สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจีน ถูกจัดการรับมือด้วยความแข็งกร้าวภายใต้นโยบาย “Zero COVID” หรือโควิดเป็นศูนย์ ซึ่งในข้อดีที่สามารถควบคุมการระบาดได้อย่างรวดเร็ว ก็มีข้อเสียแฝงอยู่ ทั้งความเสียหายทางเศรษฐกิจ และปัญหาการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน
การระบาดระลอกใหญ่ในเซี่ยงไฮ้ช่วงเดือน มี.ค. จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการระบาดที่รุนแรงที่สุดของโควิด-19 ในจีน ซึ่งทำให้ทางการต้องใช้มาตรการที่เข้มงวด ประชากรหลายล้านคนถูกกักตัวเป็นเวลาหลายสัปดาห์
ฝันร้ายของเซี่ยงไฮ้ ล็อกดาวน์ทำแนวโน้มนักลงทุนต่างชาติย้ายออกสูง
เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า กลยุทธ์ Zero-Covid ของจีนในการเอาชนะการแพร่ระบาดนั้นเป็นสิ่งที่ “ไม่ยั่งยืน”
"ศรีลังกา" ประท้วงวุ่น ประชาชนจี้ปธน. ลาออกตามนายกฯ
“เมื่อเราพูดถึงกลยุทธ์ปลอดโควิด เราไม่คิดว่ามันยั่งยืน เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมของไวรัสในตอนนี้และสิ่งที่เราคาดว่าจะเกิดในอนาคต ... เราได้หารือเกี่ยวกับปัญหานี้กับผู้เชี่ยวชาญจีน และเราได้บอกพวกเขาไปแล้วว่าแนวทางนี้จะไม่ยั่งยืน … ผมคิดว่าการปรับเปลี่ยนมีความสำคัญมาก” เทดรอสกล่าว
ขณะที่ ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องกดปุ่มรีเซ็ต โดยระบุว่า มาตรการใดก็ตามที่จะนำมาใช้ในการต่อสู้กับการระบาดใหญ่ของโควิด-19 “ควรเคารพต่อบุคคลและสิทธิมนุษยชน”
“เราจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างมาตรการกับผลกระทบต่อสังคม ผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจ และนั่นไม่ใช่การปรับเทียบที่ง่ายดายเสมอไป” เขากล่าว
ด้าน มาเรีย ฟาน เคอร์โคฟ หัวหน้าฝ่ายเทคนิคเกี่ยวกับโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดการแพร่ของเชื้อไวรัสทั้งหมด
“เป้าหมายของเราในระดับโลกไม่ใช่การค้นหาผู้ติดเชื้อให้พบทุกกรณีและหยุดการแพร่ระบาดทั้งหมด มันเป็นไปไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่เราต้องทำคือลดการแพร่เชื้อ เพราะไวรัสกำลังแพร่กระจายในระดับที่รุนแรง” เธอกล่าว
ล่าสุดมีรายงานว่า ความคิดเห็นจากองค์การอนามัยโลกที่ไม่สนับสนุนกลยุทธ์ Zero COVID นั้น ถูกเซ็นเซอร์เรียบร้อยแล้วในอินเทอร์เน็ตจีน
เรียบเรียงจาก Al Jazeera
ภาพจาก AFP
“บองบอง มาร์กอส” ว่าที่ผู้นำฟิลิปปินส์ ผู้นำพาความรุ่งโรจน์หรือยุคมืด?