เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น เวนดี เชอร์แมน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดการหารือร่วมกับ โช ฮยอน ดง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ และทาเคโอะ โมริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น
หัวข้อสำคัญคือ การสร้างความร่วมมือเพื่อเสริมความมั่นคงและความแข็งแกร่ง และแน่นอนว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ
โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในการประชุมนอกรอบระหว่างสองรัฐมนตรีสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ทั้งคู่เห็นตรงกันว่า จำเป็นต้องตอบโต้อย่างแข็งขันและชัดเจน หากเกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าทดสอบอาวุธนิวเคลียร์
หนึ่งในมาตรการกดดันเพื่อป้องปรามไม่ให้เกาหลีเหนือดำเนินการทดสอบ เวนดี เชอร์แมนระบุว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรจะตัดเกาหลีเหนือออกจากระบบธุรกรรมระหว่างประเทศ หรือ Swift
Swift เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงธนาคารทั่วโลกไว้ด้วยกัน การถูกตัดออกจาก Swift จะทำให้ธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ เผชิญความยากลำบากในการทำธุรกรรมต่างๆ
ที่ผ่านมามักได้ยินชื่อนี้บ่อยๆ จากกรณีที่รัสเซียบุกยูเครน ซึ่งชาติตะวันตกก็ได้ใช้มาตรการนี้ในการคว่ำบาตรรัสเซียเช่นกัน
อีกความพยายามหนึ่งคือการส่งสัญญาณเตือนในแบบที่ไม่ค่อยพบเห็นมากนัก นั่นคือการขนเอาอาวุธยุทธโธปกรณ์มาแสดงแสนยานุภาพ
ภาพที่เห็นอยู่นี้คือ ขบวนเครื่องบินเจ็ทของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ที่ดำเนินการซ้อมรบร่วมกันเมื่อช่วงเช้าของวันอังคารที่ผ่านมา
กิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้น หลังแหล่งข่าวระบุว่า ขณะนี้เกาหลีเหนือกำลังเตรียมที่จะทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่ ส่งผลให้ทั้งสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ต้องส่งสัญญาณเตือน
ในการซ้อมรบมีเครื่องบินเจ็ทเข้าร่วมถึง 20 ลำ แบ่งออกเป็นเครื่องบินของสหรัฐฯ 4 ลำและของฝั่งเกาหลีใต้ 16 ลำ
ในจำนวนนี้ประกอบด้วยเครื่องบินเจ็ท F-16 เครื่องบินขับไล่ที่เป็นที่นิยมใช้ในกองทัพอากาศสหรัฐฯ ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นคือ น้ำหนักเบา
F-16 ถูกใช้ครั้งแรกในสงครามเวียดนาม จากนั้นก็พัฒนาเรื่อยมา ปัจจุบันเป็นหนึ่งในยุทธโธปกรณ์ยอดนิยม ซึ่งสหรัฐฯ ขายให้กับ 25 ประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้และไทย
เครื่องบินเจ็ทอีกหนึ่งรุ่นที่ถูกนำมาโชว์คือ F-35A ถือเป็นประเภท Stealth หรือเครื่องบินที่มีเทคโนโลยีสอดแนม
ปฏิบัติภารกิจได้ในทุกสภาพอากาศ นับเป็นหนึ่งในยุทธโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐฯ ขายให้เฉพาะพันธมิตรใกล้ชิดอย่าง ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์เท่านั้น แม้ว่าหลายชาติจะอยากได้ก็ตาม
นอกจากจะเป็นการส่งสัญญาณแล้ว การซ้อมรบครั้งนี้ยังถูกระบุว่า เป็นการซ้อมรับมือในสถานการณ์ที่เกาหลีเหนือก่อภัยคุกคามอีกด้วย
ความน่าสนใจคือ การซ้อมรบเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เกาหลีใต้และสหรัฐฯ เพิ่งจะยิงขีปนาวุธ 8 ลูกลงทะเลตะวันออกไป เพื่อตอบโต้การยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเช่นกัน
รายงานข่าวจากสำนักข่าวยอนฮับระบุว่า การยิงขีปนาวุธทั้งหมด 8 ลูกในครั้งเดียวถือเป็นการทดสอบอาวุธครั้งใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้
เป็นภาพที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในประเทศเกาหลีใต้ และถูกวิเคราะห์ว่า เกาหลีใต้มีความพยายามที่จะตอบสนองในทิศทางที่แข็งแกร่งและแข็งกร้าวมากขึ้นต่อท่าทียั่วยุของเกาหลีเหนือ นับตั้งแต่ ยุน ซ็อกยอล ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ในอนาคตคาดกันว่า ภาพการตอบสนองและรับมือต่อเกาหลีเหนืออย่างแข็งขันเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะปรากฎบ่อยขึ้น
เพราะล่าสุดระหว่างการประชุมของสามรัฐมนตรีจากสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น โช ฮยอน ดง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า เกาหลีใต้และพันธมิตรจะเสริมกำลังกันมากขึ้น เพื่อกดดันให้เกาหลีเหนือยุติการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา
หากนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธไปมากถึง 17 ครั้งแล้ว รวมครั้งล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและนับตั้งแต่ ยุน ซ็อกยอล ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธไปแล้วถึง 3 ครั้งด้วยกัน
หนึ่งในนั้นมีขีปนาวุธประเภท ICBM ซึ่งเป็นขีปนาวุธข้ามทวีปที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้รวมอยู่ด้วยและสำหรับการคาดการณ์ว่าเกาหลีเหนือกำลังเดินหน้าทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่ ล่าสุดเราทราบข้อมูลอะไรบ้าง?
ข้อมูลดังกล่าวมาจากทูตพิเศษของสหรัฐฯ ประจำเกาหลีเหนือที่ระบุเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน หลังพบว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่เกาหลีเหนือจะทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งใหม่
ฐานที่คาดกันว่าจะถูกใช้เป็นสถานที่ทดสอบคือ ฐานปุง เก-รี ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นฐานเก่าที่ใช้ทดสอบมาตั้งแต่ปี 2006 ที่ผ่านมาได้ดำเนินการทดสอบมาแล้ว 6 ครั้ง
ปี 2018 มีรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทำลายอุโมงค์ของฐานแห่งนี้ไปแล้ว เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค และในเวลานั้นยังเป็นการปูทางสู่การเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีอดีตประธานาธิดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้เจรจาหลัก
อย่างไรก็ตามหลังการพบกันครั้งสุดท้ายระหว่างสองผู้นำในปี 2019 ปรากฏว่าทั้งสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือไม่สามารถตกลงได้ และนับแต่นั้นเป็นต้นมาการเจรจาก็ชะงักงัน ตามมาด้วยความพยายามทดสอบอาวุธที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หลัง โจ ไบเดน ขึ้นเป็นประธานาธิบดี
ไม่ชัดเจนว่าข่าวการทำลายอุโมงค์ของฐานเมื่อปี 2018 เป็นความจริงหรือทางการเกาหลีเหนือได้ฟื้นฟูโครงสร้างขึ้นมาใหม่เพราะจากภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมาเผยให้เห็นโครงสร้างต่างๆ อย่าง ถนนหนทาง และกระท่อมที่เพิ่งจะถูกสร้างขึ้นใหม่ รวมถึงทางเข้าอุโมงค์ด้วย
การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ปี 2017 จากนั้นเกาหลีเหนือว่างเว้นไปนานถึง 5 ปี ทำเพียงแค่ทดสอบขีปนาวุธ หากการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งใหม่เกิดขึ้นจริง ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 7 ในประวัติศาสตร์เกาหลีเหนือ