แถลงการณ์ขององค์กรคุ้มครองชนพื้นเมืองของรัฐบาลบราซิล ที่มีชื่อว่า ฟูไน (FUNAI) ระบุว่า ชายคนดังกล่าว ซึ่งไม่มีใครทราบชื่อ อาศัยอยู่ลำพังในป่า แบบไม่ติดต่อกับโลกภายนอกมานานกว่า 26 ปี และล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนพบศพของเขาบนเปลญวนที่ผูกไว้นอกกระท่อมฟาง
เบื้องต้น คาดว่าน่าจะเป็นการเสียชีวิตเองตามธรรมชาติในวัยราว 60 ปี เพราะจากสภาพศพ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ไม่มีร่องรอยของการบุกรุกพื้นที่หรือบุกเข้าไปในกระท่อม
บราซิลพบศพเพิ่มจากเหตุแท่งหินถล่มทับเรือ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะนำร่างของเขาไปชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป
สำหรับชายคนนี้ เป็นที่รู้จักในนาม "มนุษย์หลุม" (Man of the Hole) เนื่องจากชอบขุดหลุมลึกไว้ดักสัตว์ และใช้เป็นที่ซ่อนตัวจากคนภายนอก ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาพูดภาษาอะไร
โดยเมื่อหลายปีก่อน มีการเผยแพร่ภาพขณะที่เขากำลังใช้ขวานตัดต้นไม้ในเขตคุ้มครองชนพื้นเมืองเผ่าตานารู (Tanaru) ในรัฐรอนโดเนีย ซึ่งอยู่ติดกับพรมแดนโบลิเวีย
เชื่อกันว่า เขาน่าจะเป็นสมาชิกคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ของชนเผ่าตานารู ซึ่งเป็นที่มาของฉายา "ชายผู้โดดเดี่ยวที่สุดในโลก" หลังจากที่สมาชิกเผ่าส่วนใหญ่ถูกเกษตรกรในพื้นที่สังหารไปหมดตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1970 เพื่อขยายที่ดินทำกิน
ทั้งนี้ บราซิลและอีกหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้ เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนพื้นเมืองจำนวนมากที่ไม่เคยติดต่อกับโลกภายนอกเลย โดยส่วนใหญ่อยู่ในแถบป่าและลุ่มน้ำแอมะซอน
ภาพจาก AFP, Survival International,