สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า วันนี้ (15 ส.ค.) ศาลเมียนมาเตรียมพิพากษาคดีทุจริตคอร์รัปชั่นในหลายคดีของนางอองซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนของเมียนมาวัย 77 ปีที่ถูกยึดอำนาจมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 โดยแต่ละคดีที่นางอองซาน ซูจีถูกตั้งข้อหามีโทษจำคุกคดีละ 15 ปี
รายงานข่าวระบุว่า นับตั้งแต่นางอองซาน ซูจี ถูกโค่นอำนาจจากรัฐบาลทหารตั้งแต่ต้นปีที่แล้วจนถึงตอนนี้เธอเผชิญกับการถูกตั้งข้อหากระทำความผิดทางอาญาอย่างน้อย 20 กระทง
“อิม ซองจิน” โพสต์อินสตาแกรมสุดซึ้งถึงแฟนชาวไทย
‘สภาล่ม’ ตอกฝาโลง สูตรหาร 500 กลับไปใช้ สูตรหาร 100
รวมถึงคดีทุจริตคอร์รัปชั่นอีกหลายคดี แม้นางอองซาน ซูจีปฏิเสธข้อกล่าวหาต่างๆก็ตาม ทั้งนี้ การพิจารณาคดีมาราธอนของศาลเมียนมาที่เกี่ยวกับนางอองซาน ซูจีไม่ได้เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมรับฟัง และจำกัดการเปิดเผยข้อมูล และมีเพียงรายงานจากสื่อของรัฐบาลเมียนมาเท่านั้น
ขณะที่ทนายความของนางอองซาน ซูจี ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่เข้าถึงนางอองซาน ซูจีในวันพิจารณาคดีก็ได้รับคำสั่งให้ปิดปากและงดพูดถึงเรื่องดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า นางอองซาน ซูจี ทราบถึงวิกฤตในประเทศมากน้อยเพียงใด แต่เวลานี้กองทัพเมียนมาพยายามดิ้นรนอย่างหนักเพื่อรวบอำนาจ แม้จะเผชิญกับการต่อต้านจากกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ภายใต้รัฐบาลเงาของเมียนมา เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันก็เผชิญกับแรงกดดันจากชาติตะวันตกที่เรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมาปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี และเรียกการตัดสินของรัฐบาลทหารว่าเป็นคำตัดสินที่หลอกลวงแม้รัฐบาลทหารอ้างว่า นางอองซานซูจีกำลังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจากตุลาการอิสระก็ตาม
ก่อนหน้านี้ 27 เมษายนที่ผ่านมา ศาลเมียนมาได้ตัดสินจำคุก นางอองซาน ซูจี เป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากพบว่ามีความผิดในคดีทุจริต 1 ใน 11 คดีที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา
นอกจากนี้ ยังมีคดีที่หลายฝ่ายจับตามอง คือข้อกล่าวหาที่ว่า นางอองซาน ซูจีได้รับรับสินบนเป็นเงินสด และทองคำแท่งมูลค่า 600,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากนายเพียว มิน เตง อดีตหัวหน้าคณะรัฐมนตรีย่างกุ้ง อย่างไรก็ตาม นางซูจีได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และระบุว่าเป็นเรื่องไร้สาระ
นับตั้งแต่ทหารเมียนมายึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางอองซาน ซูจี ได้ดำเนินคดีอาญากับเธอในหลายคดี และหากพบว่ากระทำผิดจริง นางอองซาน ซูจีจะถูกต้องโทษจำคุกรวมกันสูงสุดเกือบ 190 ปี
ส่วนสถานการณ์ในเมียนมายังคงตกอยู่ภายใต้ความโกลาหล ประชาชนลงถนนประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาเป็นระยะๆ ขณะเดียวกันมีรายงานการปราบปรามจากรัฐบาลทหารเมียนมาอย่างหนัก จนทำให้นานาชาติเกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในประเทศ
ขณะที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลเมียนมาได้ออกมายืนยันว่าได้ทำการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง 4 คน ด้วยวิธีแขวนคอ จากข้อหาก่อการร้าย ซึ่งถือเป็นการลงโทษประหารชีวิตครั้งแรกของเมียนมาในรอบกว่า 30 ปี ท่ามกลางเสียงประณามจากนานาชาติและการประท้วงจากประชาชนในประเทศ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทหารเมียนมาออกมาระบุว่า การประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวทางการเมือง 4 คนเป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ และการประหารดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวแต่อย่างใด
ส่วนความเคลื่อนไหวของชาติสมาชิกอาเซียน ยังคงไม่อนุญาตให้ตัวแทนจากรัฐบาลทหารเมียนมาเข้าร่วมการประชุมของสมาคมอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นล่าสุดที่ประเทศกัมพูชาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
โดยสมเด็จฮุนเซน กัมพูชา นายกรัฐมนตรีกัมพูชาในฐานะประธานอาเซียน ยืนกรานว่าชาติสมาชิกอาเซียนเตรียมทบทวนแผนสันติภาพ ตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนที่ตกลงไว้กับเมียนมาอีกครั้ง หากผู้นำทหารเมียนมาดำเนินการประหารชีวิตนักโทษเพิ่มเติมอีก
โกดังเก็บพลุระเบิดกลางตลาดอาร์เมเนีย ดับ 5 ราย เจ็บหลายสิบ
ไฟไหม้โบสถ์ในอียิปต์ คร่า 41 ชีวิต เกือบครึ่งเป็นเด็ก