บรรยากาศของสำนักงานหนังสือเดินทางในกรุงโคลอมโบช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเนืองแน่นไปด้วยผู้คน
ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ต้องการทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ซึ่งปริมาณความต้องการนั้นเกินกว่าที่เจ้าหน้าที่จำนวน 160 คนจะสามารถจัดการได้
รายงานจาก เจ้าหน้าที่ระบุว่า พวกเขาไม่เห็นภาพประชาชนแห่กันมาทำหนังสือเดินทางกันเนืองแน่นแบบนี้นานถึง 6 ปีแล้ว และคาดกันว่าทางสำนักงานอาจใช้เวลาอีกเป็นเดือนกว่าจะสามารถออกหนังสือเดินทางให้ได้ครบ
ส่วนเหตุผลที่ผู้คนพากันมาทำหนังสือเดินทางนั้น เป็นเพราะปัญหาเศรษฐกิจ หลายคนต้องการไปทำงานยังต่างประเทศ เพราะมองแล้วว่าการทำงานในศรีลังกานั้นไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัวในจำนวนนี้มีคนที่เดินทางมาจากต่างเมืองด้วย และยอมอดทนรอที่สำนักงานนานหลายวันกว่าจะได้คิว
ความต้องการทำหนังสือเดินทางที่มากขึ้นผิดปกติคือภาพสะท้อนของปัญหาในประเทศนี้หลายเดือนแล้วที่คนศรีลังกามีชีวิตอย่างยากลำบาก ผู้คนต้องต่อแถวรอซื้อข้าวของที่จำเป็นอย่าง ข้าวสารอาหารแห้ง เพราะสินค้าเหล่านี้ขาดแคลน
ส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงมีให้ใช้ไม่เพียงพอ ไฟฟ้าก็มีให้อย่างจำกัด ผู้คนได้รับผลกระทบอย่างมากโดยเฉพาะคนหาเช้ากินค่ำ อย่าง คนขับรถตุ๊กตุ๊ก เพราะนอกจากจะเสียเวลาต่อแถวเติมน้ำมันแล้ว รายได้ที่หามาก็ไม่คุ้มกับต้นทุนที่เสียไป
เกิดขึ้นจากอะไร? เปรียบเทียบง่ายๆ ศรีลังกามีเงินออกมากว่าเงินเข้าประเทศ
ที่ผ่านมาศรีลังกามีสัดส่วนรายได้จากภาคบริการมากถึงร้อยละ 60 ดังนั้นการระบาดของโควิด-19 จึงกระทบเต็มๆ
การท่องเที่ยวที่ลดลงทำให้เงินทุนสำรองต่างประเทศที่ศรีลังกาควรจะได้จากชาวต่างชาติลดลงไปด้วย นอกจากนั้นปัญหายังมาจากการบริหารงานที่ผิดพลาด
รัฐบาลพยายามประคองเศรษฐกิจด้วยการลดภาษี ทั้งยังขายพันธบัตรในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และใช้เงินอุดหนุนสินค้านำเข้า
ผลที่ได้คือ ค่าเงินของศรีลังกาอ่อนลง เกิดวิกฤตเงินเฟ้อตามมา ส่วนปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลนเป็นผลมาจากการที่ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของศรีลังกาลดฮวบลงอย่างรวดเร็วจนไม่มีเพียงพอใจการจ่ายค่านำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอื่นๆ
ทุกวันนี้ประชาชนจึงต้องเข้าคิวรอซื้อสินค้าจำเป็นซึ่งมีจำนวนจำกัด ด้านรัฐบาลก็พยายามแก้ปัญหาการขาดแคลน เช่น ควบคุมปริมาณน้ำมันต่อครัวเรือนที่สามารถซื้อได้ หรือตัดไฟวันละ 13 ชั่วโมงเพื่อประหยัดพลังงานไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้น้ำมันในการผลิต
ล่าสุดรายงานจากรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของศรีลังกา เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ศรีลังกามีคลังน้ำมันเหลือใช้อีกเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น
และขณะนี้ศรีลังกากำลังรอการอนุมัติเงินกู้จำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้ซื้อเชื้อเพลิงนำเข้า
อีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาคือ การซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งขณะนี้มีราคาถูกกว่าเจ้าอื่นๆ ผลจากการถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตร
รานิล วิกรมสิงเห นายกรัฐมนตรีศรีลังกาที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นานกล่าวว่า สถานการณ์ในประเทศบีบให้ต้องซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย และขณะนี้ศรีลังการับน้ำมันดิบมาแล้วราว 99,000 ตัน
นอกจากนั้นรัสเซียยังเสนอที่จะส่งข้าวสาลีให้กับศรีลังกาด้วย เพื่อช่วยแก้ปัญหาอาหารขาดแคลน
การขาดแคลนน้ำมันเพราะศรีลังกาไม่มีเงินตราต่างประเทศ นำมาสู่ปัญหาการขาดแคลนด้านอื่นๆ ตามมา เพราะส่วนใหญ่ของสินค้าในศรีลังกามาจากการนำเข้าที่ต้องใช้เงินตราต่างประเทศ
ย้อนไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา มีรายงานว่า ทางกระทรวงเกษตรของศรีลังกาขอให้เกษตรกรช่วยกันปลูกข้าวเพิ่มให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาอาหารขาดแคลน
คำประกาศเกิดขึ้นหลังผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของราคาอาหารเพิ่มขึ้นอีก จากเดิมที่เพิ่มขึ้นมาแล้วร้อยละ 29.8 ในเดือนเมษายน ซึ่งในเดือนพฤษภาคมยังคงเพิ่มขึ้นอีกเป็นร้อยละ 39.1
ล่าสุดรัฐบาลแก้ปัญหาอาหารขาดแคลนด้วยการอนุมัติวันหยุดเพิ่มอีกวันแก่หน่วยงานราชการ
กำหนดให้พนักงานราชการทำงานแค่สัปดาห์ละ 4 วัน จากเดิมที่ทำงานสัปดาห์ละ 5 วัน เพื่อให้ในวันศุกร์ บรรดาพนักงานราชการที่มีอยู่ราว 1 ล้านคนจะได้เอาเวลาไปทำการเกษตร เพิ่มผลผลิตในประเทศ
เมื่อส่วนใหญ่ของสินค้าในศรีลังกาเป็นสินค้านำเข้า อีกปัญหาที่เกิดตามมาคือ การขาดแคลนยารักษาโรค
รายงานข่าวระบุว่า ร้อยละ 80 ของยาที่ใช้ในประเทศเป็นสินค้านำเข้า และขณะนี้มียามากถึง 200 รายการแล้วที่ขาดแคลน ในจำนวนนี้มีทั้งยาสามัญประจำบ้าน และยาเฉพาะ
โรงพยาบาลขาดแคลนถึงขนาดที่ว่า แนะนำให้ผู้ป่วยออกไปหาซื้อยาด้วยตัวเองตามคลีนิก ในขณะที่รายงานจากโฆษกสมาคมการแพทย์ชี้ว่า ปัญหาขาดแคลนยาคือเรื่องคอขาดบาดตาย
สถานการณ์ในศรีลังกาสร้างความกังวลว่า จะเกิดปัญหาด้านมนุษยธรรมตามมา
เยนส์ เลอเก โฆษกสำนักงานประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติเผยว่า ทางสำนักงานประเมินว่าจะมีประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมมากถึง 5.7 ล้านคน ส่งผลให้ทางสำนักงานร่างแผนช่วยเหลือ 4 เดือน เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์
ด้านโครงการอาหารโลกประเมินว่า 2 ใน 3 ของครัวเรือนศรีลังกาต้องลดปริมาณอาหารลง
วิกฤตที่เกิดขึ้นล่าสุดนับเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 70 ปีนับตั้งแต่ศรีลังกาเป็นเอกราช ซ้ำร้ายศรีลังกายังติดหนี้ต่างประเทศจำนวนมหาศาล ส่งผลให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด
ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ คณะผู้แทนจากไอเอ็มเอ หรือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศจะเดินทางเยือนศรีลังกา เพื่อเจรจาหารือแผนช่วยเหลือ ซึ่งทางรานิล วิกรมสิงเห นายกรัฐมนตรีคาดหวังว่าศรีลังกาจะสามารถบรรลุข้อตกลงใหม่กับไอเอ็มเอฟได้ภายในสิ้นเดือนนี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนการเจรจาจะมาถึง ล่าสุดมีเสียงวิจารณ์จากนันดานัล วีระสิงห์ ผู้ว่าการธนาคารกลางศรีลังการะบุว่า อันที่จริงแล้วศรีลังกาอาจไม่เดินทางมาถึงจุดตกต่ำเช่นนี้ หากขอความช่วยเหลือไอเอ็มเอฟเร็วกว่านี้ หรือหากรัฐบาลปรับแผนการชำระหนี้ต่างประเทศตั้งแต่ปีก่อน