ในระหว่างการตรวจเยี่ยมการปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพอากาศ ประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ผู้นำไต้ไหวัน ได้ยกย่องเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันปกป้องอธิปไตย แต่ได้ย้ำเตือนว่าภัยคุกคามจากจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงไม่หายไปไหน แม้การซ้อมรบรอบ ๆ เกาะไต้หวันของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนได้ลดระดับความเข้มข้นไปมากแล้ว ได้ย้ำจุดยืนว่าไต้หวันจะไม่ใช้วิธีการยั่วยุที่ทำให้เกิดความตึงเครียด หรือความขัดแย้งมากไปกว่านี้ แต่ก็พร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของตนเอง
จีนประณาม “แนนซี เพโลซี” เยือนไต้หวัน เตือนอย่าเลือกทางเดินที่ผิดและอันตราย
ประธานาธิบดี ไช่ ยังกล่าวด้วยว่า การยั่วยุทางทหารของจีนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้กองทัพไต้หวันได้เตรียมพร้อมยืนหยัดอยู่ที่แนวหน้าแล้ว แต่ยอมรับว่า กองทัพไต้หวันจะเผชิญความยากลำบากมากขึ้นและแรงกดดันก็จะเพิ่มสูงขึ้นด้วย
ขณะที่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลไต้หวันเปิดเผยว่า เรือรบจำนวนหนึ่งของจีนที่เคยลอยลำอยู่ใกล้เส้นแบ่งเขตทางทะเลในช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นเหมือนเส้นแบ่งเขตแดนแบบไม่เป็นทางการลดลงไปอย่างมาก เมื่อเทียบกับเมื่อหลายวันก่อน แต่เรือของกองทัพจีนหลายลำยังคงเดินหน้าทำภารกิจที่พื้นที่ทางตะวันออกนอกชายฝั่งไต้หวันและใกล้กับเกาะโยนากุนิของญี่ปุ่นในวันพฤหัสบดี ตามข้อมูลของแหล่งข่าวด้านความมั่นคงของไต้หวัน
นอกจากนั้น กระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุในแถลงการณ์ที่ออกมาในวันพฤหัสบดีว่า ตรวจพบเครื่องบินทางทหารของจีน 21 ลำ และเรือของกองทัพจีน 6 ลำ ในและรอบ ๆ ช่องแคบไต้หวัน โดยมีเครื่องบิน 11 ลำที่บินข้ามเส้นแบ่งเขตทางทะเลด้วย
อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวลดลงจากการรายงานครั้งก่อนที่ระบุว่า พบเครื่องบินทหาร 36 ลำและเรือกองทัพจีน 10 ลำในบริเวณที่ว่า โดยมีเครื่องบิน 17 ลำบินข้ามเส้นแบ่งเขตเข้ามาใกล้ไต้หวัน
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ได้แสดงจุดยืนไม่ยอมรับหลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ที่รัฐบาลจีนเผยแพร่ในสมุดปกขาวในสัปดาห์นี้ เพื่อแสดงจุดยืนของจีนเรื่องไต้หวัน
โดย นางโจแอนน์ โอ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน แถลงต่อสื่อมวลชนว่า มีเพียงชาวไต้หวันเท่านั้นที่สามารถตัดสินอนาคตตัวเองได้ พร้อมวิจารณ์จีนว่าใช้การเดินทางเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นข้ออ้างในการสร้างความปกติใหม่ เพื่อคุกคามชาวไต้หวัน
ส่วนสภากิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวันได้ออกแถลงการณ์ประณามสมุดปกขาวฉบับล่าสุดของจีนว่า เต็มไปด้วยถ้อยคำโกหกที่เป็นความปรารถนาของตนเอง และเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริง ไม่ยอมรับความเป็นเอกราชของสาธารณรัฐจีน ซึ่งเป็นชื่ออย่างเป็นทางการของไต้หวัน
สภากิจการแผ่นดินใหญ่ยังระบุในถ้อยแถลงด้วยว่า ประชาชนชาวไต้หวันทั้ง 23 ล้านคนมีสิทธิ์ที่จะกำหนดอนาคตของไต้หวัน และพวกเขาก็ไม่เคยยอมรับผลลัพธ์ที่ถูกยัดเยียดให้โดยรัฐบาลเผด็จการ
ขณะที่สถาบันวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีชุงชาน (National Chung-Shan Institute of Science and Technology) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการผลิตอาวุธชั้นนำชของไต้หวันเปิดเผยแผนการทดสอบยิงขีนาวุธในทะเลทางภาคตะวันนออก ที่กองทัพจีนเพิ่งทำการซ้อมรบครั้งใหญ่เสร็จสิ้นไป
การทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 รอบ รอบแรกกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 18-19 ส.ค. ส่วนที่ 2 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 ส.ค. โดยจุดทดสอบจะอยู่ห่างจากเมืองไถ่ตง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไต้หวัน ประมาณ 200 กิโลเมตร
ขณะที่เมื่อวานนี้ กองทัพไต้หวันจัดการฝึกซ้อมยิงปืนใหญ่ ที่เมืองผิงตง ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเกาะ โดยเป็นการฝึกซ้อมครั้งที่สองในรอบสัปดาห์นี้ ต่อจากการฝึกซ้อม เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
โดยการซ้อมเมื่อวานนี้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นการฝึกยิงกระสุนจริงจากปืนใหญ่ 40 กระบอก ขนาด 155 มม. เพื่อต่อต้านการยกพลขึ้นบกของผู้รุกราน แต่กองทัพไต้หวันกล่าวว่า การซ้อมได้ถูกกหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ได้เป็นการตอบโต้การซ้อมรบของจีนแต่อย่างใด
สถานทูตจีน ออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลไทย สนับสนุนจุดยืนอย่างที่เคยเป็น