ผู้ประท้วงที่ถือคบไฟมาด้วยเข้าปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาลเมื่อวานนี้ หลังบรรดาผู้ประท้วง ซึ่งนำโดยแกนนำนักศึกษา ไม่พอใจกับราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อก็ส่อทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (20 มิถุนายน 2565) บริษัทน้ำมันเอ็นโอซี ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน 12 เปอร์เซ็นต์ และดีเซลอีก 16 เปอร์เซ็นต์ สร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนอย่างยิ่ง จนทำให้เกิดการประท้วงขึ้น และสถานการณ์ทวีความตึงเครียดจนนำไปสู่การปะทะกัน
ผู้ประท้วงพยายามขว้างปาก้อนหินเข้าใส่ ส่วนตำรจใช้ไม้เป็นอาวุธ ก่อนที่สุดท้ายต้องมีการใช้แก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม โดยหนึ่งในผู้ประท้วงเปิดเผยว่า การขึ้นราคาน้ำมันเช่นนี้ ถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อประชาชน
อย่างไรก็ตาม หลังสถานการณ์สงบลง มีรายงานความเสียหายของรถตำรวจ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้จับกุมผู้ประท้วงแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ราคารถโดยสารสาธารณะต้องปรับตัวขึ้น 7.7 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น และในเวลานี้ชาวเนปาลราว 29 ล้านคน ต้องเผชิญกับราคาอาหารและน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราเงินเฟ้อทะยานมาอยู่ที่ 7.87 เปอร์เซ็นต์เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นตัวเลขสูงที่สุดในรอบ 6 ปี
ขณะเดียวกันที่ เบลเยียม ที่กรุงบรัสเซลล์ เมืองหลวง ประชาชนราว 7 หมื่นคออกมาเดินขบวน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรับมือกับปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่บรรดาพนักงานที่สนามบินบรัสเซลล์และเครือข่ายระบบโดยสารสาธารณะทั่วประเทศลางานหนึ่งวันเพื่อทำการประท้วง
การประท้วงมีขึ้น ท่ามกลางปัญหาเงินเฟ้อที่ทวีความตึงเครียดขึ้นในเบลเยียม โดยในเดือนมิถุนายนนี้ เงินเฟ้อในเบลเยียมแตะระดับ 9 เปอร์เซ็นต์แล้ว อันเป็นผลมาจากปัญหาสงครามในยูเครนที่ทำให้ราคาสินค้า พลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ เดอ ครูของเบลเยียมเปิดเผยว่า แรงงานของเบลเยียมนั้นได้รับการคุ้มครองและมีสวัสดิภาพที่ดีกว่าหลายประเทศในสหภาพยุโรปแล้ว และทางรัฐบาลได้ขยายระยะเวลาการยกเว้นเก็บภาษีการขายต่อสินค้าประเภทแก๊ส น้ำมันและค่าไฟฟ้า ไปจนถึงสิ้นปี
ส่วนที่ ศรีลังกา มีผู้ประท้วงหลายร้อยคน นำโดยนักศึกษา สหภาพแรงงาน และเหล่าศิลปิน ออกมาเดินขบวนตามท้องถนนในกรุงโคลอมโบด้วย เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโกตาพญา ราชปักษาลาออกอีกครั้ง ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ยังคงรุมเร้าประเทศอยู่
ศรีลังกาเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 70 ปี เพราะขาดแคลนเงินสำรอง จนไม่สามารถนำเข้าสินค้าที่จำเป็นได้ ส่งผลทำให้น้ำมัน อาหาร และยามีราคาแพงขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ ไอเอ็มเอฟ ได้เริ่มเจรจากับรัฐบาลศรีลังกาถึงเงินกู้ยืมให้ความช่วยเหลือแล้ว แต่ความไม่พอใจของประชาชนยังคงมีอยู่ เนื่องจากปัญหาต่าง ๆ รุมเร้ามาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนไม่พอใจที่ต้องไปต่อคิวนาน ๆ หรือข้ามคืน เพื่อจะรอเติมน้ำมัน
ศรีลังกา สั่งปิดโรงเรียน-สนง.รัฐบาล 2 สัปดาห์ เหตุขาดแคลนน้ำมัน