ความวุ่นวายเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลหลายแห่งในเมืองอเลปโปของซีเรีย บรรดาเจ้าหน้า อาสาสมัครช่วยกันลำเลียงคนกว่า 100 คนถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินจากอาการเดียวกัน นั่นคือ ทรมานอย่างยิ่งยวดจากการหายใจไม่ออก หน้ากากออกซิเจนถูกสวมใส่ให้แต่ละคนอย่างรีบเร่ง
แพทย์ประเมินจากอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะและหายใจติดขัด และระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่กลุ่มคนดังกล่าวจะได้รับสารเคมีที่เรียกว่าคลอรีน
แต่ไม่มีวิธีหรือยารักษาโดยตรงหากได้รับสารเคมีนี้ สิ่งเดียวที่แพทย์ทำได้คือ การปฐมพยาบาลตามอาการเหยื่อของสารเคมีคือคนที่อยู่ในพื้นที่ที่กลุ่มกบฏครอบครองในเมืองอเลปโป
ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่นี่คือพื้นที่ที่การต่อสู้ระหว่างกองกำลังรัฐบาลและกลุ่มกบฏเป็นไปอย่างเข้มข้น ทั้งสองฝ่ายสาดกระสุนโยนระเบิดใส่กันอย่างหนัก แต่ที่ไร้เมตตาที่สุดคือ การใช้อาวุธเคมี
ฮัสซัน ยูเซฟ มาจากเมืองข่าน เชคุน ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย เขาเคยเกือบเสียชีวิตมาแล้วครั้งหนึ่งในคราวที่เมืองถูกโจมตีทางอากาศเมื่อ 2 ปีก่อน
เป็นวันที่หลายคนไม่ลืม หลังเสียงระเบิดที่ถูกทิ้งลงมาจากเครื่องบินจางลง ฮัสซันวิ่งออกจากบ้านเพื่อช่วยเหลือคนที่ได้รับบาดเจ็บ แต่อาการมึนศีรษะและหายใจไม่ออกบอกเขาว่า ว่านี่อาจไม่ใช่การโจมตีธรรมดา และก็เป็นข้อมูลจากที่เคยได้ดูทางโทรทัศน์ที่ทำให้ฮัสซันรอดชีวิต เขาจำได้ว่าหากมีการโจมตีด้วยอาวุธเคมี สิ่งที่ต้องทำคือ วิ่งขึ้นที่สูงให้เร็วที่สุด
ก๊าซคลอรีนหนักกว่าอากาศธรรมดา เมื่อถูกปล่อยออกมาจะกองสะสมอยู่บริเวณพื้นดิน นี่คือเหตุผลว่าทำไมที่สูงจึงปลอดภัยจากพิษของมัน
ฮัสซันไม่ถูกผลกระทบจากก๊าซคลอรีน แต่รอยแผลพุพองและอาการประสาทตายที่เกิดขึ้นกับขาของเขาบ่งว่า การโจมตีในวันนั้นอาจไม่ได้มีแค่การใช้ก๊าซคลอรีนเพียงอย่างเดียว
คลอรีนคือสารเคมีทั่วไปที่พบได้ในวงการอุตสาหกรรม มีคุณสมบัติคือฆ่าแบคทีเรีย มันจึงถูกใช้ในการบำบัดน้ำเสียและใช้ในการผลิตยาฆ่าเชื้อตลอดจนฟอกผ้าและกระดาษ นั่นคือประโยชน์ของคลอรีนที่พวกเราได้รับกันถ้วนหน้าทุกวันๆ
อีกด้าน หากนำไปใช้เป็นอาวุธ อานุภาพของคลอรีนก็ร้ายแรงถึงขั้นคร่าชีวิตคนได้เช่นกัน กองทัพเยอรมันเป็นชาติแรกที่นำคลอรีนมาใช้จัดการกับศัตรู
ปี 1915 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 คลอรีนจำนวน 168 ตัน ถูกกระแสลมพัดพาไปยังสนามเพลาะของทหารฝรั่งเศส ทันทีที่หมอกสีเขียวเข้าปะทะกับใบหน้าของทหาร พวกเขาก็ดิ้นทุรนทุราย
คลอรีนที่เข้าไปในปอดทำให้ถุงลมปลดปล่อยของเหลวออกมา เหยื่อหายใจไม่ออกและอยู่ในสภาพเหมือนคนจมน้ำ และอาจเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจพิษคลอรีนส่งผลให้แนวหน้าของกองทัพฝรั่งเศสในวันนั้นแตกกระจาย
หลังจากนั้นหลายชาติยุโรปที่เป็นคู่สงครามกันเลือกใช้อาวุธเคมีในการโจมตีบ้าง เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติลง ประมาณการณ์ว่ามีทหารเสียชีวิตจากการใช้อาวุธเคมีราว 100,000 คน บาดเจ็บมากถึง 1.3 ล้านคน สงครามโลกครั้งที่ 1 ยุติไปกว่า 101 ปีแล้ว แต่มนุษย์ไม่เคยเรียนรู้บทเรียน
สารคลอรีนถูกนำมาใช้อีก รายงานจากการสืบสวนของยูเอ็นและ OPCW องค์กรเฝ้าระวังและตรวจสอบการใช้อาวุธเคมีระบุว่า นอกเหนือจากคลอรีนแล้ว อาจมีการใช้สารซารินในสงครามกลางเมืองของซีเรียด้วย
ข้อสมมติฐานนี้มาจากการตรวจพบอาการบกพร่องทางประสาทของเหยื่อหลายราย บวกกับสารซารินที่เก็บมาได้จากพื้นที่มีข้อมูลกายภาพคล้ายกับซารินในจากคลังอาวุธเคมีของซีเรียซึ่งถูกทำลายไปในปี 2014
คลังอาวุธเคมีของซีเรียที่มีจำนวนมหาศาลถูกทำลายในครั้งนั้นเนื่องจากถูกนานาชาติกดดันหลังรัฐบาลซีเรียถูกกล่าวหาว่าใช้ก๊าซซารินโจมตีกบฏใกล้กรุงดามัสกัส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 1,000 คน
คลังอาวุธจะถูกทำลายไปแล้ว แต่ดูเหมือนสารเคมีที่มีพิษทำลายผู้คนยังไม่หายไป ช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงมีรายงานการใช้อาวุธเคมีโจมตีในหลายจุด
ด้านรัฐบาลซีเรียและรัสเซียผู้สนับสนุนประธานาธิบดีบาร์ซา อัล-อัสซาดออกมาปฏิเสธข่าวการโจมตีด้วยอาวุธเคมี พร้อมระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการจัดฉากโดยชาติตะวันตก
อาวุธเคมีคือการหยิบยื่นความเจ็บปวดและความตายอย่างทุกข์ทรมาน คนที่นำออกมาใช้ย่อมรู้แก่ใจดี ไม่ว่าใครที่นำออกมาใช้พวกเขาล้วนไร้มนุษยธรรม