มาเรีย แวน เคอร์คอฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุ สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 กำลังระบาดในบอตสวานา แอฟริกาใต้ เยอรมนี เดนมาร์ก รวมถึงประเทศอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่าความเร็วในการติดต่อและความรุนแรงจะไม่อันตรายถึงชีวิตเมื่อเทียบกับสายพันธุ์โอมิครอนดั้งเดิม แต่ยังคงต้องเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลงกรณีที่พบผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้น
ขอให้หลายประเทศเฝ้าติดตามและเฝ้าระวังจีโนม (genome surveillance systems) ที่ "แข็งแกร่ง" เพื่อนำมาวิเคราะห์สายพันธุ์ย่อยได้ทันท่วงทีเหมือนกับก่อนหน้า
“มันยังเป็นช่วงแรกๆ ของการพบสายพันธุ์ย่อยนี้ จึงจำเป็นต้องติดตามความสามารถในการแพร่เชื้อ เพื่อนำมาวิเคราะห์ให้ได้คำตอบที่ชัดเจน”
ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกได้ติดตามสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน มาแล้ว 4 สายพันธุ์ คือ BA.1, BA.2, BA.3 และ BA.1.1 รวมถึงการมาพร้อมกับสายพันธุ์ย่อยของ BA.2 ที่กำลังระบาดในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้เกิดระลอกใหม่ของผู้ป่วยโควิด
สำหรับ ผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ย่อย BA.4 รายแรกพบที่แอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ปัจจุบัน ผู้ป่วย BA.4 มีจำนวน 41 ราย ขณะที่ตามรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักรพบรายแรกในยุโรปเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ในเดนมาร์ก 3 ราย บอตสวานา 2 ราย และอังกฤษ 1 ราย และสกอตแลนด์ 1 ราย ส่วน สายพันธุ์ย่อย BA.5 จำนวน 27 ราย ทั้งหมดอยู่ในในแอฟริกาใต้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขของบอตสวานา ระบุว่า ทั้งสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 เกิดขึ้นในผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส ซึ่งมีอายุระหว่าง 30 ถึง 50 ปี