จากความคืบหน้าการเจรจาเพื่อยุติสงครามในยูเครน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียต้องการที่จะเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับยูเครน ทันทีที่คณะผู้แทนของยูเครนมีความพร้อม และการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง
ล่าสุด ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยวานนี้ว่า คณะผู้แทนเจรจาระหว่างยูเครนและรัสเซียเริ่มพูดคุยในหัวข้อที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่แตกต่างออกไป และไม่มีการยื่นคำขาด เหมือนการเจรจาในช่วงแรกๆที่เคยเกิดขึ้น
นอกจากนี้ประธานาธิบดีเซเลนกียังเรียกร้องให้ชาติตะวันตกควรเข้ามามีส่วนร่วมในการเจรจาเพื่อยุติสงครามมากขึ้น พร้อมเตือนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียว่า แม้ว่ารัสเซียจะส่งทหารเข้ามายังยูเครนหลายล้านคน แต่ก็ไม่สามารถยึดครองยูเครนได้ เพราะยูเครนจะออกมาปกป้องดินแดนทุกวิถีทาง
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเซเลนกี กล่าวว่า ได้หารือกับ นาฟตาลี เบนเน็ตต์ นายกรัฐมนตรีอิสราเอลถึงการรุกรานของรัสเซีย รวมถึงโอกาสในการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซีย และยูเครน
ซึ่งนายกฯเบนเน็ตต์ เข้ามามีบทบาทกอบกู้วิกฤตรัสเซียและยูเครน และพยายามไกล่เกลี่ยวิกฤตในยูเครนในช่วงที่ผ่านมา โดยได้พูดคุยกับทั้งผู้นำของยูเครนและรัสเซีย เนื่องจากอิสราเอลถือเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสองประเทศ
ประธานาธิบดีเซเลนกี กล่าวอีกว่า ได้เห็นถึงความพยายามของอิสราเอลในการเป็นตัวกลางการเจรจาเพื่อสันติภาพระหว่าง 2 ประเทศ และเผยว่าการเจรจารอบใหม่ระหว่างยูเครนและรัสเซียอาจมีขึ้นในเมืองเยรูซาเลม
ทั้งนี้สถานการณ์ในประเทศยูเครนค่อนข้างวิกฤต เมืองเล็กๆถูกโจมตีอย่างหนัก รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศของยูเครนออกโรงเตือนว่า กองกำลังรัสเซียอาจกำหนดเป้าหมาย โจมตีพุ่งเป้าไปยังอาวุธ และยุทโธปกรณ์ของชาติตะวันตกที่ส่งไปช่วยกองทัพยูเครนด้วย
ด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน ออกมาเคลื่อนไหว กล่าวว่า เวลานี้พลเรือนของยูเครนถูกรัสเซียโจมตีทางอากาศตามอำเภอใจ และถ้ายูเครนมีเครื่องบินมากกว่านี้ เราจะสามารถปกป้องชีวิตของพวกเขาได้ และยังยืนยันว่ายูเครนพร้อมเจรจา แต่ไม่ยอมแพ้ หรือยอมรับการยื่นคำขาดใดๆ จากรัสเซีย
"แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่ได้กีดกันการเจรจาทางการทูต และมีความจำเป็นในการพูดคุย และหาทางแก้ไขปัญหาเหมือนที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีเคยพูดหลายครั้ง เราพร้อมจะเจรจา แต่เราจะไม่ยอมรับคำขาด หรือยอมแพ้ "
นอกจากนี้รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศยูเครนยังระบุอีกว่า เขาเชื่อว่าการถอดถอนประธานาธิบดีปูตินจะช่วยยุติสงครามได้ แต่ว่าการฟื้นฟูสันติ และความมั่นคงในภาคพื้น Euro-Atlantic ไม่ได้ต้องการเพียงแต่การถอดถอนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย แต่ต้องถอนรากถอนโคนระบอบของผู้นำรัสเซียคนดังกล่าวออกไปจากรัสเซียด้วย