หลายเมืองในยูเครนยังถูกโจมตี แม้รัสเซียปรับยุทธศาสตร์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




แม้รัสเซียจะประกาศเปลี่ยนยุทธศาสตร์การทำสงครามไปเน้นที่ด้านตะวันออกเป็นหลัก แต่การโจมตียูเครนแบบทั่วประเทศยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รัสเซียถล่มเมืองลวิฟซึ่งอยู่ด้านตะวันตกซึ่งติดกับชายแดนของโปแลนด์อย่างหนักการโจมตีเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่ผู้นำสหรัฐฯ เยือนชายแดนโปแลนด์ล่าสุดมีรายงานว่าการโจมตีทางอากาศของรัสเซียหนักๆ อยู่ทางตะวันออก ส่วนรอบเมืองหลวง กรุงเคียฟ มีรายงานว่า กองทัพรัสเซียยังพยายามรุกคืบเข้ามาแต่ไม่สำเร็จ ขณะที่ด้านอื่นกองกำลังยูเครนรุกคืบยึดคืนพื้นที่ได้มากขึ้น

หลังจากที่แผนการของกองทัพรัสเซียเข้าสู่เฟส 2 เพื่อปลดปล่อยภูมิภาคดอนบัส จากกราฟฟิกจะเห็นได้ว่าตอนนี้กองทัพรัสเซียได้พยายามรุกคืบไปทางตะวันออกมากขึ้น

ตอนนี้กองทัพรัสเซียที่เคยอยู่บริเวณเมืองคาร์คิฟกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองอีซุม ในขณะเดียวกันก็มีการค่อย ๆ ยึดพื้นที่ไปด้วย จากทางเมืองอีซุมเข้าไปเมืองลูฮันสก์

ขณะที่ทางด้านใต้ บริเวณเมลิโตปอล ในแคว้นซาโปรริซเซีย กองทัพรัสเซียมุ่งหน้ายึดพื้นที่ด้านตะวันออกเช่นกัน โดยมุ่งหน้าสู่มาริอูปอลและโวลโนวาคาที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโดเนตสก์

รัสเซียยึดนาฬิกาหรู “โอเดอมาร์ส ปิเกต์” ตอบโต้สวิตเซอร์แลนด์คว่ำบาตร

รัสเซีย ยิงขีปนาวุธถล่มเมืองลวิฟ-บึ้มคลังน้ำมัน ห่างโปแลนด์ 60 กม.

วานนี้ ( 27 มี.ค.)ขีปนาวุธหลายลูกถูกยิงเข้าใส่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองคาร์คีฟ ซึ่งถูกใช้เป็นที่หลบภัยของชาวเมือง อาคารของโรงเรียนพังเสียหายยับเยิน โต๊ะเก้าอี้ที่เด็กๆใช้นั่งเรียนกองระเกะระกะ ชาวเมืองพากันช่วยเก็บกวาดซากปรักหักพัง พวกเขาบอกว่าจะไม่หนีไปไหน ตอนนี้บรรดาเด็กและผู้หญิงจะอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดินเป็นหลัก

ส่วนผู้ชายแทบทุกคนก็จับปืนสู้ ป้องกันแนวของเมืองไว้ทุกจุด ส่วนที่เมืองมาริอูปอล เมืองท่าทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงมาตลอด

สภาพของเมืองมาริอูปอลในเวลานี้ มีรายงานว่าอาคารบ้านเรือนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ได้รับความเสียหายทั้งหมด ประชาชนที่ยังติดค้างอยู่ไม่มีอาหาร น้ำดื่ม หรือไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าไปอย่างยากลำบาก

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตอนนี้กองทัพยูเครนพยายามสู้กลับเพื่อผลักดันทหารรัสเซียออกไปและยึดเมืองสำคัญคืนมา

โดยจุดที่มีการโต้กลับของทหารยูเครนประกอบไปด้วยเมืองมาคาริฟ และเขตโบวารีทางตะวันออกของกรุงเคียฟ เมืองคาร์คิฟ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมืองมิโคลายิฟและเคอร์ซอนทางตอนใต้

จากที่ต้องตั้งรับ ยูเครนกำลังเป็นฝ่ายตีกลับได้บ้าง การที่กองทัพยูเครนสามารถรับมือและโต้กลับกองทัพรัสเซียได้ ถือเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย และเป็นเรื่องที่รัสเซียอาจไม่ได้คาดคิดด้วย เพราะในคราวที่เข้ามาผนวกไครเมีย รัสเซียทำได้แบบง่ายๆ เพราะกองทัพยูเครนแทบไม่มีการขัดขืนและต่อสู้เลย ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยูเครนรับมือกับกองทัพที่มีขนาดใหญ่กว่ามากได้

นอกเหนือจากขวัญกำลังใจเพราะเป็นการต่อสู้เพื่อชีวิตของตัวเอง ครอบครัวและประเทศชาติแล้ว อีกส่วนหนึ่งเกิดขึ้นมากจากความแข็งแกร่งของกองทัพที่มีมากขึ้น

หลังจากรัสเซียผนวกไครเมียเมื่อปี 2014 กองทัพยูเครนเริ่มปรับตัวและมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ทั้งด้านโครงสร้างและจำนวนกำลังพลโดยมีสหรัฐฯ และนาโตเป็นผู้สนับสนุนมีการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและเพิ่มกำลังทหารจำนวนมาก และที่สำคัญ ได้รับการฝึกการยุทธวิธีการรบจากกองทัพสหรัฐ

ช่วงปลายปี 2016 ก่อนที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯ จะหมดวาระ เขาได้อนุมัติความช่วยเหลือด้านการทหารให้กับยูเครน

เนื่องจากมองว่า การยึดไครเมียเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ดังนั้นยูเครนควรเตรียมพร้อมเอาไว้

หนึ่งในนายทหารระดับสูงที่ถูกส่งมาเพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านการปฏิรูปกองทัพยูเครนคือ พันเอกเลียม คอลลินส์

เขาให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ว่า เมื่อปี 2016 เขาเข้าไปที่ยูเครนเพื่อช่วยปฏิรูปกองทัพยูเครน ตอนนั้นกองทัพยูเครนอยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรมและอ่อนแอมาก ตั้งแต่โครงสร้างของกองทัพ ไปจนถึงยุทธวิธีทางการรบ จึงไม่น่าแปลกใจที่ไครเมียและถูกผนวกได้อย่างง่ายดาย ส่วนการรบด้านตะวันออกที่ดอนบัสก็ไม่สำเร็จ

หลังการปฏิรูปกองทัพ ในวันนี้การทำสงครามกับรัสเซีย ยูเครนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าต่างจากปี 2014เริ่มจากวิธีการรบ นายทหารรายนี้ระบุว่า ยุทธวิธีในการรบที่ได้รับการฝึกถูกนำมาใช้ เช่นการใช้ทหารกองหลักยันทหารรัสเซียไว้ แล้วให้หน่วยรบพิเศษหรือหน่วยเคลื่อนที่เร็วโอบเข้าด้านหลังและตีจากด้านนั้น

นอกจากยุทธวิธีการรบ สิ่งที่ทำให้กองทัพยูเครนสามารถต้านทานรัสเซียได้คือ ความยืดหยุ่นและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกองทัพให้ทหารระดับล่างสามารถตัดสินใจในการรบได้เอง

ส่วนน่านฟ้าเป็นสิ่งที่ยูเครนกังวลมากที่สุด เพราะกำลังทางอากาศ ยูเครนมีน้อยกว่ารัสเซียมาก

ที่สำคัญคือ ในด้านการสนับสนุนทางอากาศไม่มีทีท่าจากชาติตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นการส่งเครื่องบินรบให้หรือการปิดน่านฟ้า

ที่ชาติตะวันตกส่งมามีเพียงขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ แต่ยูเครนก็ยังสามารถต้านกองทัพอากาศรัสเซียไว้ได้ เพราะอะไร? คำตอบคงเป็นเหตุผลเดียวกับการรบภาคพื้นดิน

โฆษกกองทัพอากาศยูเครนระบุว่า 8 ปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้นั่งอยู่เฉยๆ พวกเขาเริ่มฝึกและเรียนรู้ยุทธวิธีการรบทางอากาศจากพันธมิตรอย่างสหรัฐฯและนาโต เพราะรู้ว่าสงครามมีโอกาสเกิดขึ้น

เครื่องบินรบของยูเครนส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินรบรุ่นเก่าที่สร้างตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียตในช่วงทศวรรษ 70 และ 80

ขณะที่รัสเซียมีเครื่องบินรบรุ่นใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้านรัสเซียได้คือ เทคนิคและวิธีการรบที่ได้รับการฝึกจากนาโตและสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยูเครนอาจสามารถรับมือกับรัสเซียได้ แต่ความกังวลใหญ่คือ หากสงครามยืดเยื้อและรัสเซียมีการปรับกลยุทธ์

ยูเครนจะรับมือต่ออย่างไรเมื่อรัสเซียเตรียมเปิดปฏิบัติการเฟส 2 ในพื้นที่ภูมิภาคดอนบัสซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของยูเครน

ตอนนี้ประชาชนมากกว่า 200,000 คนในเมืองมาริอูปอลอพยพออกมาจากที่นั่นแล้ว

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าอันตราย แต่บางคนก็เลือกกลับไป อย่างเช่นหญิงรายนี้ เธอกลับมาเพียงเพื่อพบกับบ้านที่พังเสียหายไม่มีชิ้นดี

เมื่อวานนี้รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศสออกมาบอกว่าการล้อมและโจมตีเมืองยืดเยื้อแบบนี้เป็นโศกนาฎกรรม และถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ความผิดจะตกอยู่กับทุกคนที่ไม่พยายามหยุดมัน

ก่อนหน้านั้นฝรั่งเศสเคยมีข้อเสนอให้ส่งกองกำลังเพื่อรักษาสันติภาพเข้าไปในมาริอูปอล แต่รัสเซียออกมาโต้ทันทีว่า ถ้าทำเช่นนั้นจริงจะสงครามจะลุกลามออกนอกประเทศยูเครนแน่นอน

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ต่างประเทศ
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

POP NEWS

POP NEWS

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ