ผู้คนหลายล้านคนในสหราชอาณาจักรต้องเผชิญกับการหยุดชะงักงันครั้งใหญ่ หลัง "พายุยูนีซ" พัดถล่มขึ้นฝั่งเมื่อวานนี้ (18 ก.พ. 65) ด้วยความเร็วลมสูงสุดที่ 122 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วลมสูงสุดที่เคยวัดได้ในอังกฤษ และถือเป็นพายุรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดพายุวันเบิร์นส์ เมื่อ 32 ปีที่แล้ว โดยความเร็วลมสูงสุดที่วัดได้นี้อยู่ในเขต Needles บนเกาะไอล์ ออฟ ไวต์ (Isle of Wight) ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบอังกฤษ
ความรุนแรงของพายุลูกนี้ได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างขนาดใหญ่ เช่น หลังคาของ โอทู อารีนา ซึ่งเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ในกรุงลอนดอนฉีกขาด ต้นไม้ใหญ่หักโค่น และตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นพบบ้านเรือนประชาชนราว 435,000 หลังเผชิญกับปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ และถนนสายหลักถูกปิด
ขณะที่โรงเรียน และธุรกิจต่าง ๆ นับพันแห่ง ต้องปิดให้บริการชั่วคราว รวมถึงสายการบิน และรถไฟ ได้ระงับเที่ยวบินและการเดินทางนับร้อยเที่ยว ซึ่งในส่วนของทางการรถไฟของเวลส์ จะกลับมาเดินรถไฟอีกครั้งในวันนี้ ทั้งนี้จากเหตุการณ์ครั้งนี้พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน โดยบางคนถูกต้นไม้ล้มทับ และขับรถชนต้นไม้
นอกจาก พายุยูนีซ พัดถล่มสหราชอาณาจักรแล้ว ก็ได้เคลื่อนตัวพัดถล่มอีกหลายประเทศทางตอนเหนือของยุโรป เช่น เบลเยียม พบคลื่นขนาดใหญ่ซัดขึ้นท่าเรือในเมืองบลังเคนเบิร์ก ขณะที่ผู้คนที่พักอาศัยในกรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยียมต้องเดินบนถนนท่ามกลางลมแรง และที่เมืองตูร์แน ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงบรัสเซลส์ พบเครนชนกับหลังคาของโรงพยาบาลจนทะลุเพดานชั้นบนสุด เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า พบวัยรุ่นติดอยู่ในรถ หลังกำแพงพังถล่มลงมา โดยหลังเกิดเหตุกู้ภัยได้เข้าไปช่วยชีวิต และนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว
ส่วนกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ เผชิญลมแรงจนต้นไม้ใหญ่หลายต้นหักโค่นทับรถยนต์ที่จอดอยู่ รวมถึงอาคาร และหลังคาบางส่วนสนามกีฬาจนพังเสียหาย และมีรายงานว่าพายุลมแรงทำให้รถบรรทุกหลายคันพลิกคว่ำจนทำให้เกิดการจราจรติดขัด และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้ส่งข้อความเตือนให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน และเปิดช่องทางให้โทรหาหน่วยฉุกเฉินหากตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ขณะที่โรงเรียนต่าง ๆได้ส่งนักเรียนกลับบ้าน และระบบขนส่งรถไฟถูกระงับให้บริการชั่วคราว ส่วนสนามบินสคิปโฮลได้ยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 400 เที่ยว เพื่อรับมือกับพายุยูนีซ
ด้านหน่วยกู้ภัยเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า จนถึงตอนนี้พบประชาชนเสียชีวิตจากการถูกต้นไม้ล้มทับแล้ว 3 คน โดย 2 คนเสียชีวิตในกรุงอัมสเตอร์ดัม