แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้นำรัสเซียไม่ได้ประกาศ หรือแสดงนัยอะไรที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มของสงครามยูเครน ไม่มีการเอ่ยแม้กระทั่งชื่อของยูเครนคำถามคือ ทำไมผู้นำรัสเซียถึงตัดสินใจหักปากกาเซียน ไม่ทำในสิ่งที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ และนี่ส่งผลทำให้สงครามครั้งนี้อาจจะยืดเยื้อออกไปอีก เพราะไม่มีใครสามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้
คำตอบของเรื่องนี้ต้องอาจต้องไล่เรียงไปทีละประเด็น
เริ่มจากประเด็นแรก ทำไมเมื่อวานนี้ ผู้นำรัสเซียถึงไม่ประกาศชัยชนะในภาคตะวันออกและภาคใต้ ทั้ง ๆ ที่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียสามารถยึดพื้นที่บริเวณนี้ได้เยอะแล้ว
คำตอบคือ เพราะพื้นที่ที่รัสเซียยึดได้ตอนนี้ เมื่อดูจากแผนที่ เริ่มโดนกองทัพยูเครนโต้กลับ และชิงพื้นที่คืนกลับมาได้หลายส่วนแล้ว
รัสเซียไม่มีหลักประกันที่แน่นอนในการประกาศชัยชนะอย่างสมบูรณ์ในพื้นที่ทางภาคตะวันออกและภาคใต้เลย
จากแผนที่ทางภาคตะวันออก เมื่อเราลงรายละเอียดไปดูแต่ละเมืองจะเห็นว่า ตอนนี้ทั้งรัสเซีย และยูเครนต่างสู้กันเพื่อแย่งชิงพื้นที่บริเวณนี้
เริ่มจากเมืองคาร์คีฟ ตอนนี้กองทัพยูเครนเริ่มชิงพื้นที่คืนมาได้มากขึ้น โดยเฉพาะทางตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ กองทัพยูเครนยังได้ทำลายระบบสื่อสารของฝ่ายรัสเซียในพื้นที่นี้ด้วย
ซึ่งระบบสื่อสารดังกล่าวนี้ เป็นระบบการสื่อสารของกองทัพรัสเซียที่ประจำการในภาคตะวันออกใช้สื่อสารกับหน่วยบัญชาการที่อยู่เมืองเบลโกรอดทางตะวันตกของรัสเซีย
ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่ดี เนื่องจากส่งผลให้กองทัพรัสเซียต้องประสบความยากลำบากในการสื่อสาร
ขยับลงมาที่เมืองอีซุม โดเนตสก์ และลูฮันสก์ ตอนนี้กองทัพรัสเซียกำลังรุกคืบไปทางตะวันตกของภูมิภาคดอนบาส มีรายงานว่า พื้นที่ทั้งสามเมืองมีการปะทะกันระหว่างกองทัพรัสเซียและยูเครนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และเป้าหมายต่อไปของกองทัพรัสเซียคือ เมืองโปปาสนา ของแคว้นลูฮันสก์
เมื่อลงไปดูทางภาคใต้ แม้รัสเซียจะยึดมาริอูปอลที่ได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถประกาศชัยชนะได้ เพราะยังมีการต่อสู้อยู่ที่ปราการด่านสุดท้ายอย่างโรงงานเหล็กอาซอฟสตอล ซึ่งทหารยูเครนที่อยู่ในโรงงานยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ยอมแพ้
ในขณะที่เคอร์ซอน กองทัพยูเครนเริ่มค่อย ๆ ชิงพื้นที่ทางภาคตะวันตกและทางเหนือบริเวณใกล้เมืองซาโปริสเซียกลับมาได้บ้างแล้ว
เมื่อดูจากรูปการณ์ในตอนนี้แล้ว การต่อสู้เพื่อชิงพื้นที่กลับของกองทัพยูเครนทั้งทางตะวันออกและใต้เริ่มมีมากขึ้น และกองทัพรัสเซียเริ่มค่อย ๆ เสียพื้นที่ที่ยึดได้ไปทีละน้อย
ทำให้นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้นำรัสเซียไม่อาจพูดได้แบบเต็มปากนักในวันแห่งชัยชนะว่า รัสเซียมีชัยเหนือยูเครนในพื้นที่ทางภาคตะวันออกและภาคใต้และนี่เกี่ยวพันกับประเด็นที่สองว่า ทำไมผู้นำรัสเซียถึงไม่ประกาศสงครามเต็มรูปแบบ กับยูเครน
สำหรับข้อนี้นักวิเคราะห์จากชาติตะวันตกมองว่า การประกาศสงครามเต็มรูปแบบของรัสเซียต่อยูเครนในวันแห่งชัยชนะ จะเป็นการย้ำว่าปฏิบัติการพิเศษทางการทหารของรัสเซีย ซึ่งควรจะเผด็จศึกในยูเครนได้ในเวลาไม่กี่วัน ล้มเหลว และไม่ได้พิเศษอย่างที่ผู้นำรัสเซียเคยประกาศไว้
นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตอนนี้คนรัสเซียบางส่วนอาจเริ่มรู้แล้วว่าปฏิบัติการดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ผู้นำรัสเซียคาดการณ์ไว้
การประกาศหรือเน้นย้ำเรื่องปฏิบัติการในยูเครนในวันแห่งชัยชนะ ที่คนรัสเซียหลายสิบล้านชมการถ่ายทอดสดจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดี เพราะจะทำให้ตัวประธานาธิบดีปูตินดูเป็นผู้แพ้มากกว่าผู้ชนะ
นอกจากนี้ การประกาศสงครามแบบเต็มรูปแบบนั้น นักวิเคราะห์มองว่าเป็นทางเลือกที่มีราคาที่ต้องจ่ายสูงมากสำหรับรัสเซีย เพราะต้องเกณฑ์ประชาชนวัยหนุ่มสาวที่เป็นวัยทำงานเข้าไปฝึกรบ
เมื่อคนเหล่านี้ต้องไปฝึกรบ สิ่งที่รัสเซียจะสูญเสียไปคือ ภาษีจำนวนมหาศาลจากคนกลุ่มนี้ ซึ่งจะส่งผลกับสถานะทางการเงินของรัสเซียที่แย่อยู่แล้ว เพราะถูกกัดกร่อนจากคอรัปชันภายในมานาน และโดนซ้ำเติมจากการคว่ำบาตรโดยประเทศตะวันตก
ดังนั้น สุนทรพจน์ที่ผู้นำรัสเซียพูดเมื่อวานนี้ถูกออกกลั่นกรองมาเป็นอย่างดี ไม่ใช่สำหรับประชาคมโลก แต่ถูกกลั่นกรองมาสำหรับคนรัสเซียนับล้าน ที่รับชมพิธีเฉลิมฉลองความเกรียงไกรในอดีตของรัสเซีย และเพื่อเป็นการยืนยันว่า ประชาชนรัสเซียจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ในขณะที่กองทัพรัสเซียกำลังจัดการกับกลุ่มคนที่รัสเซียระบุว่าเป็นนีโอนาซีในยูเครน
เนื่องจากผู้นำรัสเซียรู้อยู่แก่ใจว่า แม้ประชาชนจะสนับสนุนกองทัพรัสเซีย แต่พวกเขาไม่พร้อมที่จะไปร่วมรบในสงครามนี้
นี่เป็นตัวเลือกที่ประธานาธิบดีปูตินมีในตอนนี้ เพื่อลดแรงกดดันภายใน หลังจากที่ปฏิบัติการเฟสแรกล้มเหลว และนักวิเคราะห์มองว่าการประกาศสงครามเต็มรูปแบบจะเป็นสิ่งสุดท้ายผู้นำรัสเซียทำ
เมื่อไม่ประกาศสงครามเต็มรูปแบบ คำถามคือ รัสเซียจะทำอย่างไรต่อ ทิศทางของสงครามจะเป็นอย่างไร หรือรัสเซียจะยอมแพ้ไปเองหรือไม่
สำหรับคำถามแรก รัสเซียจะทำอย่างไรต่อ นักวิเคราะห์จากชาติตะวันตกมองว่า รัสเซียอาจยกระดับการโจมตี และเพิ่มกองกำลังในพื้นที่ทางภาคตะวันออกและภาคใต้มากขึ้น
โดยช่วงเวลาสองถึงสามสัปดาห์ต่อจากนี้ จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและอันตรายต่อทั้งกองทัพรัสเซียและยูเครนในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากอาจจะมีการต่อสู้เพื่อแย่งชิงพื้นที่อย่างดุเดือดมากขึ้น
ส่วนเรื่องรัสเซียจะยอมแพ้หรือไม่ นักวิเคราะห์จากฝั่งรัสเซียอย่าง ปีเตอร์ อโคปอฟ ได้เขียนบทความลงในเว็บไซต์สำนักข่าว RIA ซึ่งเป็นสำนักข่าวใหญ่ของรัสเซียว่า รัสเซียไม่สามารถแพ้ในสงครามครั้งนี้ได้
เพราะสงครามในครั้งนี้ คู่ต่อสู้ที่แท้จริงของรัสเซียไม่ใช่ยูเครน แต่เป็นชาติตะวันตก นี่เป็นสงครามตัวแทนระหว่างชาติตะวันตกและรัสเซีย
ซึ่งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในสงครามครั้งนี้มี 2 ทางคือ ประธานาธิบดีปูตินโดนโค่นจากอำนาจ หรือไม่ก็ ชาติตะวันตกต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ที่ร้ายแรง
อโคปอฟมองว่า ทางเลือกของรัสเซียคือต้องชนะเท่านั้น เพราะปูตินจะไม่ยอมให้ชาติตะวันมีชัยชนะเหนือรัสเซียได้ และต้องการล้มล้างยุคที่ตะวันตกเป็นผู้นำในทุกด้าน หลังจากที่โลกถูกครอบงำโดยตะวันตกมากว่า 500 ปี
แม้นักวิชาการรัสเซีย หรือผู้นำรัสเซียจะคิดหรือฝันเช่นนั้นแต่ตอนนี้ เมื่อมองจากสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามรบ ยากที่จะปฏิเสธว่าสิ่งที่รัสเซียใฝ่ฝัน และต้องทำให้ได้ในสงครามครั้งนี้ อาจจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้เพราะทางฝั่งยูเครนและชาติตะวันตกเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการต่อสู้ พร้อมทั้งย้ำว่าจะไม่มีวันยอมแพ้อย่างแน่นอน