ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา อินเดียและบังกลาเทศ หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ตั้งแต่ยังไม่เข้าสู่ฤดูมรสุม
โดย ที่อินเดีย จุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนหนทาง รางรถไฟ และสะพาน จมอยู่ใต้น้ำ อย่างที่รัฐอัสสัม ซึ่งมีทั้งหมด 33 เขต จนถึงขณะนี้ ถูกน้ำท่วมเล่นงานไปแล้ว 31 เขต ทางการต้องเร่งอพยพประชาชนกว่า 800,000 คน ไปยังที่ปลอดภัย
นอกจากน้ำท่วมแล้ว ระยะนี้อินเดียยังต้องรับมือกับอิทธิพลจากคลื่นความร้อน ซึ่งแผ่ปกคลุมเป็นวงกว้าง ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งขึ้นไปสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนอาหาร และน้ำอุปโภคบริโภค
เช่นเดียวกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบังกลาเทศ ที่เจอกับอุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี ซึ่งล่าสุด แม้ว่าน้ำจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังมีผู้ประสบภัยรอความช่วยเหลืออีกกว่า 2,000,000 คน จนถึงขณะนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติในอินเดียและบังกลาเทศ รวมแล้ว 57 คน
ทั้งนี้ ฤดูมรสุมในเอเชียใต้ จะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน ซึ่งทุกๆ ปี จะเกิดน้ำท่วมหนัก มีผู้คนล้มตายนับ 1,000 คน แต่นักวิทยาศาสตร์ เชื่อว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะยิ่งทำให้ภัยพิบัติเช่นนี้รุนแรงและเกิดบ่อยครั้งขึ้น