สหรัฐประกาศเพิ่มบริษัทดีเจไอ ซึ่งเป็นผู้ผลิตโดรนสัญชาติจีน และบริษัทอื่นๆอีก 7 แห่ง เข้าไปในบัญชีดำห้ามลงทุน โดยกระทรวงการคลังของสหรัฐประกาศเมื่อวานนี้ว่า ได้ใช้มาตรการจำกัดการลงทุนในบริษัทเหล่านั้นของจีน เนื่องจากมีส่วนในการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิมอุยกูร์ในเขตปกครองตนเองซินเจียง และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ โดยมาตรการดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนชาวอเมริกันไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นของบริษัทเหล่านั้นได้
ก่อนหน้านั้น บริษัทดีเจไอ และอีก 7 บริษัทดังกล่าวก็อยู่ในบัญชีของสหรัฐ ที่ห้ามไม่ให้ซื้อสินค้าจากสหรัฐ หรือนำเข้าเทคโนโลยีจากสหรัฐเข้าไปโดยไม่มีใบอนุญาตพิเศษ
นอกจากนี้ เมื่อวานนี้กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐยังได้เพิ่มรายชื่อบริษัทและองค์กรของจีนอีกหลายสิบแห่งลงในบัญชีดำว่าด้วยการส่งออกอีกด้วย และเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทางการสหรัฐก็เพิ่งประกาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อนักการเมืองจีนสองคน และบริษัท SenseTime บริษัทด้านเอไอสัญชาติจีนอีกหนึ่งแห่ง
ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังรัฐบาลจีนทราบข่าวว่าสหรัฐจะทำการแบล็กลิสต์ 8 บริษัทสัญชาติจีนเพิ่มเติม นายจ้าว หลี่เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนก็ได้ออกแถลงการณ์ว่า จีนต่อต้านการที่สหรัฐจะมาปราบปรามบริษัทของจีนและจะจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงเรียกร้องให้สหรัฐหยุดแนวคิดแบบสงครามเย็น
เราขอเรียกร้องให้ประชาชนในสหรัฐเลิกแนวคิดแบบสงครามเย็นและความลำเอียงทางระบอบปกครอง และหยุดละเมิดอำนาจรัฐ เพื่อมาข่มบริษัทและภาคส่วนของจีนอย่างไม่สมเหตุสมผล หยุดพฤติกรรมที่ละเมิดหลักการของเศรษฐกิจระบบตลาดและกฎการค้าระหว่างประเทศ จีนจะปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทจีนอย่างสม่ำเสมอเหมือนที่เป็น
รายงานยังระบุว่า เวลานี้หลายฝ่ายกำลังใช้มาตรการคว่ำบาตรจีน เพื่อตอบโต้กรณีจีนล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจียง และล่าสุด สำนักข่าวเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า การประชุมประจำปีที่จัดขึ้นระหว่างสหภาพยุโรป และจีน จะถูกเลื่อนไปจนกระทั่งปีหน้า หลังสหภาพยุโรปใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อจีน และทำให้ความร่วมมือต่างๆระหว่างทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สหรัฐฯ ชี้วัคซีนต้าน “โอมิครอน” ยังไม่จำเป็น ยันเข็ม 3 ป้องกันได้
โดยทางสหภาพยุโรปก็กังวลว่า ถ้าหากจัดการประชุม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน อาจจะตอบโต้ด้วยการไม่เข้าร่วมประชุม และให้นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงเข้าร่วมประชุมแทน