กองทัพเรือของยูเครนเปิดเผยว่า กองเรือของรัสเซียในทะเลดำ เริ่มถอนออกจากชายฝั่งของยูเครนไปไกลกว่า 100 กิโลเมตรแล้ว หลังมีการโจมตีด้วยจรวดและโดรน เพราะยูเครนพยายามจะยึดพื้นที่ในทะเลดำฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือกลับคืนมา
โดยระบุว่า ภัยจากการถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากทะเลดำนั้นยังคงมีขึ้นอยู่ และนับตั้งแต่รัสเซียเริ่มบุกยูเครน เรือและเรือดำน้ำของรัสเซียกว่า 300 ลำได้ระดมยิงจรวดเข้าใส่ดินแดนของยูเครน อย่างไรก็ตาม ยังพบเรือและเรือดำน้ำรัสเซียราว 30 ลำที่ยังคงกีดขวางการสัญจรของการเดินเรือพลเรือนอยู่
ทั้งนี้ กองเรือรัสเซียเข้าปิดล้อมทะเลดำ ซึ่งเป็นทางออกมาสู่ทะเลของยูเครนมานาน นับตั้งแต่เริ่มบุกยูเครน ซึ่งกรณีดังกล่าวทำให้สินค้าส่งออก โดยเฉพาะประเภทธัญพืชต่างๆหลายล้านตัน ยังติดค้างอยู่ที่ท่าเรือต่าง ๆ ในยูเครน ซึ่งถูกปิดล้อมโดยฝ่ายรัสเซีย ไม่สามารถเคลื่อนย้ายเพื่อทำการส่งออกได้
กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความมั่นคงอาหารโลก โดยเมื่อวานนี้ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานสภายุโรปได้ร่วมประชุม เขาได้ระบุว่า รัสเซียกำลังใช้เรื่องของอาหารมาเป็นจรวดในการโจมตีประเทศกำลังพัฒนา และโทษรัฐบาลรัสเซียว่า กำลังทำให้เกิดวิกฤตอาหารโลกขึ้น
โดย มิเชล ระบุว่า เขาได้ไปเยือนเมืองโอเดสซ่า เมืองท่าทางตอนใต้ของยูเครน และเห็นด้วยตาตนเองว่ามีธัญพืชจำนวนมากติดค้างอยู่ตามท่าเรือยูเครน เพราะส่งออกไม่ได้ เนื่องจากกองเรือรัสเซียกีดขวางในทะเลดำอยู่ พร้อมชี้ว่า รัฐบาลรัสเซียพุ่งเป้าไปที่คลังเก็บธัญพืชและขโมยธัญพืชของยูเครน และก็ไปโทษคนอื่น ซึ่งเป็นการกระทำอันขี้ขลาด
รัสเซียโจมตีเคียฟอีกครั้งในรอบ 5 สัปดาห์ อ้างทำลายรถถังที่ตะวันตกส่งมา
นอกจากประเด็นเรื่องของความมั่นคงอาหารแล้ว ผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยความรุนแรงทางเพศ พรามิลา แพทเท่น ก็ยังเปิดเผยในที่ประชุมด้วยว่า เธอเชื่อว่าสถานการณ์ในยูเครนนั้นกำลังเข้าสู่วิกฤตการลักลอบค้ามนุษย์ และมีความรุนแรงทางเพศเกิดขึ้นด้วย
กรณีดังกล่าวทำให้นายวาสซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติไม่พอใจ และมีการตอบโต้ รวมถึงใช้การวอล์คเอ้า หรือเดินออกจากห้องประชุมเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วย
การสู้รบในเมืองซีวีโรโดเนสตก์ ในภูมิภาคดอนบาสยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสภานการณ์ในเวลานี้ยังคงไม่แน่นอน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของยูเครนเปิดเผยว่า ทางยูเครนเองมีกองกำลังที่มากพอที่จะเข้าไปยึดพื้นที่ส่วนต่างๆของเมืองกลับคืนมาได้ และการปะทะกันตามท้องถนนระหว่างทหารของทั้งสองฝ่ายก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนเปิดเผยว่า กองทัพของยูเครนนั้นจะไม่ยอมแพ้ในเมืองซีวีโรโดเรสตก์อย่างแน่นอน และกองกำลังของยูเครนยังคงยืนหยัดอยู่
นอกจากนี้ ผู้นำยูเครนเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการที่ยูเครนขอเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปหรืออียูด้วย โดยบอกว่ากำลังรอการตัดสินใจของอียูเรื่องการสมัครในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ และเชื่อว่า การตัดสินใจของอียูจะไม่ได้มีขึ้นเพื่อยูเครนเท่านั้น แต่ยังหมายถึง การตัดสินใจต่อทั้งยุโรปเกี่ยวกับอนาคตทั้งหมด
อีลอน มัสก์ ขู่จะไม่ซื้อทวิตเตอร์แล้ว ปมบัญชีปลอมและสแปมบอท
อนามัยโลกชี้ “ฝีดาษลิง” เป็น “ภัยเสี่ยงระดับปานกลาง” ต่อสาธารณสุขโลก