คาดการณ์ทิศทางสงครามรัสเซีย-ยูเครน 6 เดือนหลังจากนี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สงครามรัสเซีย-ยูเครนผ่านมา 6 เดือนแล้ว คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า

สงครามรัสเซีย-ยูเครนเพิ่งครบรอบ 6 เดือนไปเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยไม่มีสัญญาณว่าจะสิ้นสุดลงในเร็ววันนี้ แต่ในขณะเดียวกันสงครามก็ดูจะไม่มีความคืบหน้ามากนักจากทั้งฝ่ายรัสเซียและยูเครน คล้ายกับทั้งสองฝ่ายกำลังติดอยู่ในสภาวะคอขวด และรอการปะทุครั้งใหญ่อีกระลอก

สื่อต่างประเทศได้มีการออกมาคาดการณ์ทิศทางของสงครามใน 6 เดือนหลังจากนี้ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปบ้าง

"รัสเซีย" โจมตีสถานีรถไฟยูเครน ในวันชาติ

สงครามจะดำเนินต่อไปอีกนานพอสมควร แต่ความรุนแรงจะลดลง

มีการประเมินว่า แม้สงครามจะผ่านมาแล้ว 6 เดือน แต่ทั้งยูเครนและรัสเซียต่างยังไม่ต้องการที่จะหยุดการต่อสู้ เพราะยูเครนก็ต้องการดินแดนที่ถูกรัสเซียยึดกลับคืนมา ขณะที่รัสเซียเองก็ยังไม่สามารถยึดภูมิภาคดอนบาสได้ย่างสมบูรณ์แบบ และการต่อสู้ในแคว้นโดเนตสก์ก็ยังดำเนินอยู่

ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาหลังจากที่รัสเซียสามารถยึดเมืองลีซีชานสก์ ซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายของยูเครนในแคว้นลูฮานสก์ นับเป็นความเคลื่อนไหวใหญ่ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นในสงคราม การปะทะอย่างรุนแรงในแนวหน้ามีน้อยลงมากหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว

เป็นการยากที่จะคาดเดาว่า ภาวะที่ดูรุนแรงน้อยลงในสงครามรัสเซีย-ยูเครนนี้ เป็นเพราะทั้งสองฝ่ายหมดมุกในการจะสร้างความำบากให้กับอีกฝ่ายแล้ว หรือต่างกำลังพยายามสั่งสมกำลังเพื่อรอการปะทุโหมโจมตีครั้งต่อไป แต่เบื้องต้นคาดการณ์กันว่า สงครามจะดำเนินไปอย่างยืดเยื้อและไม่รุนแรงเท่าการปะทะกันในช่วงแรก

ยูเครนไม่มีวิธีขับไล่รัสเซีย มุ่งเน้นโจมตีแบบกองโจร

ดังที่ประเมินไว้ข้างต้นว่า ยูเครนน่าจะไม่ต้องการให้สงครามจบลงโดยที่ยูเครนต้องสูญเสียดินแดนให้กับรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็น เคอร์ซอน มาริอูโปล หรือภูมิภาคดอนบาส อย่างไรก็ตาม ยูเครนขณะนี้ดูเหมือนจะไม่มีพละกำลังมากพอในการขับไล่รัสเซียออกจากเมืองของยูเครนโดยตรง

ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของยูเครนออกมายอมรับว่า “เราไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะผลักดันรัสเซียออกจาพื้นที่” ซึ่งคาดว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการที่รัสเซียยังไม่มีอาวุธที่ทรงพลังมากพอจะขับไล่รัสเซียออกไป

ดังนั้น เมื่อยังไม่มีกำลังมากพอที่จะขับไล่รัสเซีย กลยุทธ์ที่ยูเครนจะต้องนำมาใช้คือยุทธวิธีการรบแบบกองโจร ซึ่งคลับคล้ายคลับคลากับยุทธวิธีในการ “โม่บด” ของรัสเซีย ที่ระยะหลังเน้นการรบระยะไกล และค่อย ๆ บุกมากกว่าการจู่โจมแบบสายฟ้าแลบอย่างในช่วงแรก

ในระยะนี้ ยูเครนเองได้เปลี่ยนกลยุทธ์มาใช้การโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลและการส่งกองกำลังพิเศษบุกฐานทัพรัสเซียที่อยู่ลึกเข้าไปจากแนวหน้า

มิคาอิโล โปโดลยัก ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า เป้าหมายขณะนี้คือ “สร้างความโกลาหลภายในกองกำลังรัสเซีย” แต่กลยุทธ์ดังกล่าวก็ถูกมองว่า ทำได้แค่บั่นทอนประสิทธิภาพของผู้บุกรุก แต่ก็ไม่น่าจะทำให้รัสเซียยอมล่าถอยออกจากเมืองที่ยึดไว้ได้

รัสเซียอาจโฟกัสการผนวกดินแดนยูเครนมากกว่าการยึดพื้นที่ใหม่ ๆ

หลังจากยึดแคว้นลูฮานสก์ของภูมิภาคดอนบาสไว้ได้ รัสเซียก็ไม่ได้มีแผนรุกใหม่อื่นใดนอกจากการยิงปืนใหญ่ทำลายเมืองและพยายามเปิดทางบุกไปข้างหน้าทีละนิด

ที่เป็นเช่นนี้คาดว่าส่วนหนึ่งคือยังพอมีประสิทธิภาพในการกดข่มยูเครนไว้ได้ และส่วนหนึ่งเพื่อลดการบาดเจ็บล้มตายของทหารรัสเซีย โดยมีการใช้กลยุทธ์นี้รอบ ๆ เมืองบัคมุตใของแคว้นโดเนตสก์ แต่ความคืบหน้าช้า เพราะรัสเซียต้องมีการปรับกองกำลังบางส่วน นำกำลังไปเสริมที่เคอร์ซอนซึ่งเป็นเป้าหมายการยึดคืนของยูเครน

รัสเซียอาจไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวังไว้ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม แต่ขณะนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า รัสเซียสามารถยึดครองดินแดนยูเครนทางทิศตะวันออกและทิศใต้ไว้ได้ และคาดว่ารัสเซียจะต้องการเสริมความแข็งแกร่งของตนในพื้นที่เหล่านี้ ด้วยการผนวกดินแดนเป็นส่วนหนึ่งผ่านการลงประชามติ (ที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย)

จับตาฤดูหนาว ช่วงเวลาสำคัญของทั้งสองฝ่าย

ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับกองทัพทั้งสองฝ่าย เพราะเป็นช่วงเวลาที่ยากต่อทั้งการดำรงชีวิตและการเคลื่อนกำลังพลหรือใช้กลยุทธ์ใด ๆ

ยูเครนมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านมนุษยธรรม เนื่องจากไม่มีระบบทำความร้อนด้วยแก๊สสำหรับที่พักในบางเมือง เพราะถูกทำลายไปจากสงคราม รวมถึงอาจจะขาดอุปกรณ์สร้างความอบอุ่นในพื้นที่แนวหน้า สิ่งนี้จะส่งผลต่อทั้งพลเรือนและกองทัพ

ยูเครนคาดการณ์ว่า จะมีการอพยพของพลเรือนระลอกใหม่ในฤดูหนาว โดยประเมินว่าอาจมีผู้คนมากถึง 2 ล้านคนอพยพลี้ภัยข้ามพรมแดนไปยังโปแลนด์

ขณะเดียวกัน แม้กองทัพรัสเซียอาจประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน แต่ฤดูหนาวก็เป็นโอกาสสำหรับรัสเซีย ยูเครนเกรงว่ารัสเซียจะตั้งเป้าไปที่การโจมตีหรือก่อกวนโครงข่ายพลังงาน และอาจปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริซเซียของยูเครนที่ยึดไว้ได้ ทพหเกิดความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานในยูเครน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่ดีหากมองในมุมของรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม คาดว่าช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงสั่งสมกำลังและความพร้อมของทั้งสองฝ่าย ก่อนที่จะเกิดการปะทะอย่างจริงจังอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

ยูเครนต้องการความช่วยเหลือทางทหารและมนุษยธรรมเพิ่ม

เป็นที่ทราบกันดีว่า หากไม่มีความช่วยเหลือทางทหารจากชาติตะวันตก ยูเครนจะพ่ายแพ้สงครามครั้งนี้อย่างแน่นอน มีการประเมินว่า จนถึงตอนนี้ ตะวันตกยังจัดหาปืนใหญ่หรืออาวุธอื่น ๆ ให้ยูเครนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะยุทโธปกรณ์อย่างเครื่องบินขับไล่ ซึ่งจะทำให้ยูเครนสามารถผลักดันรัสเซียออกไปได้

ในขณะเดียวกัน ความต้องการด้านมนุษยธรรมของยูเครนก็เพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ความช่วยเหลือแก่ผู้พลัดถิ่นรืองบประมาณที่จะต้องใช้ในการฟื้นฟูบ้านเมืองหากสงครามสิ้นสุดลง

ขณะนี้มีรายงานว่า มีชาวยูเครนจำนวนมากต้องนอนหรือพักอาศัยอยู่ในโรงรถหรือโครงสร้างที่เหลือแค่โครงของบ้านตัวเอง เพราะยังไม่สามารถซ่อมแซมบ้านเมืองได้จากสงครามที่ยังไม่สงบ

 

เรียบเรียงจาก The Guardian

ภาพจาก AFP

"ญี่ปุ่น" ส่งสัญญาณกลับไปใช้พลังงานนิวเคลียร์

กลุ่มหนุน"นาจิบ"ยื่นขออภัยโทษคดีทุจริต1MDB

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ