มีแนวโน้มของความวุ่นวายและการประท้วงเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะคนที่จะได้เป็นผู้นำคนใหม่มีความใกล้ชิดกับตระกูลราชปักษา รัฐบาลรักษาการณ์จึงต้องต้องมีการประกาศสภาวะฉุกเฉินในช่วงเวลาที่การเลือกผู้นำคนใหม่กำลังดำเนินไป อย่างไรก็ตามบางส่วนไม่กลัวและออกมาชุมนุม
เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ประชาชนหลายพันคนที่นำโดยสหภาพแรงงานศรีลังกาออกมาชุมนุมฝ่าสถานการณ์ฉุกเฉินที่รัฐบาลประกาศออกมาประท้วงบนท้องถนนในกรุงโคลัมโบเพื่อขับไล่รักษาการณ์ประธานาธิบดีรานิล วิกรมสิเห โดยระบุว่าเขาไม่มีความชอบธรรมในการอยู่ในอำนาจต่อ
รานิล วิกรมสิงเห คือคนที่ถูกมองว่าอาจได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของประเทศ โดยขณะนี้เขาทำหน้าที่รักษาการณ์ประธานาธิบดีหลังจากอดีตประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษาหนีออกนอกประเทศและส่งใบลาออกจากตำแหน่งทางอีเมลมาที่ประธานสภาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา
รัฐสภาศรีลังกามีการเปิดการประชุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเพื่อโหวตเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ โดยประธานรัฐสภามหินดา อเบย์วาร์เดนาระบุว่า กระบวนน่าจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 กรกฎาคมหรือวันพุธนี้
สำหรับผู้ที่ประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของศรีลังกาที่น่าจับตามองมี 3 คนด้วยกัน คนแรกคือ รานิล วิกรมสิงเห
คนที่ 2 คือ สาจิต เปรมาดาสา เป็นตัวแทนจากพรรคฝ่ายค้าน
คนสุดท้ายคือ ดัลลาส อะลาฮัปเปรูมา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสาร
โดยคนที่ดูเหมือนได้รับการยอมรับจากประชาชนในวงกว้างมากที่สุดคือ นายสาจิต เปรมาดาสา ลูกชายของอดีตประธานาธิบดีรณสิงห์ เปรมาดาสา ซึ่งเสียชีวิตในเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโดยฝีมือกบฏพยัคฆ์ทมิฬเมื่อปี 1993
เขาเป็นนักการเมืองที่ได้รับความนิยมคนหนึ่ง โดยการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อ 3 ปีที่แล้วคือในปี 2019 เขาได้คะแนนมากถึงร้อยละ 42 ตามมาเป็นลำดับที่ 2 รองจากประธานาธิบดีโกตาบายา
หลายคนมองว่าเขาน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี และน่าจะได้รับการยอมรับจากประชาชนมากที่สุดเพราะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับตระกูลราชปักษา
อย่างไรก็ตาม ยังคาดการณ์ได้ยากว่าเขาจะสามารถเอาชนะคู่แข่งคนสำคัญอย่างรักษาการณ์ประธานาธิบดีวิกรมสิงเหได้หรือไม่ เนื่องจากผู้นำคนใหม่ต้องได้รับเสียงข้างมากจากสภา และในขณะนี้พรรคของอดีตประธานาธิบดีโกตาบายายังคงครองเสียงข้างมากในสภาอยู่
สถานการณ์ในศรีลังกาช่วงนี้จึงยังอึมครึม เพราะถ้าผลออกมาว่านายวิกรมสิงเหได้รับเลือก หลายฝ่ายคาดว่าประชาชนจะออกมาประท้วงเนื่องจากมองว่า เขาคือตัวแทนหรือหุ่นเชิดของตระกูลราชปักษา
ขณะผู้คนยังต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก ตอนนี้ปัจจัยพื้นฐานขาดแคลนอย่างหนักตั้งแต่น้ำมัน แก๊ส และอาหาร รวมถึงยารักษาโรค ประชาชนจำนวนมากยังคงต้องต่อคิว รอแถวยาวเพียงเพื่อที่จะพบว่าไม่มีน้ำมันเหลือให้พวกเขาเติม
มีรายงานว่าตามซุปเปอร์มาร์เก็ตในกรุงโคลอมโบ เมืองหลวงของประเทศ สินค้าต่างๆยังคงขาดตลาด ชั้นวางว่างโล่งเป็นจำนวนมาก ขณะที่ราคาสินค้าที่มีก็แพงขึ้น
หลายคนหวังว่าหลังจากกระบวนการเลือกผู้นำคนใหม่เสร็จสิ้นแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองจะกลับเข้าสู่ภาวะที่มีเสถียรภาพอย่างเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามบางส่วนระบุว่า เหตุการณ์อาจไม่เป็นเช่นนั้นถ้าผู้นำคนใหม่ยังมีความเชื่อมโยงกับตระกูลราชปักษาอยู่