ผลการศึกษาจาก Center for Strategic and International Studies (CSIS) สถาบันคลังสมองในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.ของสหรัฐฯ ประเมินการเสียชีวิต บาดเจ็บ หรือสูญหาย ของทหารรัสเซียและยูเครน โดยระบุว่า รัสเซียสูญเสียกำลังพลประมาณ 1.2 ล้านนาย ในจำนวนนี้เสียชีวิตมากถึงราว 325,000 นาย ขณะที่ทหารยูเครนเกือบ 600,000 นายเสียชีวิต บาดเจ็บ หรือสูญหาย
ที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายไม่เคยออกมาเปิดเผยตัวเลขความสูญเสียอย่างครบถ้วนต่อสาธารณะ โดยถือว่าขนาดของการสูญเสียเป็นความลับของรัฐที่ต้องปกปิดอย่างเข้มงวด
ขณะที่ทำเนียบเครมลินออกมาปฏิเสธรายงานของ CSIS เมื่อวานนี้ว่า เป็นรายงานที่ไม่น่าเชื่อถือและยืนยันว่ามีเพียงกระทรวงกลาโหมเท่านั้นที่มีอำนาจในการเปิดเผยตัวเลขความสูญเสียของรัสเซียเอง
การประเมินตัวเลขของ CSIS อ้างอิงจากการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ชาติตะวันตกและยูเครน รวมถึงข้อมูลที่รวบรวมโดยสื่ออิสระของรัสเซีย อย่าง Mediazona และบีบีซีภาคภาษารัสเซีย
รายงานระบุว่า ความสูญเสียของรัสเซียคาดว่าสูงกว่ายูเครนราว 2.5 ต่อ 1 หรือ 2 ต่อ 1
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ก็สะท้อนภาพที่น่าหดหู่สำหรับยูเครนเช่นกัน เนื่องจากยูเครนมีประชากรน้อยกว่ามาก และมีขีดความสามารถจำกัดในการรับมือกับความสูญเสียระยะยาวและการระดมกำลังพล
แม้ทั้งสองฝ่ายจะสูญเสียในวงกว้าง แต่การยึดครองดินแดนของรัสเซียกลับคืบหน้าไปเพียงเล็กน้อย โดย CSIS พบว่า นับตั้งแต่ปี 2024 กองกำลังรัสเซียรุกคืบได้เฉลี่ยเพียง 15 ถึง 70 เมตรต่อวันในปฏิบัติการรุกที่สำคัญที่สุด ซึ่งถือว่าช้ากว่าแทบทุกปฏิบัติการการรุกคืบขนาดใหญ่ในสงครามยุคใหม่
แม้กองทัพมอสโกจะสามารถรุกคืบยึดดินแดนได้บ้างในช่วงปลายปีที่แล้วในพื้นที่ทางตะวันออกของยูเครนและใกล้แคว้นดนีโปรเปตรอฟสก์ (Dnipropetrovsk) แต่ความคืบหน้าก็ชะลอลงอย่างมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นจัดในฤดูหนาวและการต่อต้านอย่างแข็งกร้าวของยูเครน
ทั้งนี้ การเปิดเผยตัวเลขดังกล่าวมีขึ้นหลังรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ พบหารือ 3 ฝ่ายกันในกรุงอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเจรจาสันติภาพครั้งแรก นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานเต็มรูปแบบ แต่ยังไม่ปรากฏสัญญาณของความคืบหน้าใด ๆ โดยเครมลินยังคงยืนกรานข้อเรียกร้องสูงสุดเกี่ยวกับการได้มาซึ่งดินแดนของยูเครน