ถอดรหัสคำพูด "ปูติน" ในวันแห่งชัยชนะ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




เข้าสู่วันที่ 76 ของการรุกรานยูเครน จนถึงตอนนี้ ไม่มีแนวโน้มว่าการรุกรานจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อวานนี้ถือเป็นวันแห่งชัยชนะของกองทัพรัสเซีย ซึ่งก่อนที่จะถึงวันแห่งชัยชนะ หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ผู้นำรัสเซียอาจประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ หรือประกาศชัยชนะในเมืองที่ยึดได้แล้วจบสงคราม

แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้นำรัสเซียไม่ได้ประกาศ หรือแสดงนัยอะไรที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มของสงครามยูเครน ไม่มีการเอ่ยแม้กระทั่งชื่อของยูเครนคำถามคือ ทำไมผู้นำรัสเซียถึงตัดสินใจหักปากกาเซียน ไม่ทำในสิ่งที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ และนี่ส่งผลทำให้สงครามครั้งนี้อาจจะยืดเยื้อออกไปอีก เพราะไม่มีใครสามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้

คำตอบของเรื่องนี้ต้องอาจต้องไล่เรียงไปทีละประเด็น

อาจใช้ "วันแห่งชัยชนะรัสเซีย" ประกาศสงครามกับยูเครนอย่างเป็นทางการ

ยูเครนเผย รัสเซียต้องการยึด “มาริอูปอล” ให้ได้ก่อนวันแห่งชัยชนะ 9 พ.ค.

เริ่มจากประเด็นแรก ทำไมเมื่อวานนี้ ผู้นำรัสเซียถึงไม่ประกาศชัยชนะในภาคตะวันออกและภาคใต้ ทั้ง ๆ ที่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียสามารถยึดพื้นที่บริเวณนี้ได้เยอะแล้ว

คำตอบคือ เพราะพื้นที่ที่รัสเซียยึดได้ตอนนี้ เมื่อดูจากแผนที่ เริ่มโดนกองทัพยูเครนโต้กลับ และชิงพื้นที่คืนกลับมาได้หลายส่วนแล้ว

รัสเซียไม่มีหลักประกันที่แน่นอนในการประกาศชัยชนะอย่างสมบูรณ์ในพื้นที่ทางภาคตะวันออกและภาคใต้เลย

จากแผนที่ทางภาคตะวันออก เมื่อเราลงรายละเอียดไปดูแต่ละเมืองจะเห็นว่า ตอนนี้ทั้งรัสเซีย และยูเครนต่างสู้กันเพื่อแย่งชิงพื้นที่บริเวณนี้

เริ่มจากเมืองคาร์คีฟ ตอนนี้กองทัพยูเครนเริ่มชิงพื้นที่คืนมาได้มากขึ้น โดยเฉพาะทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ กองทัพยูเครนยังได้ทำลายระบบสื่อสารของฝ่ายรัสเซียในพื้นที่นี้ด้วย

ซึ่งระบบสื่อสารดังกล่าวนี้ เป็นระบบการสื่อสารของกองทัพรัสเซียที่ประจำการในภาคตะวันออกใช้สื่อสารกับหน่วยบัญชาการที่อยู่เมืองเบลโกรอดทางตะวันตกของรัสเซีย

ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่ดี เนื่องจากส่งผลให้กองทัพรัสเซียต้องประสบความยากลำบากในการสื่อสาร

ขยับลงมาที่เมืองอีซุม โดเนตสก์ และลูฮันสก์ ตอนนี้กองทัพรัสเซียกำลังรุกคืบไปทางตะวันตกของภูมิภาคดอนบาส มีรายงานว่า พื้นที่ทั้งสามเมืองมีการปะทะกันระหว่างกองทัพรัสเซียและยูเครนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และเป้าหมายต่อไปของกองทัพรัสเซียคือ เมืองโปปาสนา ของแคว้นลูฮันสก์

เมื่อลงไปดูทางภาคใต้ แม้รัสเซียจะยึดมาริอูปอลที่ได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถประกาศชัยชนะได้ เพราะยังมีการต่อสู้อยู่ที่ปราการด่านสุดท้ายอย่างโรงงานเหล็กอาซอฟสตอล ซึ่งทหารยูเครนที่อยู่ในโรงงานยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ยอมแพ้

ในขณะที่เคอร์ซอน กองทัพยูเครนเริ่มค่อย ๆ ชิงพื้นที่ทางภาคตะวันตกและทางเหนือบริเวณใกล้เมืองซาโปริสเซียกลับมาได้บ้างแล้ว

เมื่อดูจากรูปการณ์ในตอนนี้แล้ว การต่อสู้เพื่อชิงพื้นที่กลับของกองทัพยูเครนทั้งทางตะวันออกและใต้เริ่มมีมากขึ้น และกองทัพรัสเซียเริ่มค่อย ๆ เสียพื้นที่ที่ยึดได้ไปทีละน้อย

ทำให้นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้นำรัสเซียไม่อาจพูดได้แบบเต็มปากนักในวันแห่งชัยชนะว่า รัสเซียมีชัยเหนือยูเครนในพื้นที่ทางภาคตะวันออกและภาคใต้และนี่เกี่ยวพันกับประเด็นที่สองว่า ทำไมผู้นำรัสเซียถึงไม่ประกาศสงครามเต็มรูปแบบ กับยูเครน

สำหรับข้อนี้นักวิเคราะห์จากชาติตะวันตกมองว่า การประกาศสงครามเต็มรูปแบบของรัสเซียต่อยูเครนในวันแห่งชัยชนะ จะเป็นการย้ำว่าปฏิบัติการพิเศษทางการทหารของรัสเซีย  ซึ่งควรจะเผด็จศึกในยูเครนได้ในเวลาไม่กี่วัน ล้มเหลว และไม่ได้พิเศษอย่างที่ผู้นำรัสเซียเคยประกาศไว้

นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้คนรัสเซียบางส่วนอาจเริ่มรู้แล้วว่าปฏิบัติการดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ผู้นำรัสเซียคาดการณ์ไว้

การประกาศหรือเน้นย้ำเรื่องปฏิบัติการในยูเครนในวันแห่งชัยชนะ ที่คนรัสเซียหลายสิบล้านชมการถ่ายทอดสดจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี เพราะจะทำให้ตัวประธานาธิบดีปูตินดูเป็นผู้แพ้มากกว่าผู้ชนะ

นอกจากนี้ การประกาศสงครามแบบเต็มรูปแบบนั้น นักวิเคราะห์มองว่าเป็นทางเลือกที่มีราคาที่ต้องจ่ายสูงมากสำหรับรัสเซีย เพราะต้องเกณฑ์ประชาชนวัยหนุ่มสาวที่เป็นวัยทำงานเข้าไปฝึกรบ

เมื่อคนเหล่านี้ต้องไปฝึกรบ สิ่งที่รัสเซียจะสูญเสียไปคือ ภาษีจำนวนมหาศาลจากคนกลุ่มนี้ ซึ่งจะส่งผลกับสถานะทางการเงินของรัสเซียที่แย่อยู่แล้ว เพราะถูกกัดกร่อนจากคอรัปชันภายในมานาน และโดนซ้ำเติมจากการคว่ำบาตรโดยประเทศตะวันตก

ดังนั้น สุนทรพจน์ที่ผู้นำรัสเซียพูดเมื่อวานนี้ถูกออกกลั่นกรองมาเป็นอย่างดี ไม่ใช่สำหรับประชาคมโลก แต่ถูกกลั่นกรองมาสำหรับคนรัสเซียนับล้าน ที่รับชมพิธีเฉลิมฉลองความเกรียงไกรในอดีตของรัสเซีย และเพื่อเป็นการยืนยันว่า ประชาชนรัสเซียจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ในขณะที่กองทัพรัสเซียกำลังจัดการกับกลุ่มคนที่รัสเซียระบุว่าเป็นนีโอนาซีในยูเครน

เนื่องจากผู้นำรัสเซียรู้อยู่แก่ใจว่า แม้ประชาชนจะสนับสนุนกองทัพรัสเซีย แต่พวกเขาไม่พร้อมที่จะไปร่วมรบในสงครามนี้

นี่เป็นตัวเลือกที่ประธานาธิบดีปูตินมีในตอนนี้ เพื่อลดแรงกดดันภายใน หลังจากที่ปฏิบัติการเฟสแรกล้มเหลว และนักวิเคราะห์มองว่าการประกาศสงครามเต็มรูปแบบจะเป็นสิ่งสุดท้ายผู้นำรัสเซียทำ

เมื่อไม่ประกาศสงครามเต็มรูปแบบ คำถามคือ รัสเซียจะทำอย่างไรต่อ ทิศทางของสงครามจะเป็นอย่างไร หรือรัสเซียจะยอมแพ้ไปเองหรือไม่

สำหรับคำถามแรก รัสเซียจะทำอย่างไรต่อ นักวิเคราะห์จากชาติตะวันตกมองว่า รัสเซียอาจยกระดับการโจมตี และเพิ่มกองกำลังในพื้นที่ทางภาคตะวันออกและภาคใต้มากขึ้น

โดยช่วงเวลาสองถึงสามสัปดาห์ต่อจากนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและอันตรายต่อทั้งกองทัพรัสเซียและยูเครนในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากอาจจะมีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่อย่างดุเดือดมากขึ้น

ส่วนเรื่องรัสเซียจะยอมแพ้หรือไม่ นักวิเคราะห์จากฝั่งรัสเซียอย่าง ปีเตอร์ อโคปอฟ ได้เขียนบทความลงในเว็บไซต์สำนักข่าว RIA ซึ่งเป็นสำนักข่าวใหญ่ของรัสเซียว่า รัสเซียไม่สามารถแพ้ในสงครามครั้งนี้ได้

เพราะสงครามในครั้งนี้ คู่ต่อสู้ที่แท้จริงของรัสเซียไม่ใช่ยูเครน แต่เป็นชาติตะวันตก นี่เป็นสงครามตัวแทนระหว่างชาติตะวันตกและรัสเซีย 

ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในสงครามครั้งนี้มี 2 ทางคือ ประธานาธิบดีปูตินโดนโค่นจากอำนาจ หรือไม่ก็ ชาติตะวันตกต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่ร้ายแรง

อโคปอฟมองว่า ทางเลือกของรัสเซียคือต้องชนะเท่านั้น เพราะปูตินจะไม่ยอมให้ชาติตะวันมีชัยชนะเหนือรัสเซียได้ และต้องการล้มล้างยุคที่ตะวันตกเป็นผู้นำในทุกด้าน หลังจากที่โลกถูกครอบงำโดยตะวันตกมากว่า 500 ปี

แม้นักวิชาการรัสเซีย หรือผู้นำรัสเซียจะคิดหรือฝันเช่นนั้นแต่ตอนนี้ เมื่อมองจากสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามรบ ยากที่จะปฏิเสธว่าสิ่งที่รัสเซียใฝ่ฝัน และต้องทำให้ได้ในสงครามครั้งนี้ อาจจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้เพราะทางฝั่งยูเครนและชาติตะวันตกเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการต่อสู้ พร้อมทั้งย้ำว่าจะไม่มีวันยอมแพ้อย่างแน่นอน

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ