ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวในรัฐบาลศรีลังกา เปิดเผยว่า นายราชปักษา ซึ่งเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ถึงสนามบินในกรุงมาเล่ ของมัลดีฟส์ ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ มีแผนจะเดินทางต่อไปที่สิงคโปร์ ซึ่งเมื่อถึงที่หมายแล้ว ก็จะยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
รายงานข่าว ระบุว่า นายราชปักษา และผู้ติดตาม จะขึ้นเครื่องบินโดยสารสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ SQ437 จากมัลดีฟส์ ไปลงที่สนามบินชางงี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (14 ก.ค.) แต่จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่พบความเคลื่อนไหวใด ๆ ของเขา
สอดคล้องกับ เดลี มีร์เรอร์ (Daily Mirror) หนังสือพิมพ์รายวันภาษาอังกฤษ ของศรีลังกา ที่ยืนยันว่า นายราชปักษายังอยู่ที่มัลดีฟส์ และไม่ได้ขึ้นเครื่องบินเที่ยวดังกล่าว เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่คาดกันว่า เขาและภริยาน่าจะรอนั่งเครื่องบินส่วนตัวมุ่งหน้าไปสิงคโปร์แทน ซึ่งขณะนี้เครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดที่กรุงมาเล่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด มีรายงานที่ขัดแย้งกันจากสื่อของมัลดีฟส์ว่า นายโกตาบายา ออกเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสาร ซาอุเดีย แอร์ไลน์ส (Saudia Airlines) เที่ยวบินที่ SV 788 มุ่งหน้าสู่สิงคโปร์ ตั้งแต่เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาแล้ว
แหล่งข่าวจากสำนักข่าว ANI ของอินเดีย เปิดเผยว่า นายโกตาบายาจะเดินทางถึงสิงคโปร์ในเวลา 19.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น และจะพำนักอยู่ที่นั่นระยะหนึ่ง ก่อนเดินทางต่อไปซาอุฯ
ซึ่งที่มัลดีฟส์ เมื่อวานนี้ มีภาพของประชาชนจำนวนมากออกมาถือธงชาติและโปสเตอร์ เพื่อประท้วงแสดงความไม่พอใจรัฐบาล ที่อนุญาตให้ผู้นำศรีลังกาหลบหนีเข้ามาในประเทศ
ส่วนบรรยากาศล่าสุดที่กรุงโคลัมโบ ของศรีลังกา เงียบสงบแตกต่างจากเมื่อวาน ประชาชนเริ่มกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ หลังแกนนำกลุ่มผู้ประท้วงประกาศคืนสถานที่ราชการที่เข้าไปบุกยึดก่อนหน้านี้ ให้กับเจ้าหน้าที่ โดยจากภาพจะเห็นว่า ผู้ชุมนุมที่อยู่รอบ ๆ อาคารรัฐสภา และสำนักเลขาธิการประธานาธิบดี บางตาลงไปมาก
ขณะเดียวกัน ที่สำนักนายกรัฐมนตรี บรรยากาศค่อนข้างครื้นเครง หลังผู้ชุมนุมบางส่วนที่ยังปักหลักอยู่ ได้จับกลุ่มร้องเพลง ทั้งด้านในอาคารและบริเวณสนามหญ้าด้านนอก
ด้านนายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห ซึ่งขณะนี้ทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดี ได้ยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้มีการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งจะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับความสนับสนุนและเห็นชอบจากทุกภาคส่วน
ก่อนหน้านี้ นายวิกรมสิงเหได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ และแต่งตั้งคณะกรรมการ ที่ประกอบไปด้วยประธานเสนาธิการกลาโหม และผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ รวมถึงตำรวจ เพื่อทำหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ โดยให้อำนาจใช้มาตรการใดก็ได้ที่เห็นว่าจำเป็น หลังเมื่อวานนี้ กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปยึดสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงสถานที่ราชการอื่น ๆ เพื่อเรียกร้องให้นายวิกรมสิงเห ลาออก จนตำรวจปราบจลาจลต้องยิงแก๊สน้ำตาสกัด