พวกเขาทำทุกทางแม้ว่าสิ่งที่ทำจะหมายถึงการต้องสูญเสียชีวิตส่วนทางผู้ค้า แรงผลักคือผลประโยชน์มหาศาล แม้ว่าจะมีการปราบปรามอย่างหนัก แต่ปัญหานี้ไก็ไม่หมดไป หนึ่งในประจักษ์พยานหลักฐานคือ โศกนาฏกรรมที่เกิดที่ "รัฐเท็กซัส" ของสหรัฐอเมริกาเมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.) เมื่อร่างไร้วิญญาณของผู้อพยพกว่า 50 ร่างถูกทิ้งไว้ในรถบรรทุกคันหนึ่งขณะที่กำลังจะผ่านข้ามแดน
28 มิถุนายนที่ผ่านมา บริเวณชานเมืองซานแอนโตนิโอในรัฐเท็กซัส พรมแดนรอยต่อระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโก มีรถบรรทุก18 ล้อคันหนึ่งถูกจอดทิ้งไว้ท่ามกลางเปลวแดดที่ร้อนระอุ ตำรวจหลายนายกำลังตรวจสอบภายในรถคันดังกล่าว
ก่อนที่หัวหน้าหน่วยดับเพลิงของเมืองซานอันโตนิโอจะเปิดเผยรายละเอียดว่า สิ่งที่เห็นอยู่ด้านในคือ ร่างไร้วิญญาณทั้งหมด 46 ร่าง ที่อยู่ในสภาพแออัดทับซ้อนกัน
ด้านหัวหน้าสถานีตำรวจซานอันโตนิโอไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ตำรวจได้รับแจ้งเหตุประมาณ 6 โมงเย็น ผู้แจ้งเหตุคือชายคนหนึ่งที่ทำงานที่อยู่ใกล้กับรถบรรทุกคันดังกล่าว
ชายคนดังกล่าวแจ้งว่า ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากภายในรถ เขาจึงตรงไปที่รถที่เปิดประตูด้านหลังทิ้งไว้ ก่อนจะพบศพคนเป็นจำนวนมากกองอยู่ด้านใน
เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากในรถที่ชายคนดังกล่าวได้ยินคือ เสียงร้องขอชีวิตของคน 16 คน ในจำนวนนี้มีเด็ก 4 คน โดยทั้งหมดยังมีสติสัมปชัญญะ แต่อยู่ในสภาพที่เหนื่อยล้าและหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุด
ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ปรับตัวเลขผู้เสียชีวิตขึ้นไปที่ 50 คน ตำรวจระบุว่า การเสียชีวิตของคนเหล่านี้เกิดจากความร้อนภายในรถ เนื่องจากรถคันดังกล่าวไม่มีเครื่องปรับอากาศหรืออุปกรณ์ระบายอากาศ
คาดการณ์ว่าอุณหภูมิในรถคันดังกล่าวอาจสูงถึง 51 องศาเซลเซียส ซึ่งเพียงพอที่จะคร่าชีวิตมนุษย์ได้หากอยู่ในนั้นเป็นเวลานานๆ
ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ถูกจับกุมตัว 3 คน และกำลังมีการสืบสวนว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่
โศกนาฎกรรม แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ในศตวรรษที่ 21 ขบวนการค้ามนุษย์ยังเฟื่องฟู นั่นเป็นเพราะว่าในศตวรรษนี้คือช่วงเวลาที่โลกเผชิญกับความเหลื่อมล้ำมากที่สุดครั้งหนึ่ง
ความเหลื่อมล้ำคือตัวการของการขาดโอกาส ผู้คนที่อยู่ในสถานะเช่นนั้นมีชีวิตอย่างยากลำบาก
นอกเหนือจากความเหลื่อมล้ำ ศตวรรษที่ 21 ยังถูกโหมกระหน่ำด้วยปัญหาโรคระบาดอย่างโควิด 19 สงคราม และความเปราะบางทางการเมืองที่ก่อให้เกิดปัญหากลุ่มแก๊งอาชญากรรม
ที่เมียนมา วิกฤติทางการเมืองกำลังร้อนระอุ รายงานของสหประชาชาติชิ้นหนึ่งระบุว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนรายได้ลดลง หลายคนถูกผลักให้เข้าสู่การขายแรงงานทางเพศ หรือไม่ก็ลักลอบข้ามแดนเข้าประเทศเพื่อนบ้านผ่านนายหน้า
ที่เฮติ ไนเจอร์ และมาลี แก๊งอาชญากรรมเฟื่องฟูแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
ไม่แปลกเลยที่ความปรารถนาเดียวของคนเหล่านี้คือ ชีวิตที่ดีกว่าสำหรับตัวเองและครอบครัว เป็นแรงผลักของการก่อให้เกิดคลื่นผู้อพยพ
นี่คือส่วนหนึ่งของผู้อพยพจากประเทศเฮติ ประเทศที่กำลังถูกโหมกระหน่ำจากความยากจน และความเฟื่องฟูของแก๊งอาชญากรรมที่ก่อการอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ลักพาตัว สังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ ค้ายาเสพติด และปล้นจี้
คนเหล่านี้กำลังเดินเท้าผ่านป่าในโคลัมเบียหลังจากรอดชีวิตจากการเดินทางด้วยเรือลำเล็กผ่านทะเลมาได้
หลุดจากป่าในโคลัมเบีย พวกเขาจะเดินทางต่อไปที่ประเทศปานามา ผ่านเม็กซิโก ก่อนเข้าถึงจุดหมายปลายทางอย่างสหรัฐอเมริกา
หลายคนหอบลูกจูงหลาน บางคนตั้งครรภ์ เดินเท้าผ่านป่าและข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก
ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความเสี่ยง ผู้อพยพบางคนเสียชีวิตระหว่างทาง บางคนถูกปล้น แต่ไม่มีใครหันหลังกลับ ทุกคนเดินเท้ามุ่งหน้าต่อ เพราะนี่คือเดิมพันชีวิต เป็นการเดิมพันที่มีค่า
สหรัฐอเมริกา ดินแดนแห่งโอกาสคือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่เป็นที่ปรารถนาของผู้อพยพจำนวนมาก เส้นทางหลักที่ผู้อพยพใช้ผ่านเข้าสหรัฐคือ ทางด้านใต้ที่ติดกับชายแดนเม็กซิโก
นอกจากผู้อพยพเฮติแล้ว จุดนี้คือผู้อพยพจากอเมริกากลางและใต้ที่หลั่งไหลมาปีละหลายพันหลายหมื่นคน
นี่คือส่วนหนึ่งขบวนผู้อพยพที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา คนกว่า 6,000 คนกำลังเดินเท้าจากเม็กซิโกมุ่งตรงไปยังชายแดนที่ติดสหรัฐฯ
ผู้อพยพเหล่านี้มากจากทั้งประเทศในอเมริกากลางและใต้ เช่น เวเนซุเอลา พวกเขาหลีกหนีจากความยากจน ความรุนแรง
แต่การมาถึงชายแดนสหรัฐ ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นหรือหลักประกันในการมีชีวิตที่ดีกว่าที่จุดนี้ ผู้อพยพจำนวนมากต้องรอคอยเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีหากต้องการสถานะผู้ลี้ภัย จำนวนมากต้องอยู่ในเต้นท์ที่ทำขึ้นเป็นค่ายพักพิงชั่วคราว
หลายคนบอกว่าสภาพของชีวิตในระหว่างการรอคอยไม่ต่างอะไรจากสัตว์ ในหลายกรณีการรอคอยนำไปสู่ความวุ่นวายและความรุนแรงเมื่อการรอคอยของพวกเขานานเกินไป
ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมาตำรวจตระเวนชายแดนสหรัฐฯ ขี่ม้าพร้อมใช้แส้เฆี่ยนตีผู้อพยพชาวเฮติที่พยายามข้ามแดนบริเวณแม่น้ำแกรนด์ ริโอ ที่พรมแดนเม็กซิโกและสหรัฐฯ หลังจากผู้อพยพเหล่านี้พยายามข้ามแม่น้ำเข้าสหรัฐ
ภาพนี้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่กระทำเกินกว่าเหตุ และมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงนโยบายการรับผู้อพยพของรัฐบาลสหรัฐที่ไม่เปิดกว้างเพียงพอทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้ผู้อพยพเลือกใช้อีกเส้นทาง
หากไม่ต้องการรอคอยแบบไม่มีอนาคต หากพวกเขาต้องการเข้าสหรัฐเร็วกว่านั้น สิ่งที่ต้องทำคือ จ่ายเงินค่าหัวให้กับขบวนการค้ามนุษย์
หลังจากนั้นนายหน้าจะลักลอบขนผู้อพยพข้ามแดนด้วยวิธีง่ายๆ นั่นก็คือ ขนขึ้นรถบรรทุกสินค้าไม่ต่างอะไรจากสัตว์หรือสิ่งของ พวกเขาต้องเบียดอัดกันอยู่ในตู้เหล็กแคบและร้อนหลายชั่วโมง ไม่มีแอร์ ไม่มีช่องระบายอากาศ ไม่มีแม้แต่อาหารหรือน้ำและหลายครั้ง อย่างที่โลกได้เห็นไม่มีแม้แต่ลมหายใจ