คณะรัฐมนตรีรัฐบาลประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวินของไต้หวัน เสนอเพิ่มงบประมาณประจำปีด้านกลาโหมของปี 2023 ขึ้น 13.9 เปอร์เซ็นต์ เป็น 19,410 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 6.9 แสนล้านบาท ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ หลังรัฐบาลจีนจัดการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่รอบเกาะ ตอบโต้การเดินทางเยือนของนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ
งบประมาณกลาโหมดังกล่าวของรัฐบาลไต้หวันยังครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ อีกราว 128 ล้านบาท
จีนประณาม “แนนซี เพโลซี” เยือนไต้หวัน เตือนอย่าเลือกทางเดินที่ผิดและอันตราย
นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณพิเศษอื่น ๆ ที่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดออกมาในขั้นต้น
ข้อเสนอเพิ่มค่าใช้จ่ายป้องกันตัวเองของไต้หวันในปีงบประมาณหน้า จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาไต้หวันเสียก่อน ซึ่งนี่นับเป็นการเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็นปีที่ 6 ติดต่อกันแล้ว นับตั้งแต่ปี 2017 ที่ผ่านมา
ไต้หวันเล็งติดตั้งระบบป้องกันโดรนปีหน้า
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของไต้หวัน เปิดเผยว่า เตรียมจะติดตั้งระบบป้องกันอากาศยานไร้คนขับหรือโดรนบนเกาะเล็ก ๆ นอกชายฝั่งในปี 2023 หลังมีคลิปวิดีโอของทหารไต้หวัน ใช้ก้อนหินขว้างเข้าใส่โดรนของจีน บริเวณป้อมยามใกล้ชายฝั่งจีน ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในไต้หวัน
ดูคลิป https://twitter.com/ZiQingYang3/status/1562440643456401413?s=20&t=9wZp1zJ8Gziu01KEripMpw
ที่ผ่านมา ไต้หวันร้องเรียนเรื่องการรุกรานของโดรนใกล้หมู่เกาะนอกชายฝั่งอยู่หลายครั้ง ซึ่งการส่งโดรนไปก่อกวนถือเป็นส่วนหนึ่งในเกมสงครามของจีน หลังประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน ซึ่งจีนถือว่าเป็นเพียงมณฑลหนึ่งของประเทศ
กองบัญชาการป้องกันดินแดนนประจำหมู่เกาะจินเหมิน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเกาะเออร์ดาน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา และยืนยันว่า ทหารไต้หวันได้ปาหิน เพื่อขับไล่โดรนพลเรือนให้ออกจากพื้นที่
ภาพจาก AFP