เมื่อวานนี้ (16 ส.ค.) เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เปิดเผยว่า รัสเซีย “ไม่จำเป็น” ต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ในยูเครน หลังมีกระแสการคาดการณ์จากสื่อทั่วโลกว่า รัสเซียอาจใช้อาวุธนิวเคลียร์หรืออาวุธเคมีในความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน
“จากมุมมองทางทหาร รัสเซียไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธนิวเคลียร์ในยูเครนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ จุดประสงค์หลักของการมีอาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียคือเพื่อยับยั้งการถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์” ชอยกูกล่าว
“5 พันล้านคน” ทั่วโลกจะเสียชีวิต หากเกิดสงครามนิวเคลียร์สหรัฐฯ-รัสเซีย
เขาเสริมว่า “สื่อต่าง ๆ พาดพิงและคาดเดาเกี่ยวกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของรัสเซียในการปฏิบัติการพิเศษทางทหาร หรือเกี่ยวกับความพร้อมในการใช้อาวุธเคมี การโจมตีด้วยข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ”
นอกจากนี้ ชอยกูยังกล่าวหาว่า สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรเป็นผู้วางแผนและอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการทางทหารของยูเครน และนาโต (NATO) ได้เพิ่มกำลังทหารในยุโรปตะวันออกและยุโรปกลางจำนวนมาก
เมื่อพูดถึงสนธิสัญญา START ซึ่งเป็นสนธิสัญญาเพื่อควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ และรัสเซีย ชอยกูกล่าวว่า สถานการณ์โดยรอบของความพยายามในการเจรจาเพื่อขยายสนธิสัญญานั้น “ยากลำบาก”
เขาบอกว่า “เกี่ยวกับสนธิสัญญาจำกัดอาวุธเชิงกลยุทธ์ สถานการณ์ดูจะยากลำบาก แต่สนธิสัญญายังคงมีผลบังคับใช้จนถึงปี 2026 ... ในฝั่งรัสเซีย เรากำลังปฏิบัติตามภาระผูกพัน ตัวเลขเรือบรรทุกเครื่องบินและหัวรบของเราจะยังคงอยู่ภายในขอบเขตที่กำหนดไว้”
เรียบเรียงจาก Reuters
ภาพจาก AFP