต่มีดีเอ็นบางส่วนของเดนิโซแวนรวมอยู่ด้วย

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าชนเผ่าเอเชียเหนืออย่างเดนิโซแวนเพิ่งจะอพยพมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อประมาณ 3,500 ปีก่อน แต่ดีเอ็นเอของ “แบสเซ” ได้เปลี่ยนแปลงทฤษฎีเกี่ยวกับรูปแบบการย้ายถิ่นฐานของมนุษย์ยุคโบราณ

การค้นพบนี้ยังอาจทำให้เราได้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของชาวปาปัวและชนพื้นเมืองออสเตรเลียด้วย ซึ่งก็มีดีเอ็นเอของมนุษย์เดนิโซแวนเช่นกัน

"อาจารย์อ๊อด" ฟันธงพระเครื่องใส่สารเรืองแสง

กอนช. เตือน 4 จังหวัด 14 อำเภอริมน้ำมูลระวังน้ำเอ่อล้น

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ