ไบเดนเยือนญี่ปุ่น จับมือต้านจีน เศรษฐกิจ-ความมั่นคง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ขณะนี้โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างทริปเยือนเอเชียครั้งแรกนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ก่อนหน้านี้เดินทางไปพบปะกับผู้นำคนใหม่ของเกาหลีใต้ จากนั้นก็บินไปญี่ปุ่นต่อเพื่อหารือด้านความร่วมมือที่จะช่วยให้สหรัฐฯ กลับมามีอิทธิพลในภูมิภาคอีกครั้งอีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องติดตามคือการประชุม Quad ที่จะมีผู้นำจากญี่ปุ่นและอินเดียเข้าร่วมด้วย รวมถึงอาจมีผู้นำคนใหม่ของออสเตรเลียด้วยเช่นกัน เป้าหมายของการเยือนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ครั้งนี้มีขึ้นเพื่อคานอำนาจกับอิทธิพลของจีน

หลังเดินทางถึงญี่ปุ่นเมื่อช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ก็ปรากฏภาพของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พบปะกับ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

ทั้งคู่เดินพรมแดงและถ่ายภาพร่วมกันที่ลานหน้าพระราชวังอากะซากะ ในกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นที่ทำการของรัฐบาลญี่ปุ่น

ก่อนที่จะเข้าไปข้างในเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ถึงความสำคัญของการพบปะกันครั้งนี้

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวขอบคุณสำหรับการต้อนรับและคาดหวังว่า ทั้งสองชาติจะสร้างความร่วมมือที่ดีร่วมกันเพื่ออนาคตของภูมิภาคและโลก

ผู้นำสหรัฐฯ จ่อร่วมประชุมอาเซียนในรอบ 4 ปี

"ไบเดน"เยือนเอเชีย คาดเกาหลีเหนือทดสอบอาวุธช่วงนี้

ในขณะที่ผู้นำญี่ปุ่นระบุว่า ญี่ปุ่นต้อนรับสหรัฐฯ เสมอ และสหรัฐฯ จะยังคงมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกต่อไป

และในวันเดียวกัน ก่อนที่จะเข้าพบกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โจ ไบเดน เพิ่งจะเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ที่พระราชวังอิมพีเรียล ในกรุงโตเกียว

โดยทั้งกษัตริย์ญี่ปุ่น และผู้นำสหรัฐฯสวมหน้ากากอนามัยตลอดการเข้าเฝ้า การพบปะกับบุคคลสำคัญที่สุดของประเทศถึงสองคนในวันเดียวกัน สะท้อนถึงความพยายามและความตั้งใจของสหรัฐฯ ที่ต้องการร่วมมือกับญี่ปุ่น

ประเด็นสำคัญของการพูดคุยกับผู้นำญี่ปุ่นคือ ความร่วมมือทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคง เป้าหมายคือเพื่อคานอิทธิพลของจีนในภูมิภาค

ไบเดนเปิดตัวความร่วมมือที่เรียกว่า "กรอบความร่วมมือเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก" หรือ IPEF ซึ่งเป็นแผนงานที่สหรัฐฯ จะเข้ามามีบทบาททางการค้ามากขึ้น นอกจากนั้นยังมีวิสัยทัศน์ไปถึงอนาคตอย่าง ความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและการค้าขายผ่านระบบดิจิทัล

ย้อนไปสมัยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำคนก่อนถอนตัวจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ช่วงเวลาที่ผ่านมาจีนใช้ช่องว่างนี้เข้ามาแทนที่สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตามรายงานข่าวระบุว่า การหารือในวันนี้เป็นเพียงการตกลงคร่าวๆ ระหว่างสองผู้นำ ยังไม่ได้ลงรายละเอียดชัดเจน

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือด้านความมั่นคง โจ ไบเดน สนับสนุนแผนการป้องกันประเทศญี่ปุ่นจากภัยคุกคามของจีน ซึ่งขณะนี้ถูกมองว่ากำลังสั่นคลอนอธิปไตยในภูมิภาค เช่น กรณีของไต้หวัน

ยังไม่ชัดเจนว่าความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นจะออกมาในรูปแบบใด แต่รายงานข่าวระบุว่า ทั้งสองผู้นำเห็นตรงกันว่า ภัยคุกคามจากจีนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง และการกระทำที่ผ่านมาอาจขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ

และในช่วงหนึ่งของการหารือ ผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวชัดเจนว่า สหรัฐฯ พร้อมจะใช้อาวุธตอบโต้ หากจีนรุกรานไต้หวัน ที่พูดถึงประเด็นนี้มาจากการที่รัสเซียบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

จีนไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านการบุกยูเครนของรัสเซีย รวมถึงไม่ได้กระตือรือร้นกับชาติอื่นๆ ที่จะคว่ำบาตรเศรษฐกิจรัสเซีย ดังนั้นแล้วหลายฝ่ายจึงกังวลต่อความมั่นคงในภูมิภาค ที่ในอนาคตอันใกล้จีนอาจทำแบบเดียวกับรัสเซีย และไต้หวันคือเป้าหมายอันดับหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามให้แน่ใจว่าสหรัฐฯ จะใช้อาวุธปกป้องไต้หวันจริงหรือไม่ เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าไปช่วยยูเครนจากรัสเซีย ซึ่งไบเดนตอบชัดเจนว่า เขาจะใช้แน่นอน

ท่าทีของจีนล่าสุด เมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา หลังข่าวว่าไบเดนจะใช้อาวุธป้องกันไต้หวันถูกเผยแพร่ กระทรวงการต่างประเทศของจีนก็ออกมาตอบโต้ทันที

หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า ขอให้สหรัฐฯ ยึดหลักการจีนเดียว และอย่างท้าทายความตั้งใจในการรักษาอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดนของคนจีนจำนวน 1,400 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าคนญี่ปุ่นทุกคนจะยินดีกับทริปเยือนเอเชียครั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งออกมาประท้วง ไม่พอใจการเดินทางมาของผู้นำสหรัฐฯ ความกังวลของพวกเขาคือ หากสหรัฐฯ ร่วมมือหรือใกล้ชิดกับญี่ปุ่นมากขึ้น ก็จะยิ่งส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคปั่นป่วน

บางคนระบุเฉพาะเจาะจงด้วยว่า การประชุม Quad ที่กำลังจะเกิดขึ้นพรุ่งนี้นั้น พวกเขาไม่เห็นด้วยในวันพรุ่งนี้ (24 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเยือนญี่ปุ่น ผู้นำสหรัฐฯ มีนัดหมายพบปะกับนายกรัฐมนตรีจากสามชาติได้แก่ ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย

การประชุมดังกล่าวมีชื่อว่า Quad เป็นความร่วมมือพิเศษเพื่อคานอิทธิพลจีนเช่นกัน Quad หรือ Quadrilateral Security Dialogue กลุ่มความร่วมมือที่ประกอบด้วย สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, อินเดีย และญี่ปุ่นในสมัยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อสร้างความร่วมมือในการคานอำนาจกับอิทธิพลของจีน

 ในสมัยของไบเดน ที่ผ่านมา Quad จัดการประชุมมาแล้วสองครั้ง แต่เป็นการประชุมผ่านระบบออนไลน์ เนื่องจากวิกฤตโควิด-19 ระบาด ดังนั้นนี่จะเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจากทั้ง 4 ประเทศจะได้พบปะพูดคุยกันต่อหน้า

อย่างไรก็ตามสำหรับออสเตรเลีย ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าผู้นำจะเดินทางมาร่วมประชุมหรือไม่ เนื่องจาก แอนโธนี อัลบานีส นายกรัฐมนตรีคนใหม่เพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งสาบานตนในวันนี้

การเมืองออสเตรเลียผันผวนเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา พรรคลิเบอรัลเนชันแนลของ สกอตต์ มอร์ริสัน อดีตนายกรัฐมนตรีพ่ายแพ้ให้กับการเลือกตั้งทั่วไป ได้ที่นั่งสส. น้อยกว่าพรรคแรงงาน

ชัยชนะดังกล่าวเป็นชัยชนะแรกของพรรคแรงงานในรอบสิบปี และส่งให้แอนโธนี อัลบานีส ขึ้นเป็นผู้นำประเทศ

ในสุนทรพจน์วันนี้ ผู้นำคนใหม่ได้กล่าวถึงประเด็นจีนเช่นกันว่า ความขัดแย้งระหว่างสองชาติที่ผ่านมา เกิดขึ้นจากจีนที่เปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ออสเตรเลีย

 

Wordcup Wordcup
ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ต่างประเทศ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ