สื่อต่างประเทศ The Guardian รายงาน พบหลักฐานที่อาจยืนยันได้ว่า กองทัพรัสเซียได้ใช้ “อาวุธต้องห้าม” ในการโจมตียูเครนจริง ซึ่งส่งผลให้มีพลเรือนในยูเครนเสียชีวิตจำนวนมาก จนอาจเข้าข่ายโจมตีพลเรือนไม่เลือกหน้า ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงคราม
โดยสื่อต่างประเทศได้ลงพื้นที่เยือนเมืองบูชา โฮสโตเมล และโบโรเดียนกา ซึ่งถูกรัสเซียโจมตี แล้วสามารถถ่ายภาพซากอาวุธชนิดระเบิดลูกปราย (Cluster Bomb) ซึ่งเป็นอาวุธต้องห้าม ไว้ได้
รัสเซียเปิดแผนครั้งแรกบุกศึกรอบใหม่ ต้องการยึดดอนบัสและภาคใต้ของยูเครน
Bellingcat องค์กรสื่อออนไลน์ที่ไม่แสวงหากำไร ได้ตรวจสอบรูปภาพบางส่วนที่ถ่ายโดย The Guardian และยืนยันว่า เป็นภาพส่วนหางของระเบิดลูกปราย RBK-500 พร้อมระเบิดย่อย PTAB-1M และจรวดระเบิดลูกปรายที่ยิงโดย BM-30 Smerch
ทูตยูเครน-องค์กรสิทธิมนุษยชน กล่าวหารัสเซียใช้ “ระเบิดสุญญากาศ”
ที่ผ่านมา รัสเซียได้ปฏิเสธหลายครั้งว่า ไม่มีการโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่พลเรือนในยูเครน และกล่าวว่า ข้อกล่าวหาจากยูเครนและตะวันตกว่ารัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามนั้นเป็นเพียงเรื่องแต่งและข่าวปลอม
อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่รัสเซียถอนตัวออกจากพื้นที่ของภูมิภาคเคียฟ ก็มีการรายงานพบหลักฐานการใช้ระเบิดลูกปรายตามซากรถยนต์ ถนน อาคารพลเรือน และศพ
ระเบิดลูกปรายถือเป็นอาวุธต้องห้ามภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยระเบิดลูกปราย 2008 โดยเป็นอาวุธที่ห้ามใช้ในพื้นที่ที่ไม่มีบุคลากรทางทหารและไม่มีโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร
โดยระเบิดลูกปรายเป็นระเบิดประเภทหนึ่ง ภายในบรรจุระเบิดขนาดเล็กจำนวนมาก เมื่อหัวรบถูกยิง/ทิ้งจากอากาศยานหรือปืนยิงภาคพื้นดินไปถูกเป้าหมายหรือยู่เหนือเป้าหมาย ก็จะปล่อยระเบิดขนาดเล็กออกมาเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่พลเรือนจะถูกลูกหลง
ซากรถยนต์หลายสิบคันในบูชาและโบโรเดียนกา ที่ถูกบันทึกถ่ายภาพโดย The Guardian และตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ แสดงให้เห็นลักษณะเฉพาะของหลุมที่เกิดจากระเบิดลูกปราย
The Guardian ยังพบจรวดที่ภายในบรรจุระเบิดลูกปรายจำนวนมากใกล้กับหมู่บ้านในโฮสโตเมล และซึ่งคาดว่าถูกยิงมาโดย BM-30 Smerch ของรัสเซีย
อัยการยูเครนได้รวบรวมหลักฐานส่วนใหญ่เกี่ยวกับการใช้อาวุธต้องห้ามประเภทนี้แล้ว และในไม่ช้าจะส่งต่อไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ซึ่งได้เริ่มการสอบสวนเกี่ยวกับอาชญากรรมสงครามในยูเครน
โอเลห์ กาเลนโก รองหัวหน้าอัยการประจำภูมิภาคเคียฟกล่าวว่า “รัสเซียกำลังใช้วิธีการต้องห้ามในการทำสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัสเซียกำลังใช้กระสุนต้องห้าม คือระเบิดลูกปราย ... ในเมืองโบโรเดียนกา นอกจากระเบิดลูกปราย พลเรือนยังถูกโจมตีด้วยระเบิด FAB-250”
FAB-250 เป็นระเบิดที่ใช้ในการโจมตีทางอากาศขนาด 250 กิโลกรัม ความแม่นยำต่ำ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้โดยสหภาพโซเวียตในสงครามในอัฟกานิสถานและโดยสหพันธรัฐรัสเซียในสงครามซีเรีย
FAB-250 จะถูกทิ้งจากเครื่องบิน และได้รับการออกแบบมาเพื่อโจมตีเป้าหมายทางทหารโดยเฉพาะ เช่น การทำลายป้อมปราการของศัตรู คลังเก็บอาวุธ หรือบังเกอร์ เป็นต้น
กาเลนโกกล่าวว่า ขณะนี้ แพทย์นิติเวชกำลังวิเคราะห์ทุกศพที่พบในหลุมฝังศพ บนถนน ในชั้นใต้ดิน หรือใต้ซากปรักหักพัง และส่วนมากพบชิ้นส่วนของระเบิดลูกปรายฝังอยู่
“นิติเวชพบวัตถุขนาดเล็กในร่างกายของศพเหล่านี้ ... กระสุนทุกชนิดที่พบในร่างกายศพจะถูกจัดประเภท เรากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการสืบสวนอาชญากรรมสงคราม” เขากล่าว
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก The Guardian