ตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัท แอสตร้าเซเนก้า หนึ่งในผู้พัฒนาวัคซีนโควิด-19 ได้ขายวัคซีนให้กับทั่วโลกในราคาต้นทุนไม่แสวงหากำไร เพื่อช่วยนานาประเทศในช่วงวิกฤตการระบาดใหญ่ของโควิด-19
แต่ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ (12 พ.ย.) ที่ผ่านมา บริษัทฯ กล่าวในการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ว่า จะเริ่มกำหนดราคาวัคซีนใหม่เพื่อทำกำไร “เล็กน้อย” หลังจากนี้เมื่อได้รับคำสั่งซื้อใหม่
WHO อนุมัติฉุกเฉินแล้ว วัคซีนโควิด-19 แอสตร้าเซเนก้า "ล็อตผลิตในไทย"
ปัจจุบัน ประเทศต่าง ๆ จ่ายเงินประมาณ 3-5 ดอลลาร์สหรัฐ (100-160 บาท) สำหรับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 1 เข็ม
ที่ผ่านมา นโยบายของแอสตร้าเซเนก้าคือ ขับเคลื่อนความพยายามที่จะฉีดวัคซีนให้กับประเทศที่ยากจนกว่า ซึ่งหลายแห่งกำลังเผชิญกับการขาดแคลนวัคซีนอย่างรุนแรง ณ ปลายเดือน ต.ค. มีวัคซีนโควิด-19 แอสตร้าเซเนก้าประมาณ 1.1 พันล้านโดสถูกส่งไปถึงประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางค่อนไปทางต่ำ
ปาสคาล โซเรียต ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกล่าวว่า แอสตร้าเซเนก้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปสู่แนวทางที่แสวงหาผลกำไรเพิ่มขึ้น แต่เขาเสริมว่า บริษัทจะไม่ค้ากำไรเกินควรอย่างแน่นอน “บริษัทขอรับรองว่า วัคซีนจะยังคงมีราคาไม่แพงสำหรับประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลาง”
ปีที่แล้ว แอสตร้าเซเนก้าให้คำมั่นว่า จะไม่ทำกำไรจากวัคซีนโควิด-19 ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ แต่บริษัทพิจารณามาตลอดว่า จะประกาศให้วิกฤตการณ์สิ้นสุดลงเมื่อใด
“เราต้องยอมรับว่า … ไวรัสโควิด-19 กำลังกลายเป็นโรคประจำถิ่น (Endemic) และเราจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสมากที่จะต้องมีการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นประจำหลังจากนี้ ... ปีหน้าจะเป็นเป้าหมายของการซื้อขายเชิงพาณิชย์มากขึ้น” โซเรียตกล่าว
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ซึ่งเป็นผู้นำร่วมในการพัฒนาวัคซีนในระยะแรก กล่าวว่า พวกเขาร่วมมือกับแอสตร้าเซเนก้าในฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบริษัทตกลงตามวิสัยทัศน์ของพวกเขาในการกำหนดราคาขายวัคซีนเป็นราคาต้นทุน
โซเรียตกล่าวว่า เขา “ไม่เสียใจ” ที่ช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ทำกำไรจากวัคซีนโควิด-19 อย่างที่เจ้าอื่นได้ เขากล่าวว่า แอสตร้าเซเนก้าเป็นวัคซีนโควิด-19 ที่มีอัตราการฉีดสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากวัคซีนซิโนแวค “เราทุกคนภาคภูมิใจกับผลที่เกิดขึ้น เราช่วยชีวิตคนได้นับล้านคน และลดการรักษาในโรงพยาบาลได้หลายล้านคน”
แอสตร้าเซเนกาและพันธมิตรทั่วโลกได้จำหน่ายวัคซีนโควิด-19 ไปมากกว่า 1.7 พันล้านโดส ณ สิ้นเดือน ต.ค. โดยจัดส่งไปมากกว่า 170 ประเทศ
บริษัทกล่าวว่า ณ เดือน ก.ย. รายได้รวมจากวัคซีนโควิด-19 อยู่ที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.9 หมื่นล้านบาท) และคาดการณ์ว่า รายได้จากวัคซีนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ส่วนใหญ่ยังคงมาจากคำสั่งซื้อที่ไม่แสวงหาผลกำไรอยู่ จะมีเพียงส่วนน้อยที่เป็นคำสั่งซื้อแบบแสวงหาผลกำไร
สำหรับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 เจ้าอื่น ๆ มีเพียงจอห์นสันแอนด์จอห์นสันที่ให้สัญญาเหมือนแอสตร้าฯ ว่าจะจำหน่ายในราคาไม่แสวงหากำไร คาดว่าจะมีรายได้ 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.2 หมื่นล้านบาท) จากวัคซีนในปีนี้
ส่วนโมเดอร์นา ซึ่งไม่ได้ให้คำสัญญาใด ๆ เรื่องราคา คาดว่าจะมีรายได้จากวัคซีนโควิด-19 สูงถึง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.9 แสนล้านบาท) และไฟเซอร์ซึ่งกำหนดราคาโดยหวังผลกำไร คาดว่าวัคซีนจะทำเงินให้ถึง 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.18 ล้านล้านบาท)
เรียบเรียงจาก New York Times / The Guardian
ภาพจาก AFP