ยุโรปอ่วม โควิดกลับมาระบาดหนัก หลายประเทศเร่งล็อกดาวน์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หลายประเทศในยุโรปยังเผชิญกับกับการระบาดของโควิดอย่างหนัก ทำให้ต้องออกมาตรการเข้ม ท่ามกลางการประท้วงของประชาชน หนักที่สุดประเทศหนึ่งคือ เยอรมนี ในแคว้นบาวาเรียซึ่งเป็นภูมิภาคที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศกำลังถูกกระหน่ำอย่างหนัก เตียงไอซียูเริ่มล้นและต้องส่งผู้ป่วยไปรักษาในแคว้นอื่นแทน โดยรวมการระบาดส่วนใหญ่เกิดขึ้นในกลุ่มคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน หรือฉีดแล้วแต่ภูมิคุ้มกันลดและยังไม่ได้ฉีดบูสเตอร์โดส

ผู้นำเยอรมนี ยอมรับโควิดรอบใหม่ "สาหัสสุด" วอนปชช.ฉีดวัคซีน

{related-line-161042

เยอรมนีเพิ่มวัคซีนบูสเตอร์โดสหลังโควิด-19 ระบาดหนัก

มาตรการที่รัฐบาลเยอรมันประกาศออกมาใช้จึงมุ่งเป้าไปที่คนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นล็อกดาวน์คนไม่ฉีดวัคซีน ไม่อนุญาตให้ใช้ชีวิตตามปกติจนกว่าจะฉีด  รวมถึงเร่งให้คนไปฉีดบูสเตอร์โดส ถ้าไม่ทำก็ใช้ชีวิตปกติไม่ได้

อย่างไรก็ตาม คนไม่พอใจ ออกมาประท้วง แต่รัฐบาลไม่สนใจ และอาจใช้มาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น โดยจับสัญญานจากรัฐมนตรีสาธารณสุขของเยอรมนีเพิ่งประกาศว่า ภายในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ประชาชนทุกคนต้องฉีดวัคซีน ไม่เช่นนั้นก็ต้องป่วยหรือเสียชีวิต

โควิดกำลังกระหน่ำเยอรมนีอย่างสุดแรง  นี่เป็นคำพูดของรักษาการนายกแองเกลา แมร์เคิล เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และเป็นเช่นนั้นจริง ๆ หากดูจากตัวเลข เมื่อ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อสูงทะลุ 65,000 เป็นครั้งแรก ทุบสถิตินับตั้งแต่มีการระบาด ( ประชากร 83 ล้านคน)

เมื่อวานนี้ 22 พ.ย. ลดลงมาบ้าง ผู้ติดเชื้อใหม่ 47,887 คน ผู้เสียชีวิตมี 307 คน แต่ถ้ารวมตัวแลขในรอบ 7 วันจะน่าตกใจ คือเกิน รวมทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาคือเกิน 100,000 คนแล้ว ถือเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่มี 83 ล้านคน ในบรรดาผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากคือคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน จนถึงขณะนี้ คนได้รับเข็มแรกร้อยละ 70.4 ส่วนคนได้ 2 เข็มอยู่ที่ร้อยละ 67.9

 

การกักตัวคนไม่ฉีดวัคซีนไม่ใช่คำตอบ คำตอบอยู่ที่ทุกคนต้องได้รับวัคซีน นี่คือคำพูดของรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของเยอรมนี ที่เปิดแถลงข่าวในกรุงเบอร์ลิน ประกาศว่า ภายในสิ้นสุดฤดูหนาวนี้ ประชาชนทุกคนในเยอรมนีจะต้องได้รับการฉีดวัคซีน ไม่ก็ต้องติดเชื้อแล้วหายป่วย หรือต้องเสียชีวิต มีทางเลือกแค่ 3 ทาง

มีการตีความว่า การให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีสาธารณสุขเป็นการส่งสัญญานจากรัฐบาลหรือไม่ว่า เยอรมนีจะออกนโยบายบังคับให้ฉีดวัคซีน หรือ Complusory Vaccine ซึ่งไม่ค่อยมีประเทศไหนใช้กัน ส่วนใหญ่ให้การฉีดวัคซีนเป็นความสมัครใจ การบังคับให้ฉีดวัคซีนมีข้อถกเถียง ว่ารัฐต้องดูแลสุขภาพประชาชน แต่ก็ ห้ามก้าวล้ำไปตัดสินใจแทนเจ้าตัว

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเยอรมนีเพิ่งประกาศบังคับใช้มาตรการ 2 G คือ ใช้แทนคน 2 กลุ่มคือ กลุ่มคนฉีดวัคซีน และกลุ่มคนที่ติดเชื้อ หาย และมีภูมิคุ้มกันแล้ว ภายใต้มาตรการนี้ คนที่ไม่ได้อยู่ใน 2 กลุ่มนี้จะไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ เช่น ห้ามใช้สถานที่สาธารณะ เป็นการกึ่งบังคับกลาย ๆ ว่าตราบใดที่ยังไม่ฉีดวัคซีน ก็ไม่สามารถออกนอกบ้านได้

สาเหตุของการระบาดหนักในเยอรมนีมาจาก 3 ปัจจัย  ปัจจัย1 คือ ยังมีคนคนจำนวนมากที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน  ปัจจัยที่ 2 คือ ภูมิคุ้มกันในคนที่ฉีดแล้วเริ่มลด และยังไม่เข้ารับบูสเตอร์โดส และปัจจัยที่ 3 คือ สายพันธุ์เดลต้า และฤดูหนาว เป็นเหตุผลที่รัฐบาลประกาศว่า ภายในฤดูหนาว ทุกคนต้องได้วัคซีน

 

สหรัฐฯยกระดับเตือนพลเมือง อย่าเดินทางไปเยอรมนี

ความรุนแรงของการระบาดในเยอรมนี ทำให้ล่าสุดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐหรือ CDC ยกระดับคำเตือนพลเมืองเป็นระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยแนะนำ พลเมืองสหรัฐฯว่า อย่าเดินทางไปเยอรมนี (Do not Travel) ปัจจุบันมี 75 ประเทศทั่วโลกที่อยู่ในลิสต์เตือนการเดินทางของ CDC

สำหรับในยุโรป นอกเหนือจากเยอรมนีแล้วก็มี เดนมาร์ก ออสเตรีย สหราชอาณาจักร เบลเยียม กรีซ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ โรมาเนีย ไอร์แลนด์ และสาธารณรัฐเชก

การระบาดที่หนักทำให้หลายเมืองของเยอรมนียังตัดสินใจสั่งปิดตลาดคริสต์มาสซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ อย่างที่เมืองมิวนิกซึ่งอยู่ในแคว้นบาวาเรียตัดสินใจยกเลิกการจัดงานตลาดคริสต์มาส ซึ่งปกติจะเริ่มจัดงานตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ต้องจับตาดูว่า เยอรมนีจะใช้มาตรการบังคับให้ทุกคนต้องฉีดวัคซีน หรือ Compulsory Vaccine หรือไม่ มาดูอีกหนึ่งประเทศที่กำลังใช้มาตรการเคร่งครัดรับมือกับโควิด-19 นั่นคือ ออสเตรีย

 

โควิดในยุโรปยังวิกฤต หลายประเทศเร่งล็อกดาวน์

ก่อนหน้านี้ออสเตรียบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์เฉพาะผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล เพราะล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลยกระดับมาตรการเป็นการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ บังคับใช้ทั่วประเทศ โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นไป นี่คือบรรยากาศของกรุงเวียนนาเมื่อวานนี้ที่ค่อนข้างเงียบเหงา หลังบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์วันแรก เจ้าหน้าที่ประกาศให้ร้านอาหาร และธุรกิจต่างๆ ปิดทำการชั่วคราว บังคับให้ประชาชนอยู่ในบ้านและสามารถออกมาข้างนอกเพื่อซื้อของจำเป็นเท่านั้น

การล็อกดาวน์รอบนี้ถือเป็นครั้งที่สี่ในออสเตรียแล้ว และออสเตรียเป็นประเทศแรกในยุโรปที่กลับมาใช้มาตรการเด็ดขาดท่ามกลางการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วง แม้ว่าจะเจอกับปฏิกิริยาต่อต้านจากประชาชน ชาวออสเตรียถึงกับบรรยายว่าการล็อกดาวน์ครั้งนี้ไม่ต่างอะไรกับการติดคุกดีๆ นี่เอง อย่างไรก็ตามยังมีคนเชื่อว่าวิธีนี้จะช่วยลดการแพร่ระบาดได้

ตัวเลขล่าสุด เมื่อวานนี้ออสเตรียมีผู้ติดเชื้อใหม่ 13,806 คน และมีอัตราการฉีดวัคซีน คนที่ได้รับเข็มแรก ร้อยละ 69.9 และคนที่ได้รับสองเข็ม ร้อยละ 65.3  ออสเตรียไม่ได้ใช้แค่วิธีล็อกดาวน์ แต่ยังเป็นประเทศแรกในยุโรปที่กำหนดให้การฉีดวัคซีนเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 เป็นต้นไป  ซึ่งทำให้ประชาชนออกมาต่อต้านในวงกว้าง ไม่เพียงแต่ในประเทศออสเตรียเท่านั้น แต่ยังลามไปยังประเทศยุโรปอื่น ๆ ด้วย เนื่องจากชาติอื่น ๆ มีความกังวลว่ารัฐบาลในประเทศตัวเองจะใช้นโยบายเดียวกับออสเตรีย

อีกประเทศที่ใช้มาตรการล็อกดาวน์ผู้ไม่ฉีดวัคซีน คือสาธารณรัฐเช็ก ขณะนี้ยุโรปกำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว และเทศกาลสำคัญที่ดึงนักท่องเที่ยวมากที่สุดก็คือคริสต์มาส แต่ทางการเช็กสั่งปิดตลาดคริสต์มาสเรียบร้อย รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ก็ต้องงดให้บริการไปด้วย หลายคนกังวลว่าการล็อกดาวน์ครั้งนี้จะทำเศรษฐกิจชะงักแบบปีที่แล้ว แม้ว่ากลุ่มที่ฉีดวัคซีนแล้วจะสามารถออกมาข้างนอกและใช้บริการร้านอาหารได้ก็ตาม แต่ประชากรอีกเกือบครึ่งยังไม่ได้รับวัคซีน โดยผู้ป่วยร้อยละ 70 ในสาธารณรัฐเช็กคือคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน

เมื่อวานนี้เช็กพบผู้ติดเชื้อใหม่ 22,778 คน เสียชีวิต 225 คน อัตราการฉีดวัคซีนเฉลี่ยของสหภาพยุโรปอยู่ที่ร้อยละ 65.5 แต่ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสในสาธารณรัฐเช็กมีแค่ร้อยละ 58 เท่านั้น

 

ยอดติดเชื้อรัสเซียเริ่มลดลง เร่งฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม

ส่วนประเทศที่เจอการระบาดระลอกใหม่ก่อนใครเพื่อนอย่างรัสเซีย ขณะนี้สามารถควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตให้ลดลงได้แล้ว เมื่อวานนี้ รัสเซียพบผู้ติดเชื้อใหม่ 35,681 คน ลดลงมาจากต้นเดือนพฤศจิกายนที่มียอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงถึง 40,000 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดตั้งแต่เกิดการระบาด แต่ถึงแม้ผู้ติดเชื้อจะลดลง อัตราการฉีดวัคซีนในรัสเซียก็ยังน้อยมาก โดยมีผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกร้อยละ 44.1 และผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสร้อยละ 36.7

รัสเซียเป็นประเทศที่ผลิตและวิจัยวัคซีนของตัวเองและอนุมัติใช้ในประเทศ ชื่อว่า สปุตนิก วี นับว่าประสบความสำเร็จก่อนหน้าหลายประเทศทั่วโลก แต่ประชาชนรัสเซียยังคงลังเลไม่อยากฉีดวัคซีน รัฐบาลรัสเซียพยายามขอความร่วมมือจากประชาชนให้เข้ารับวัคซีนมาโดยตลอด ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียได้เข้ารับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดสเรียบร้อย โดยใช้วัคซีน สปุตนิก ไลท์ ซึ่งผลิตและวิจัยภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ยอดผู้ติดเชื้อรวมยังคงมากอยู่ โดยรัสเซียมียอดผู้ป่วยโควิด-19 รวมทั้งหมด 9.2 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิต 260,000 คน เป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในภูมิภาคยุโรป

TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

เซอร์เบีย

VS

อังกฤษ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ