ที่ผ่านมา หลายฝ่ายประเมินว่า หนึ่งในปัญหาใหญ่ของรัสเซียใน “ปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน” คือการขาดแคลนทหาร แม้ที่ผ่านมารัสเซียจะไม่เคยเปิดเผยตัวเลขทหารที่เสียชีวิต รวมถึงไม่ยอมรับว่ามีความเสียหายมหาศาลเกิดขึ้นกับกองทัพ แต่นโยบายหลายอย่างที่รัสเซียนำมาใช้ในขณะนี้ ทำให้หลายฝ่ายยังยืนยันความเชื่อเดิมว่า กองทัพรัสเซียกำลีงมีปัญหา
ที่เมืองโวโลโซโวของรัสเซีย ใกล้กับกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ขณะนี้กำลังเฟื่องฟู ไม่ใช่ในด้านเศรษฐกิจ แต่ในเรื่องของ “การรับสมัครทหารใหม่”
"รัสเซีย" ใช้อาวุธพิสัยไกลสอยโดรนกลุ่มโจมตีกองเรือทะเลดำในดินแดนไครเมีย
เดิมทีหลายเมืองในรัสเซียมีการติดตั้งลำโพงเสียงตามสายไว้บนเสาสูงตามถนนสายหลัก เพื่อเล่นเพลงปลุกใจความรักชาติ แต่ขณะนี้ ลำโพงเสียงตามสายเหล่านั้นได้เปลี่ยนเนื้อหาที่เปิดให้ประชาชนฟัง
“กำลังมีการจัดตั้งกองพันทหารปืนใหญ่อาสา 2 กอง เราขอเชิญชายอายุ 18-60 ปีเข้าร่วม” คือเสียงที่ประชาชนในเมืองได้ยินจากลำโพงเสียงตามสายจุดต่าง ๆ
ไม่เพียงแต่ในเมืองโวโลโซโวเท่านั้น ทั่วรัสเซียขณะนี้ ทั้งในเมือง ในโซเชียลมีเดีย บนโทรทัศน์ บนป้ายโฆษณา ต่างเต็มไปด้วยคำโฆษณาเชิญชวนพลเรือนรัสเซียให้เข้าร่วมปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน โดยยื่นข้อเสนอเป็นเงินเดือนจำนวนมหาศาล บางกรณีเสนอให้ถึง 2 แสนบาทต่อเดือน ไปจนถึงที่ดิน หรือกระทั่งสิทธิ์ในการให้ลูกหลานได้เข้าโรงเรียนดี ๆ
ชาวเมืองโวโลโซโวบางส่วนสนับสนุนการรับสมัครทหารเพิ่มครั้งนี้ “ถ้าผมยังเด็ก ผมจะไป แต่ตอนนี้ผมแก่เกินไปแล้ว เราควรวางระเบิดพวกมัน!” ชายคนหนึ่งบอกพร้อมกับกำหมัดแน่น
อย่างไรก็ตาม ชาวเมืองโวโลโซโวส่วนใหญ่ “ไม่ซื้อ” ข้อเสนอจากกองทัพรัสเซียเท่าไรนัก ผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่า “สงครามเป็นเรื่องที่เจ็บปวดเกินกว่าจะพูดถึงด้วยซ้ำ ... จะไปทำไมในเมื่อมีแต่ศพเท่านั้นที่จะได้กลับมา”
รัสเซียไม่มีการประกาศตัวเลขทหารที่เสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ของชาติตะวันตกประเมิรว่า มีทหารรัสเซียระหว่าง 70,000-80,000 นายถูกสังหารหรือได้รับบาดเจ็บ นับตั้งแต่มีการรุกรานยูเครนในเดือน ก.พ.
มีรายงานซึ่งยืนยันไม่ได้ว่า มีการใช้นายหน้าไปเยี่ยมตามเรือนจำรัสเซียเพื่อรับสมัครผู้ต้องขังเป็นทหาร แลกกับการให้อิสรภาพและเงินจำนวนหนึ่ง
นักข่าวสืบสวน โรมัน โดโบรโคตอฟ กล่าวว่า การที่รัสเซียรับสมัครทหารเพิ่มเป็นสัญญาณของความสิ้นหวังในฝั่งรัสเซีย “นี่ไม่ใช่ประเภทของทหารที่จำเป็นสำหรับการทำสงครามที่มุ่งหวังชัยชนะ รัฐบาลรัสเซียยังคงคาดหวังว่าจำนวนจะเอาชนะคุณภาพได้ ยังคงคาดหวังว่าพวกเขาจะสามารถนำคนหมดหวังคนมีหนี้หลายแสนคนโยนพวกเขาเข้าไปในพื้นที่สงคราม”
แม้จะมีการเสนอเงินจำนวนมากให้กับทหารใหม่ แต่โรมันกล่าวว่า มันไม่ได้จูงใจมากนัก “ผู้คนไม่สนเงินจำนวนนี้จริง ๆ ตอนนี้พวกเขาบางคนกำลังกลับมาจากยูเครน และบอกเรานักข่าวว่าพวกเขาถูกหลอก สิ่งนี้ส่งผลต่อสถานการณ์การขาดความไว้วางใจในรัฐบาลรัสเซีย ดังนั้นผมไม่คิดว่ากลยุทธ์นี้จะประสบความสำเร็จ”
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคนไม่เห็นด้วย ก็ย่อมมีบางคนที่ยินดีจะเข้าร่วม นีนา ชูบารินา พักงานพาร์ตไทม์ในโรงงานผลิตขนมปัง เล่าว่า เยฟกินี ลูกชายวัย 24 ปีของเธอได้เข้าร่วมกับกองพันอาสาสมัครแม้ไม่มีประสบการณ์ทางทหารเลย เขาถูกส่งไปยังยูเครน และเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา
“ฉันพยายามจะพูดกับเขา ฉันร้องไห้ ฉันพูดว่า 'มันมีสงครามนะ ลูกจะถูกฆ่า!' แต่เขาก้บอกว่า 'แม่ ทุกอย่างจะเรียบร้อย'” นีนาเล่า
เธอวิจารณ์การรับสมัครคนทั่วไปไปเป็นทหารของรัสเซียว่า “กองทัพแค่ส่งพวกเขาไปเหมือนไก่น้อยที่โง่เขลา! พวกเขาแทบไม่ได้ถือปืนมาก่อนด้วยซ้ำ พวกเขาเป็นแค่หน่วยหล้าตายที่ไปตายเปล่า พวกนายพลคงคิดว่า 'เรามีอาสาสมัครแล้ว เยี่ยมไปเลย!'”
มั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่กระตือรือร้นที่จะสมัครเข้าร่วมเป็นทหารกองพันอาสาของรัสเซีย นักวิเคราะห์ด้านการทหาร พาเวล ลูซิน กล่าวว่า ผู้คนในรัสเซียไม่ได้พร้อมที่จะเสียสละตัวเองเพื่อประธานาธิบดีของพวกเขาขนาดนั้น
“ปัญหาของรัฐบาลรัสเซียคือ คนรัสเซียส่วนใหญ่จะไม่ตายเพื่อปูตินหรือเพื่อการฟื้นฟู 'จักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่' สถานการณ์ปัจจุบันรัสเซียแทบจะไม่สามารถเกณฑ์ทหารมาได้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐบาลรัสเซียในการทำสงคราม ... เปรียบเทียบกับยูเครน ชาวยูเครนพร้อมที่จะต่อสู้จนตัวตายมากกว่า” เขากล่าว
"มิน อ่องหล่าย" จะพิจารณาย้าย "ซูจี" กลับบ้าน
ทองวันนี้ " ราคาไม่ขยับจากช่วงวันหยุด" ดอลลาร์แข็งฉุด
เรียบเรียงจาก BBC
ภาพจาก AFP