รัสเซีย เป็นประเทศมหาอำนาจด้านพลังงานของโลก ทั้งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ในส่วนของน้ำมันดิบมีปริมาณน้ำมันสำรอง 80,000 ล้านบาเรล หรือคิดเป็นร้อยละ 4.8 ของปริมาณน้ำมันดิบสำรองของทั้งโลก โดยผลิตน้ำมันดิบวันละประมาณ 11 ล้านบาร์เรล ในจำนวนนี้ส่งออกเกือบครึ่งคือประมาณ 5.1 ล้านบาเรล เป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันดิบมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากซาอุดีอาระเบีย
แต่สิ่งที่สหภาพยุโรปพึ่งพารัสเซียมากที่สุดไม่ใช่น้ำมันดิบ แต่คือ ก๊าซธรรมชาติ ซาง รัสเซียเป็นมหาอำนาจด้านก๊าซธรรมชาติ มีปริมาณสำรองคิดเป็น 1 ใน 5 ของปริมาณสำรองของทั้งโลก ลูกค้ารายสำคัญของสำคัญของรัสเซียคือ ประเทศในสหภาพยุโรป ที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียถึงร้อยละ 55 ของก๊าซธรรมชาติทั้งหมด โดยก๊าซธรรมชาติใช้ในการทำความร้อนและผลิตกระแสไฟฟ้า
ในบรรดาประเทศสหภาพยุโรป เยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียสูงมาก โดยประมาณร้อยละ 40 ของก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในเยอรมนีมากจากท่อก๊าซของรัสเซีย
ตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน เยอรมนียังไม่มีมาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียแต่อย่างใด (ยกเว้นการประกาศไม่เดินหน้าโครงการนอร์สตรีม 2 ซึ่งเป็นโครงการท่อส่งก๊าซจากรัสเซียมาเยอรมนีที่ใหญ่ที่สุด) สิ่งที่เยอรมนีทำคือ การประกาศวางแนวทางลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียในระยะยาวเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาบางประเทศในสหภาพยุโรปเริ่มออกมาตั้งคำถาม โดยเฉพาะจากประเทศโปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่สนับสนุนอย่างสุดตัวในการคว่ำบาตรไม่นำเข้าพลังงานจากรัสเซียทั้งหมดเพื่อตัดช่องทางในการหาเงินทำสงครามของรัสเซีย
มาแตอุช มอราวีแยตสกี นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ได้ออกมาบอกตรง ๆ ว่า เยอรมนีกำลังขวางทางในเรื่องนี้ โดยวันที่ผู้นำโปแลนด์พูด คือวันที่ผลการเลือกตั้งของฮังการี หนึ่งในประเทศสมาชิกอียูออกมาที่ปรากฏว่า วิกเตอร์ ออร์บานซึ่งมีแนวทางออกไปทางสนับสนุนรัสเซียชนะการเลือกตั้ง
นายกรัฐมนตรีมาเตอุช ระบุอีกว่า คนที่คิดว่า ออร์บานจะเป็นปัญหาที่ทำให้สหภาพยุโรปไม่สามารถใช้มาตรการคว่ำบาตรพลังงานต่อรัสเซียอาจจะต้องคิดใหม่ เพราะใครก็ตามที่อ่านบันทึกการประชุมของสหภาพยุโรปจะรู้ดีว่า คนที่เป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการคว่ำบาตรที่เด็ดขาดต่อรัสเซียคือ เยอรมนี
แต่เหตุการณ์สังหารหมู่ที่เมืองบูชา กำลังทำให้เยอรมนีต้องพิจารณาจุดยืนใหม่ รวมถึงเมื่อคืนที่ผ่านมา สหภาพยุโรป หรือ อียู (EU)ได้ประชุมด่วนเพื่อหาทางลงโทษรัสเซียเพิ่มเติม
เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปออกมาแถลงมติของที่ประชุม โดยระบุว่า นี่จะคือมาตรการคว่ำบาตรรอบที่ 5 ต่อรัสเซีย โดยรอบนี้การคว่ำบาตรจะทำหลากหลายและครอบคลุม 6 ด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการห้ามเรือของรัสเซียใช้ท่าเรือของสหภาพยุโรปรวมไปถึงการคว่ำบาตรธนาคารรัสเซียเพิ่มเติม แต่ที่สำคัญที่สุดคือ การมีมติเลิกซื้อพลังานฟอสซิลจากรัสเซียโดยสมบูรณ์ โดยจะเริ่มต้นจากถ่านหิน
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมของอียู ไม่ได้มีการระบุวันที่ชัดเจนว่า จะเลิกการซื้อพลังงานจากรัสเซียเมื่อใด สะท้อนข้อเท็จจริงที่ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายที่สหภาพยุโรปจะยุติการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียโดยสมบูรณ์ และความเคลื่อนไหวของอียูทำให้เยอรมนี ในฐานะพี่ใหญ่ของกลุ่มอาจต้องมีการปรับนโยบายด้านพลังงาน
นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรนี ประชุมด่วนกับหน่วยงานที่ดูแลความมั่นคง มีรายงานว่าประเด็นหนึ่งในการหารือคือ การลดหรือตัดการซื้อพลังงานจากรัสเซีย หลังจากนั้นรัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี แอนนาลีน่า แบร์บอคก็ออกมาแถลงข่าว ซึ่งทิศทางการพูดก็เป็นไปในแนวทางเดียวกับการแถลงของอียู นั่นก็คือ การตัดขาดเลิกพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย โดยจะเริ่มจากถ่านหิน ตามมาด้วยน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตว่า การออกมาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงานต่อรัสเซียของทั้งอียูและเยอรมนียังเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เพราะนอกเหนือจากจะไม่ได้ระบุวันที่ชัดเจนว่าจะเริ่มเมื่อไหร่แล้ว พลังงานที่จะหยุดซื้อจากรัสเซียตัวแรกคือ ถ่านหิน ซึ่งเป็นตัวที่สหภาพยุโรปนำเข้าหรือพึ่งพารัสเซียไม่มากเมื่อเทียบกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
ข้อมูลจากสถาบัน Bruegel ในเบลเยียมระบุว่า เงินที่สหภาพยุโรปจ่ายสำหรับถ่านหินให้รัสเซียอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านยูโรหรือ 800 ล้านบาทต่อวัน ขณะที่ค่าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอยู่ที่ 850 ล้านยูโรหรือ 34,000 ล้านบาทต่อวัน
ลิทัวเนียประกาศตัดการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียทั้งหมด
เห็นได้ชัดว่า รายได้ของรัสเซียหลัก ๆ มาจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คำถามก็คือ การที่สหภาพยุโรปตัดเฉพาะการนำเข้าถ่านหินจะเพียงพอในการบีบให้ประธานาธิบดีปูตินยุติสงครามหรือไม่
การคว่ำบาตรพลังงานต่อรัสเซียของสมาชิกสหภาพยุโรปเป็นประเด็นร้อนมาตลอดนับตั้งแต่เกิดสงคราม ขณะที่ชาติสมาชิกบางประเทศ เช่นเยอรมนีลังเลเนื่องจากจะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศอย่างหนัก แต่บางประเทศตัดสินใจใช้ไม้แข็ง เช่น ลิทัวเนีย
โดยเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา ลิทัวเนียประกาศตัดการนำเข้าก๊าซทั้งหมดจากรัสเซีย ส่งผลให้ตนกลายเป็นชาติแรกในสมาชิกสภาพยุโรปที่ประกาศตัดขาดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซจากรัสเซีย
กิตานัส เนาเซดา ประธานาธิบดีลิทัวเนียได้ทวีตข้อความลงบนทวิตเตอร์ส่วนตัว เพื่อขอให้ผู้นำสหภาพยุโรปชาติอื่น ๆ ประกาศคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียตามตน “ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป จะไม่มีก๊าซของรัสเซียในลิทัวเนียอีกแล้ว หลายปีที่ผ่านมา ประเทศของผมได้ตัดสินใจในวันนั้นที่จะทำให้ไม่เจ็บตัวจากการตัดปมพันธะทางพลังงานกับผู้รุกราน ถ้าเราสามารถทำมันได้ ทั้งยุโรปก็ทำมันได้เหมือนกัน