ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษาของศรีลังกา ยืนยันว่าเขาจะไม่ลาออก หลังมีเสียงเรียกร้องจากประชาชนและนักการเมืองฝ่ายค้าน เพื่อให้เขาแสดงความรับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยคณะรัฐมนตรีจำนวนมากได้ประกาศลาออกไปแล้ว และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคร่วมรัฐบาลกว่าสี่สิบคนก็ประกาศลาออกเช่นกัน
แต่เมื่อวานนี้ ประธานวิปรัฐบาลยืนยันว่า ในฐานะเป็นรัฐบาลที่มีความรับผิดชอบ ขอย้ำว่า ประธานาธิบดีโกตาบายาจะไม่ลาออกจากตำแหน่งไม่ว่าจะอย่างไร
ทั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคการเมืองต่างๆที่เคยให้การสนับสนุนประธานาธิบดีโกตาบายาทั้งหมดกว่า 40 คน ประกาศลาออกจากรัฐบาลร่วม ซึ่งทำให้รัฐบาลสูญเสียเสียงข้างมากในสภาทันที นำมาสู่การตั้งคำถามถึงอำนาจของนายกรัฐมนตรีมหินทา ราชปักษา น้องชายของประธานาธิบดีโกตาบายา ขณะที่รัฐบาลพยายามเชิญพรรคฝ่ายค้านให้มาร่วมรัฐบาลแทน แต่ก็ถูกปฏิเสธ
ขณะที่การประท้วงยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อวานนี้ แพทย์ศรีลังกาออกมาชุมนุมประท้วงในกรุงโคลัมโบ หลังโรงพยาบาลขาดแคลนเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ซึ่งเป็นผลจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุดของประเทศในรอบหลายสิบปี
โดยตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวศรีลังกาประสบความเดือดร้อนมาหลังเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน ไฟฟ้า อาหาร และสิ่งของอื่นๆ ขณะที่กลุ่มแพทย์ระบุว่า ระบบรักษาพยาบาลทั้งหมดอาจล่มสลายได้ในตอนนี้ เพราะมียาที่สำคัญหลายตัวกำลังขาดแคลน
หนึ่งเดือนก่อน ตอนที่เกิดภาวะเงินเฟ้อ รัฐบาลได้ขึ้นราคาเภสัชภัณฑ์ 30 เปอร์เซ็นต์ นั่นสร้างภาระร้ายแรงให้แก่ประชาชน
วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ถือว่าเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ศรีลังกาได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 1948 เมื่อประชาชนกว่า 22 ล้านคนประสบปัญหาขาดแคลนพลังงาน เนื่องจากรัฐบาลขาดเงินตราต่างประเทศในการนำเข้าพลังงาน
นับตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว ประชาชนมีไฟฟ้าใช้วันละ 12 ชั่วโมง โรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถทำการผ่าตัดคนไข้ได้ ตลาดหุ้นต้องลดเวลาทำการ
สหรัฐฯ ส่งจรวดต่อต้านรถถังช่วยยูเครน มูลค่า 3,300 ล้านบาท
นอกจากจะขาดเงินตราต่างประเทศในการซื้อพลังงาน ศรีลังกายังเจอกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงมาก โดยตัวเลขเงินเฟ้อของเดือนมีนาคมที่ผ่านมาขึ้นไปถึงร้อยละ 18 ส่งผลให้ราคาค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้น ราคาอาหารสูงขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 30 และเริ่มมีรายงานขาดแคลนอาหารในหลายส่วนของประเทศ