เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) กองทัพเบลารุสรายงานว่า เบลารุสจะจัดส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำลังทหาร ไปประจำการในพื้นที่ 3 แห่งทางใต้ ซึ่งอยู่ใกล้กับชายแดนยูเครน
วิกเตอร์ กูเลวิช เสนาธิการทหารบกกองทัพเบลารุส กล่าวว่า “สหรัฐฯ และพันธมิตรยังคงเดินหน้าสร้างฐานทัพใกล้พรมแดนของสาธารณรัฐเบลารุส ... การเสริมกำลังนี้มีปริมาณและคุณภาพเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา”
เบลารุสซ้อมรบกะทันหัน ยูเครนเผยพร้อมรับมือหากช่วยรัสเซียบุก
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ทางการเบลารุสได้ร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่มประเทศนาโตที่ระดมกำลังทหารอยู่ใน โปแลนด์ ลิทัวเนีย และลัตเวีย ซึ่งมีพรมแดนติดกับเบลารุส จึงต้องเพิ่มกำลังและความเข้มข้นของการซ้อมรบของตนเองเพื่อตอบโต้
“อีลอน มัสก์” เล็งปลดแบนบัญชีทวิตเตอร์ของ “โดนัลด์ ทรัมป์”
นอกจากนี้ กูเลวิชยังบอกว่า มีกองกำลังยูเครนราว 20,000 นาย อยู่ใกล้กับชายแดนเบลารุส จึงจำเป็นต้องเสริมการป้องกัน “เพื่อรับประกันความมั่นคงของสาธารณรัฐเบลารุสทางตอนใต้ เราได้วางกองกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษในพื้นที่สำคัญทางยุทธวิธี 3 แห่ง”
กูเลวิชบอกอีกว่า “การปรากฎตัวของกลุ่มที่มีขีปนาวุธร่อนในน่านน้ำของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลบอลติก และการเพิ่มขึ้นของอากาศยานในประเทศโปแลนด์และรัฐบอลติก บ่งชี้ถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นต่อสาธารณรัฐเบลารุส”
ไม่เพียงเท่านั้น เบลารุสยังนำหน่วยป้องกันภัยทางอากาศ ปืนใหญ่ และขีปนาวุธ มาประจำการในภูมิภาคทางตะวันตกของประเทศด้วย
“กองพันยุทธวิธีถูกส่งไปยังพื้นที่ปฏิบัติการทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับกองทัพ โดยมีหน่วยป้องกันทางอากาศ กองกำลังขีปนาวุธ และหน่วยปืนใหญ่ ถูกเคลื่อนพลไปพื้นที่ดังกล่าว” กองทัพเบลารุสระบุ
เบลารุส ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของรัสเซีย กล่าวเมื่อเดือน มี.ค. ว่า กองกำลังของตนไม่ได้มีส่วนร่วมใน “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ในยูเครนของรัสเซีย อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เบลารุสเปิดทางผ่านให้รัสเซียส่งทหารข้ามพรมแดนไปยังยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ.
ขณะที่ประธานาธิบดีเบลารุส อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก กล่าวถึงบทบาทของขีปนาวุธที่นำเข้าจากรัสเซียว่า เป็นการเสริมการป้องกันประเทศ และรัสเซียยังได้ตกลงที่จะช่วยเบลารุสผลิตขีปนาวุธที่คล้ายกับ Iskander ซึ่งรัสเซียใช้ในยูเครน และเขาต้องการให้เบลารุสมีระบบขีปนาวุธ S-400 และ S-300 ที่ผลิตโดยรัสเซียด้วย
เรียบเรียงจาก Reuters
ภาพจาก AFP