ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่อง ก่อให้เกิดมวลน้ำมหาศาลไหลลงมาจากหุบเขาทางตอนกลางของปากีสถานอย่างรวดเร็ว และทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของผู้คนจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นอกจากนี้ยังมีภาพปรากฏให้เห็นชายคนหนึ่งเกาะเศษซากที่ลอยมากับน้ำ และกำลังลุยน้ำที่ท่วมสูง เพื่อหาที่พักพิง และมีคนอื่น ๆ ที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับผู้ชายคนนี้ก็ทำแบบเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีภาพของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนดินโคลน และนำหนังสือที่เปียกโคลนมาทำความสะอาดอีกด้วย
ขณะที่ชาวบ้านต่างช่วยกันขุดดินเพื่อทำทางระบายน้ำลงเขื่อน รวมถึงใช้รถแทรกเตอร์มาช่วยตักดิน และดันดินเพื่อสร้างกำแพงกั้นน้ำ
จากเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ ทำให้สะพานรถไฟสายหลักที่เชื่อมสองเมืองในหุบเขาโบลันพาส ทางตอนกลางของปากีสถานพังถล่ม ส่งผลให้เมืองเควตตา (Quetta) ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นบาลูจิสถาน ของปากีสถานถูกตัดขาดออกจากส่วนอื่น ๆ ของประเทศ
ขณะที่ถนนทางหลวงสี่สายที่เชื่อมกับแคว้นบาลูจิสถาน และแคว้นอื่น ๆ ก็ถูกตัดขาดออกจากกัน หลังพบสะพานพังถล่มจนได้รับเสียหายและเกิดดินถล่ม
นอกจากนี้ยังเกิดเหตุการณ์น้ำซัดโรงแรมนิว ฮันนีมูน ซึ่งเป็นโรงแรมสุดหรูที่ตั้งใกล้กับแม่น้ำบนหุบเขาสวัต (Swat Valley) ทางตอนเหนือของปากีสถาน พังถล่มลงมา ขณะที่ผู้คนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันชุลมุน
ส่วนเมืองอื่น ๆ ในปากีสถาน เช่น ไฮเดอราบัด ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของแคว้นสินธ์ (Sindh) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของปากีสถานก็เผชิญสภาพน้ำท่วมสูงเช่นเดียวกัน
รายงานข่าวระบุว่า แคว้นสินธ์มีปริมาณน้ำฝนถึง 784 % ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของเดือนสิงหาคม ขณะที่แคว้นบาลูจิสถานมีปริมาณน้ำฝนสะสมที่ตกลงมาเพิ่มขึ้นเกือบ 500 %
ทั้งนี้ผู้คนที่พักอาศัยอยู่ในเมืองไฮเดอรา ระบุว่า เวลานี้พวกเขายังไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ และต้องใช้ชีวิตประจำวันแบบน่าสังเวช บางคนต้องเดินลุยน้ำเพื่อออกไปซื้อของทุกวันจนเท้าเปื่อย
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ได้มีการยกเลิกแผนการเดินทางไปอังกฤษเพื่อดูแลการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้กองทัพระดมทรัพยากรทุกอย่างในการปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ประชาชนอย่างเร่งด่วน
โดยเมื่อวานนี้นายกฯปากีสถานได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังแคว้นสินธ์ ทางตอนใต้ของปากีสถาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงจากน้ำท่วม
ทั้งนี้นายกฯปากีสถานได้สำรวจสภาพน้ำท่วมบริเวณดังกล่าว และพบปะกับผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงส่งของเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งผลปรากฎว่าพอชาวบ้านเห็นเฮลิคอปเตอร์บินมาก็รีบวิ่งลุยน้ำเพื่อรับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมอย่างหนักในปากีสถานจนสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ล่าสุดรัฐบาลปากีสถานได้ประกาศฉุกเฉินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ
สำนักนายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อวานนี้ ระบุว่า จากเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์นี้มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 33 ล้านคน และมีบ้านเรือนเกือบ 500,000 หลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมไปถึงพื้นที่เพาะปลูกพืชผลอีกหลายล้านเอเคอร์
สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของปากีสถาน ระบุด้วยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในปีนี้พบผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 900 คน
แก้ไม่ได้แล้ว! คลื่นความร้อนรุนแรงในยุโรป จะกลายเป็น “อุณหภูมิปกติ”
“ราชปักษา” สู้ค่าใช้จ่ายในไทยไม่ไหว หาทางกลับศรีลังกาโดยเร็วที่สุด