70 วันเต็มแล้วที่คลื่นความร้อนกระหน่ำแผดเผาประเทศจีนเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นนับตั้งแต่จีนมีการบันทึกข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยามา ความแล้งที่ยาวนานแบบไม่เคยเป็นมาก่อนกำลังส่งผลกระทบอย่างหนัก
นี่คือโผหยาง (Poyang) ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของจีนอยู่ในมลฑลเจียงซี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,500 ตารางกิโลเมตร
ในวันนี้โผหยางเหลือพื้นที่เป็นน้ำเพียง 700 ตารางกิโลเมตร ชาวบ้านในแถบนี้บอกว่า พวกเขาไม่เคยเห็นโผหยางในสภาพนี้มาก่อนในชีวิต น้ำลด บางส่วนแห้งขอดจนชาวบ้านสามารถเดินลงไปได้
บางคนลงไปเก็บกุ้งหอยปูปลาพอมาประทังชีพ เพราะความอุดมสมบูรณ์ชื้นชุ่ม พื้นที่รอบๆโผหยางคือแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของประเทศ
น้ำที่แห้งเหือดจึงส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนอย่างหนัก ขาดแคลนอาหารที่เคยหาได้ ขาดแคลนน้ำสำหรับใช้และดื่มกิน และยังส่งผลต่อเส้นเลือดใหญ่ที่สุดเส้นหนึ่งของจีน นั่นคือ แม่น้ำแยงซี ด้วยความยาวกว่า 6,300 กิโลเมตร แยงซีคือแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชีย
เริ่มต้นจากธิเบต น้ำจากแยงซีไหลเรื่อยลงสู่มณฑลชิงไห่ ยูนนาน เสฉวน นครฉงชิ่ง มณฑลหูเป่ย หูหนาน เจียงซี เจียงซู อันฮุย และนครเซี่ยงไฮ้ ผู้คนกว่า 400 ล้านคน หรือราว 1 ใน 3 ของประเทศผูกพันและพึ่งพาแม่น้ำสายนี้
แยงซีไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ประกอบขึ้นและเชื่อมโยงกับแม่น้ำสายเล็ก สายย่อย และทะเลสาบ ทุกอย่างเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน โดยมีทะเลสาบโผหยางเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญ
ที่นี่ได้รับสมญานามว่า ไต จากการทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ควบคุมสมดุลน้ำของแม่น้ำแยงซี ในฤดูฝน โผหยางจะเก็บน้ำไว้ ไม่ให้น้ำในแม่น้ำแยงซีล้นทะลัก
ส่วนในฤดูร้อน โผหยางจะปล่อยน้ำลงแม่น้ำแยงซีเพื่อให้ใช้ในการหล่อเลี้ยงผู้คนเป็นระบบ กฎเกณฑ์ธรรมชาติที่ถูกสร้างมาให้ช่วยเหลือและพึ่งพากัน
แต่ปีนี้โผหยางไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะช่วยแม่น้ำแยงซีได้ในวันที่โผหยางแห้งขอด แม่น้ำแยงซีจึงแห้งผากตามไปด้วย พระพุทธรูปที่จมอยู่ใต้น้ำมานานแสนนานปรากฎให้เห็น
เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าที่ใช้พลังงานน้ำไม่สามารถเดินเครื่องได้เหมือนเดิม กระทบหนักที่สุดอยู่ที่มณฑลเสฉวน เนื่องจากปริมาณไฟฟ้าที่ใช้กว่าร้อยละ 80 มาจากไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานน้ำอย่างเขื่อน
ประชาชนต้องปันส่วนไฟฟ้าใช้กัน โรงงานผลิตรถยนต์หลายแห่งในมณฑลต้องประกาศระงับการผลิตชั่วคราว
ผู้คนในเมืองใหญ่ต้องต้องเปลี่ยนวิถี นครเซี่ยงไฮ้ ตึกสูงระฟ้าที่เคยเจิดจ้าด้วยแสงไฟถูกหรี่หรือดับ ที่นครฉงชิ่ง คนจำนวนมากพากันออกจากบ้านอันร้อนระอุมาอาศัยไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้า หรือสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
สภาพของแม่น้ำเจียหลิง สาขาของแม่น้ำแยงซีที่ไหลผ่านมหานครฉงชิ่งลดระดับ แห้งขอดเช่นเดียวกับบริวารอื่นๆของแยงซี เกษตรกรที่ต้องพึ่งพาน้ำในการเพาะปลูกกำลังเดือดร้อนสาหัส
ความผิดเพี้ยนของสภาพอากาศทำให้พืชผักที่เพาะปลูกแปรปรวน มันเทศหวานที่เคยชูดอกออกผลในช่วงสิงหาคมไม่ออกมาเหมือนเคย มากกว่านั้นคือทุกอย่างกำลังแห้งตายเพราะขาดน้ำ
ประมาณการณ์กันว่า พื้นที่เพาะปลูกไม่น้อยกว่า 20 ล้านไร่ ในมณฑลเหอเป่ย หูหนาน เจียงซี อันฮุย และนครฉงชิ่งได้รับผลกระทบจากภัยแล้งที่ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด รัฐบาลท้องถิ่นกำลังเร่งผันน้ำจากแม่น้ำที่ยังพอมีน้ำมาที่พื้นที่แห้งแล้ง ในมณฑลเสฉวนมีการเร่งหาน้ำจากทุกที่ที่คาดว่าจะมีเพื่อบรรเทาภัยแล้ง
มีรายงานว่ารัฐบาลจีนอาจสั่งให้ระบายน้ำจากเขื่อนสามผา เขื่อนพลังงานน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่กั้นแม่น้ำแยงซีมาบรรเทาความเดือดร้อนของผู้คนที่อยู่ใต้น้ำ
เกิดอะไรขึ้นกับแยงซีและเหล่าบริวาร พื้นที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำ
คลื่นความร้อน อุณหภูมิที่สูงทะลุ 40 องศาเซลเซียส หรือฝนฟ้าที่ไม่ตกนานมากว่า 2 เดือนเต็ม เป็นทั้งหมดที่ว่ามา และต้นเหตุของทั้งหมดที่ว่ามาเกิดจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนจากสาเหตุของโลกร้อน
ในวันนี้อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นหม่าอ๊อนทำให้เกิดฝนตก ปัญหาในบางจุดเริ่มคลี่คลายลงได้บ้าง แต่แม้จีนจะผ่านแล้งที่สุดในประวติศาตร์ไปได้ แต่ไม่มีหลักประกันว่า สภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก
ย้อนจากปากแม่น้ำแยงซีบริเวณทะเลจีนตะวันออกขึ้นไป 6,300 กิโลเมตรธารน้ำแข็งในธิเบตซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำแยงซีกำลังละลายอย่างรวดเร็ว และหากหยุดการละลายของธารน้ำแข็งที่นี่ไม่ได้ ความผิดเพี้ยนที่เห็นในลุ่มแม่น้ำแยงซีวันนี้อาจกลายเป็นเรื่องถาวร