กองทัพยูเครนระบุวันนี้ (14 มี.ค.) ว่า ทหารรัสเซียกำลังพยายามปักหลักในพื้นที่ที่ยึดครองได้ พร้อมรักษาจังหวะการรุกคืบ และเตรียมโจมตีรอบใหม่ โดยคาดว่าจะมีเป้าหมายที่เมืองคาร์คิฟ เมืองซูมี และเมืองโบรวารี ชานกรุงเคียฟ
ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลยูเครน รายงานว่า อาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในเคียฟถูกกระสุนปืนใหญ่ยิงถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน
ขณะที่ หน่วยงานด้านสถานการณ์ฉุกเฉินของยูเครนระบุว่า เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น ในเขตโอโบลอนของกรุงเคียฟ โดยมีผู้เสียชีวิต 2 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พร้อมกับโพสต์คลิปที่เผยให้เห็นเจ้าหน้าที่กำลังควบคุมเพลิงที่เกิดขึ้นจากการโจมตี และอพยพผู้คนออกจากอาคาร 9 ชั้น
เช็กราคาน้ำมัน "โออาร์-บางจาก" ปรับลดเบนซิน -40 สต./ลิตร จับตาผลเจรายูเครน-รัสเซีย
นอกจากนี้ ทางการกรุงเคียฟยังระบุว่า โรงงานผลิตเครื่องบินอันโทนอฟ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองราว 10 กิโลเมตร ตกเป็นเป้าหมายโจมตีด้วยเช่นกัน โดยคลิปจากสังคมออนไลน์เผยให้เห็นกลุ่มควันหนาลอยขึ้นมาจากสนามบิน
การโจมตีล่าสุดนี้มีขึ้นหลังจากที่เมื่อวานนี้ กองทัพรัสเซียขยายวงโจมตีฝั่งตะวันตกของยูเครน โดยระดมยิงจรวดถล่มฐานทัพใกล้พรมแดนโปแลนด์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 35 คน
ส่วนความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเจรจา ทำเนียบเครมลินออกแถลงการณ์ว่า คณะผู้แทนรัสเซีย และยูเครน จะกลับมาเปิดการเจรจากันอีกครั้งในวันนี้ (14 มี.ค.) โดยนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้นำคณะเจรจาฝั่งรัสเซีย เปิดเผยว่า การหารือจะจัดขึ้นผ่านระบบวิดีโอลิงก์
ขณะที่ตัวแทนฝั่งยูเครน ซึ่งนำโดยนายมิคาอิโล โปโดลยัก ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ระบุว่า รัสเซียเริ่มให้ความร่วมมือกับการหาทางออกด้วยวิธีทางทูตมากขึ้น ผู้แทนทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันทุกวัน และเริ่มมีการพูดคุยในประเด็นที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมกับหวังว่า การหารือครั้งนี้จะนำไปสู่การเปิดทางให้พลเรือนอพยพได้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการหารือกันอีกวงระหว่างผู้แทนของสหรัฐฯ และจีน ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ในวันนี้ ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองฝ่าย หลังสื่อสหรัฐฯ รายงานว่า รัสเซียขอให้จีนช่วยสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการสู้รบ รวมถึงขอความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก
โดยก่อนหน้านี้ นาย เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนว่า หากจีนสนับสนุนนด้านอาวุธ หรือช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร สหรัฐฯ จะออกมาตรการเพื่อตอบโต้ทันที
อย่างไรก็ตาม สถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันดีซี ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยได้ยินเรื่องรัสเซียมาขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลปักกิ่ง ตามที่สื่อสหรัฐฯ กล่าวอ้างมาก่อน พร้อมย้ำว่าจีนเองก็ไม่ต้องการให้เรื่องลุกลาม
ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ทางการรัสเซียได้ขู่บริษัทต่างชาติที่คิดจะถอนตัวออกจากรัสเซีย ว่าอาจมีการจับกุมและยึดทรัพย์สิน โดยหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า อัยการรัสเซียได้เตือนไปยังบริษัทต่างชาติหลายแห่ง ทั้งทางโทรศัพท์ จดหมาย หรือเข้าไปพบถึงที่
อย่างไรก็ตาม สถานทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ ออกมาปฏิเสธว่า รายงานดังกล่าวไม่เป็นความจริง
ขณะเดียวกัน สำนักข่าว "เรีย โนวอสตี" (RIA Novosti) ของรัสเซีย รายงานอ้างนายจอร์จี มูราดอฟ รองนายกรัฐมนตรีไครเมีย และผู้แทนถาวรของสาธารณรัฐไครเมียขึ้นตรงต่อประธานาธิบดีรัสเซีย ที่ระบุว่า กองกำลังรัสเซียได้ควบคุมถนนที่เชื่อมไครเมียกับเมืองมารีอูปอลแล้ว
รัสเซียโจมตีมาริอูโปล เชื่อมไครเมียกับโดเนตสค์สำเร็จ
โดยการเชื่อมเส้นทางทางบกนี้จะช่วยในการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปถึงประชาชนในภูมิภาคโดเนตสค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกบฏยูเครน และเป็นที่ตั้งของเมืองมารีอูปอล
อย่างไรก็ตาม ยูเครนอ้างว่า ทหารรัสเซียยังคงขัดขวางขบวนรถส่งความช่วยเหลือสำหรับมารีอูปอลอยู่