พลเรือนชุดแรกที่ติดอยู่ในโรงงานเหล็กอาซอฟสตอล ในเมืองมาริอูปอล ซึ่งเป็นพื้นที่มั่นที่สุดท้ายที่ยังคงอยู่ภายใต้การครอบครองของกองทัพยูเครน สามารถอพยพออกมาได้แล้ว
โดยสื่อของรัสเซียรายงานว่า พลเรือน 25 คนได้เดินทางออกจากโรงงานแห่งดังกล่าวแล้ว ประกอบไปด้วยเด็ก 6 คนที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี และเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากกองกำลังอาซอฟของยูเครนว่า พลเรือนกลุ่มดังกล่าวได้รับการอพยพไปยังพื้นที่ที่เหมาะสม และหวังว่า จะได้เดินทางต่อไปยังเมืองซาโปริซเซียต่อไป
ยูเครนโจมตีเรือรัสเซีย ในท่าเรือทางตอนใต้ ฝั่งทะเลอาซอฟ
เลขายูเอ็นถึงยูเครนแล้ว ประชาชนยังติดอยู่ในมาริอูปอล
ทั้งนี้ มาริอูปอลถูกปิดล้อมมานานหลายสัปดาห์ และการสู้รบเข้มข้นที่นี่ จนกระทั่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เหลือเพียงโรงงานเหล็กอาซอฟสตอลที่ทางทหารรัสเซียยังยึดไม่ได้ แต่ทางกองทัพรัสเซียเปลี่ยนกลยุทธ์มาปิดล้อมโรงงานแทน
ทั้งนี้ ในระหว่างที่นายแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติเดินทางเยือนกรุงมอสโกของรัสเซีย ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินก็เห็นชอบในหลักการของสหประชาชาติในการอพยพพลเรือนออกมาจากจุดดังกล่าว
นอกจากนี้ ที่เมืองบูชา ทางตอนเหนือของกรุงเคียฟ เมื่อวานนี้ทางตำรวจยูเครนยังเปิดเผยว่า มีการพบศพเรือนชายสามคน ซึ่งถูกมัดเอาไว้และมีบาดแผลรอยกระสุนเต็มไปทั่วร่าง โดยคาดว่า พวกเขาน่าจะถูกทารุณอย่างหนักก่อนจะเสียชีวิต
โดยรัฐบาลเคียฟระบุว่า มีการไปพบศพผู้เสียชีวิตมากกว่าหนึ่งพันศพทั้งในและรอบ ๆ เมืองบูชา หลังการถอนกำลังของกองทัพรัสเซีย
อีกหนึ่งจุดคือที่เมืองโอเดสซ่า เมืองท่าทางตอนใต้ของประเทศ ทางยูเครนเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ รัสเซียยิงขีปนาวุธโจมตีรันเวย์ที่เพิ่งสร้างใหม่ในสนามบินหลักของเมืองดังกล่าว โดยประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีได้ออกมาระบุว่า รันเวย์ของสนามบินโอเดสซ่าถูกทำลายได้รับความเสียหาย
ด้านผู้ว่าการแคว้นโอเดสซาเปิดเผยว่า รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธชนิด “บาสเตียน” มาจากบริเวณคาบสมุทรโครเมีย และนายกเทศมนตรีเมืองระบุด้วยว่า รันเวย์ใหม่นี้ที่ได้รับความเสียหาย ใช้เวลาออกแบบและก่อสร้างมานานถึง 10 ปี เพิ่งจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว
ส่วนทางกองทัพรัสเซียไม่ได้ออกมายืนยันการโจมตีดังกล่าว แต่ทางกระทรวงกลาโหมของรัสเซียแถลงว่าเมื่อวานนี้ ได้โจมตีเป้าหมายทางการทหารในยูเครนไปทั้งหมด 17 แห่งด้วยขีปนาวุธที่มีความแม่นยำ และสังหารทหารยูเครนไปกว่า 200 นาย
ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย ยังได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน เรียกร้องให้สหรัฐฯและนาโต ยุติการส่งอาวุธไปช่วยยูเครน โดยระบุว่า ถ้าหากทั้งสหรัฐและนาโตสนใจที่จะแก้วิกฤตยูเครนจริง อย่างแรกต้องหยุดส่งอาวุธและเครื่องกระสุนไปให้ยูเครนก่อน