การเยือนครั้งนี้มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะรัฐเหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของโซเวียต และยังเป็นรัฐที่มีความสุ่มเสี่ยงที่สุดหากรัสเซียจะรุกคืบต่อ ถึงแม้ทั้งหมดจะเป็นสมาชิกนาโตแต่รัฐเหล่านี้ก็ไม่วางใจ ทำให้ที่ผ่านมาประเทศเหล่านี้มีที่แข็งกร้าวต่อรัสเซียมากกว่าหลายประเทศในยุโรปตะวันตก
วานนี้ อันด์แชย์ ดูดา พร้อมด้วยกิตานัส นาวเซดา ประธานาธิบดีลิทัวเนีย อลาร์ คาร์ริส ประธานาธิบดีเอสโตเนีย และเอเกิล เลวิตส์ ประธานาธิบดีลัตเวีย ได้เดินทางด้วยรถไฟจากโปแลนด์ไปยังกรุงเคียฟ เพื่อเข้าพบกับประธานาธิบดีเซเลนสกี
การเยือนในครั้งนี้เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อีกครั้งว่า โปแลนด์และรัฐบอลติก ซึ่งมุมหนึ่งก็เป็นสมาชิกนาโต ให้การสนับสนุนแก่ยูเครนอย่างหนักแน่นและจริงจัง
ผู้นำทั้ง 5 ชาติได้พูดคุยกับประธานาธิบดีเซเลนสกี และบอกว่าจะช่วยเหลือยูเครนเต็มที่ทางด้านมนุษยธรรม
หลังจากนั้น ทั้งหมดก็เดินทางไปที่เมืองโบโรนเดียนกา โดยโบโรเดียนกา หากจากกรุงเคียฟ ประมาณ 60 ก.ม. เป็นเมืองหน้าด่านที่ถูกทหารรัสเซียโจมตีอย่างหนักและถูกยึดครองอยู่เกือบเดือน ความเสียหายของเมืองนี้คล้ายๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหน้าด่านอีกเมืองคือเมืองบูชา นั่นก็คือ บ้านเรือนเสียหายหนัก พลเรือนจำนวนมากถูกสังหาร
หลังจากนั้น ผู้นำทั้ง 5 ประเทศได้ตั้งโต๊ะแถลงสื่อมวลชน หลักๆคือการประณามการกระทำของรัสเซีย ดูดา ผู้นำโปแลนด์ถึงกับกล่าวออกมาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครนนั้นไม่ใช่สงคราม แต่เป็นการก่อการร้าย และคนที่สั่งให้การเรื่องนี้ต้องถูกนำไปขึ้นศาลระหว่างประเทศ
ขณะที่ผู้นำลัตเวียบอกว่า การมาเยือนครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งกลมเกลียวระหว่างยูเครนและยุโรปท่ามกลางภาวะยากลำบาก
แต่ที่น่าสนใจมากคือ คำพูดจากผู้นำลิทัวเนียที่กล่าวว่า ตัวเขาเชื่อว่าในไม่ช้า ยูเครนจะได้เป็นสมาชิกของนาโตซึ่งเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก สิ่งที่พูดออกไปนั้นเป็นจุดยืนของผู้นำลิทัวเนียและคนลิทัวเนีย
คำพูดของผู้นำลิทัวเนียที่บอกว่า เขาเชื่อว่าในไม่ช้ายูเครนจะได้เป็นสามชิกนาโต ถือว่าเป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญมาก เนื่องจากยูเครนประกาศยอมไม่เข้านาโตตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงและการเจราจายุติสงคราม
อะไรเป็นที่มาของคำพูดดังกล่าว แล้วอะไรเป็นสาเหตุที่บรรดาชาติแถบทะเลบอลติกรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นเพื่อสนับสนุนยูเครน
คำตอบคือ สถานะของรัฐบอลติกเองก็สุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเป้าหมายที่จะถูกรัสเซียโจมตีในอนาคต อีกทั้งยังมีพื้นที่ที่เอื้อต่อการบุกและเป็นจุดตายสำคัญของนาโตด้วย
ก่อนอื่นมาดูก่อนว่าประเทศบอลติกอยู่ตรงไหน และทำไม่จึงเป็นจุดเสี่ยงมี 3 ประเทศคือ เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย ตั้งอยู่ริมทะเลบอลติก
ที่เป็นจุดเสี่ยงเพราะ 2 ประเทศแรกคือ เอสโตเนียและลัตเวีย มีพรมแดนทางพื้นดินติดกับรัสเซีย
ส่วนลิทัวเนียถึงแม้จะไม่มีพรมแดนติดกับแผ่นดินใหญ่รัสเซีย แต่ก็อยู่ภายใต้ความเสี่ยงเพราะข้างๆคือ คาลินนินกราด
คาลินินกราดเป็นแคว้นหนึ่งของรัสเซีย แต่ไม่มีส่วนใดติดกับแผ่นดินใหญ่รัสเซียเลย ไปอยู่เป็นไข่แดงตรงกลางระหว่างลิทัวเนียกับโปแลนด์ แล้วคนรัสเซียเวลาจะเดินทางจากคาลินินกราดมาที่แผ่นดินใหญ่รัสเซียทำอย่างไร
คำตอบคือ มาโดยผ่านช่องแคบๆที่อยู่ระหว่างโปแลนด์กับลิทัวเนีย เข้าไปเบลารุส ก่อนจะต่อไปยังรัสเซีย ช่องแคบๆนี้นี้เรียกว่า ช่องสุวาลิ ( The Suwalki Gap)
รัสเซียมีฐานทัพใหญ่มากที่คาลินินกราด มีการติดตั้งระบบขีปนาวุธที่ทันสมัยไว้ รัสเซียต้องทำแบบนี้เพื่อปกป้องอิทธิพลทางทะเลในบอลติก เพราะเป็นส่วนเดียวของรัสเซียที่ติดกับทะเล พื้นที่สุวาลกิ จุดตายของสมาชิกนาโตในทะเลบอลติก
ถือช่องแคบสุวาลกิถือเป็นจุดอ่อน เป็นจุดตายสำคัญของประเทศบอลติกที่เป็นสมาชิกนาโต เพราะเกิดวันใดวันหนึ่งถ้ารัสเซียยึดช่องสุวาลกิ รัฐบอลติกจะตกอยู่ในอันตราย เพราะจะถูกปิดล้อมทันที ชาติสมาชิกนาโตอื่น ๆ จะไม่สามารถส่งความช่วยเหลือไปในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดได้
แล้วถามต่อว่า นาโตส่งความช่วยเหลือเข้าไปทางทะเลได้หรือไม่ เพราะรัฐเหล่านี้อยู่ริมทะเลบอลติกหมด
คำตอบคือได้ แต่ความเสี่ยงสูง เพราะรัสเซียคุมทะเลบอลติกไว้ได้เยอะ ด้วยการต้องฐานทัพใหญ่มากที่คาลินินกราด มีการติดตั้งระบบขีปนาวุธที่ทันสมัยไว้ รวมถึงขีปนาวุธนิวเคลียร์ Iskander การที่นาโตจะยกกำลังเข้ามาในทะเลบอลติกจึงมีความเสี่ยงสูง
ในช่วงก่อนเกิดสงครามในยูเครน รัสเซียไม่ค่อยแสดงอิทธิพลและอำนาจทางการในพื้นที่บริเวณนี้มาก จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว รัสเซียได้เริ่มเพิ่มกำลังทหารใกล้พื้นแถวคาลินินกราดและช่องสุวาลกิมากขึ้น
สิ่งนี้สร้างความกังวลอย่างมากให้กับประเทศลัตเวีย ลิทัวเนีย และเอสโตเนีย ผู้นำของทั้งสามประเทศมักจะออกมาประกาศขอร้องต่อนาโตเป็นระยะ ๆ ว่า ขอให้กองกำลังนานาชาติของนาโตส่งทหารไปประจำการในรัฐบอลติกเพิ่มขึ้น
ผู้นำของลิทัวเนียย้ำแบบชัด ๆ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมาว่า การกระทำของรัสเซียเป็นภัยคุกคามต่อรัฐบอลติก ลิทัวเนียมีชายแดนติดทั้งคาลินิกราด เบลารุส และช่องสุวาลกิ นาโตควรหารือเพิ่มเติมเรื่องนี้และส่งทหารกองประจำการแบบถาวรมาที่รัฐบอลติก
น้ำมันโลกพุ่ง รับสหภาพยุโรปจ่อเพิ่มความรุนแรงคว่ำบาตรรัสเซีย
จนถึงตอนนี้ในลิทัวเนียมีทหารเพิ่มขึ้นจาก 1,200 นายเป็น 1,600 นาย และนาโตยังได้ติดตั้งระบบรถถังต่อต้านอากาศยานที่เรียกว่า Ozelot ด้วย ซึ่งเป็นขีปนาวุธประเภทจากพื้นสู่อากาศเพื่อเตรียมรับมือกับการโจมตีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ในการประชุมใหญ่ประจำปีของนาโตที่จะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ประเทศรัฐบอลติกทั้งสามประเทศเตรียมยื่นขอมาตรการป้องกันเพิ่มเติม หรือ forward defence โดยให้เหตุผลว่าสิ่งที่รัสเซียกับเบลารุสได้ทำลงไปในยูเครน ทำให้รัฐบอลติกเริ่มไม่มั่นใจว่า ในอนาคต รัสเซียกับเบลารุสจะทำกับรัฐบอลติกด้วยหรือไม่
ผู้นำของรัฐบอลติกย้ำชัดว่า นาโตจำเป็นต้องปกป้องทะเลบอลติก เพราะผู้นำรัสเซียจะไม่ยอมรามือจากพื้นที่บริเวณนี้แน่นอน เนื่องจากผลประโยชน์แห่งชาติรัสเซียอยู่ที่นี่
รัฐบอลติก ประกาศชัดเจนว่าต้องการทหารประจำการถาวร อย่างน้อยประเทศละ 25,000 นาย เพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามจากรัสเซีย
ระหว่างที่รอสัญญาณตอบรับจากชาติสมาชิกนาโต รัฐบอลติกไม่ได้นิ่งเฉย ทั้งสามรัฐได้พยายามร่วมกันปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและด้านการขนส่ง เพื่อรับมือกับสงครามกับรัสเซียที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะพฤติกรรมของรัสเซียมีความรุนแรงและคาดเดาได้ยาก
การกระทำเช่นนี้จึงเป็นการสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้กับรัฐเท่าที่รัฐบอลติกจะทำได้ในเวลานี้
ความเคลื่อนไหวของรัฐบอลติกทำให้ประเทศที่อยู่แถวนั้นต้องขยับตาม นั่นก็คือ ฟินแลนด์และสวีเดน ทั้งสองชาตินี้ไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต แต่มีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องในการสมัครเป็นสามชิกหลังยูเครนถูกรุกราน
เมื่อคืนที่ผ่านมาซานนา มาริน นายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ และแม็กดาเลนา แอนเดอร์สัน ผู้นำสวีเดนแถลงข่าวร่วมกันถึงจุดยืนในการเข้าเป็นสมาชิกนาโต
โดยผู้นำฟินแลนด์บอกว่า ฟินแลนด์จะได้ข้อสรุปว่าจะเข้าเป็นสมาชิกนาโตหรือไม่ “ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” จากเดิมที่แจ้งไว้ว่าจะได้ข้อสรุปภายในกลางฤดูร้อน หรืออีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้า โดยเธอบอกว่า ไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องชะลอการตัดสินใจ
ส่วนผู้นำสวีเดนระบุว่า สวีเดนกำลังวิเคราะห์อย่างจริงจังแบบเดียวกับฟินแลนด์ โดยเธอไม่เห็นประโยชน์ที่จะชะลอการเข้าร่วมนาโต มีรายงานว่า เดิมเธอตั้งเป้าจะนำสวีเดนเข้านาโตภายในเดือน มิ.ย. เช่นเดียวกับฟินแลนด์ แต่มีแนวโน้มว่าเธออาจร่นระยะเวลาการหาข้อสรุปเช่นกัน
ทำไมสวีเดนกับฟินแลนด์จึงอยากเข้านาโต เพราะในทางภูมิศาสตร์ทั้งคู่มีความเสี่ยงจากการรุกของรัสเซียเช่นกัน
จากแผนที่นี้เราจะเห็นว่า ฟินแลนด์มีพรมแดนที่ยาวมากติดกับรัสเซียคือประมาณ 1,340 กิโลเมตร ระยะที่ยาวแบบนี้เป็นเรื่องยากมากที่ฟินแลนด์จะป้องกันตัวเองได้หากวันใดวันหนึ่งถูกบุกเข้ามา
ส่วนสวีเดนก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน โดยถึงแม้ว่าจะไม่มีแผ่นดินติดกับรัสเซีย แต่สวีเดนอาจถูกรัสเซียโจมตีจากคาลินินกราด เนื่องจากเกาะที่ใหญ่ที่สุดของสวีเดนคือเกาะก๊อตแลนด์ในทะเลบอลติกอยู่ห่างจากคาลินกราดเพียง 350 กิโลเมตร
ด้านโฆษกเครมลินเผยว่า หากฟินแลนด์และสวีเดนเข้านาโต รัสเซียจำเป็นต้องเสริมสร้างศักยภาพทางการทหารทั้งทางลก ทะเลและอากาศ เพื่อสร้างความสมดุลทางการทหารในบอลติก
ก่อนหน้านี้ดมิทรี เมดเวเดฟ รองประธานคณะมนตรีความมั่นคงรัสเซีย คนสนิทของปูตินออกมาพูดแบบเดียวกัน โดยเสริมว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง การปลอดนิวเคลียร์จะไม่ถูกพูดถึงอีกในบอลติก
ซึ่งอาร์วีดัส อานูเซาสกัส รัฐมนตรีกลาโหมลิทัวเนียออกมาสวนทันทีว่า รัสเซียมีการติดตั้งนิวเคลียร์ในบอลติกอยู่แล้วที่คาลินินกราด โดยบอกว่า รัสเซียเอานิวเคลียร์มาประจำการที่นั่นก่อนการบุกยูเครน และทุกคนก็รู้ดี
เรือรบลำสำคัญของรัสเซียจมกลางทะเลดำ
มีรายงานว่า ฟินแลนด์และสวีเดนจะยื่นขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกนาโตในเดือนมิถุนายนนี้ซึ่งเป็นชาวงเวลาที่นาโตจะมีการประชุมสุดยอดผู้นำที่กรุงมาดริดของสเปน และนาโตอาจจะใช้มาตรา 5 ให้ความคุ้มครองฟินแลนด์และสวีเดนทันทีหากถูกรุกรานโดยไม่ต้องรอให้การะวนการรับเป็นสมาชิกเสร็จสมบูรณ์